ผู้รับเหมาก่อสร้าง คู่สัญญาหน่วยงานรัฐ ก่อให้ความเสียหายกับประชาชน ต้องดำเนินการอย่างไร ?
อัพเดทล่าสุด: 20 ก.พ. 2025
902 ผู้เข้าชม

กรณีเขตอำนาจศาลที่มีเขตอำนาจตัดสินคดี กรณีผู้รับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ละเลยวิธีการความปลอดภัยแก่ประชาชนทั่วไป เป็นคดีปกครองซึ่งเป็นการเรียกค่าสินไหมทดแทนในการละเลยวิธีการความปลอดภัยดังกล่าว
ต่อมา เมื่อประชาชนผู้เสียหายต้องยื่นเรียกร้องค่าเสียหาย กับใครได้บ้าง? ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ว่าใครเป็นผู้ละเลยวิธีการปลอดภัย อย่างไร มีรายละเอียดอย่างไร ผู้เสียหายต้องแจ้งให้หน่วยงานรัฐทราบความเสียหาย เพื่อดำเนินการต่อไป
การแสดงวิธีการเพื่อความปลอดภัย นั้น เป็นมาตรฐานในการก่อสร้างสาธารณูปโภคของรัฐ เนื่องจากรัฐนั้นมีหน้าที่จัดการความปลอดภัยตามกฎหมาย ในกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานของรัฐเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายปกครอง ซึ่งมีหน้าที่ต้องจัดการ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ในการเดินทาง ความสะอาดปลอดภัย คุณภาพชีวิตที่ดี เพราะเป็น สิ่งสำคัญในการจัดตั้งหน่วยงานรัฐตามกฎหมายขึ้นเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายปกครอง
การดำเนินการขอรายละเอียดและเอกสารพยานหลักฐานต่างๆ ของประชาชนผู้เสียหาย เป็นขั้นตอนที่สำคัญ และไม่อาจมองข้ามในขั้นตอนนี้ เพราะเป็นขั้นตอนแรก เพื่อทราบรายละเอียดของผู้รับเหม่าข้างต้น การรวบรวมและตรวจสอบให้ถูกต้อง จึงเป็นการเรียกร้องที่สุจริตและป้องกันความเสียหายที่ซับซ้อนได้ ทำให้เกิดความรวดเร็ว และเป็นธรรม ต่อประชาชนผู้เสียหาย
ขั้นตอนแรก ในการรวบรวมรายละเอียดของผู้รับเหม่าก่อสร้างข้างต้น จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และไม่ให้พยานหลักฐานนั้น ต้องห้ามในการรับฟังเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลต่อไป
สิ่งต่างๆเหล่านี้ นั้นมีความใกล้ตัวกับประชาชนทั่วไป ในการเข้าถึง และ รับบริการตามกฎหมาย และหากเกิดความเสียหาย ต้องทราบขั้นตอนในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายต่อไป เพื่อไม่กระทบสิทธิตามกฎหมาย และเป็นทางออกให้กับประชาชนซึ่งได้รับความเสียหาย
เขียนโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความ #ที่ปรึกษาและทนายความคดีปกครองในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน #ทนายความคดีปกครอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
สภาทนายความแห่งประเทศไทย นั้นตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทนายความ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา6 วรรคท้าย และมีอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 8 กล่าวคือ 1. มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนและออกใบอนุญาตพระราชบัญญัตินี้ ก็คือใบอนุญาตทนายความของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ 2. ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาทนายความ และตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งกำหนดไว้ กล่าวคือ การปฏิบัติ ระเบียบ กฎกระทรวง และข้อบังคับของสภาทนายความ เช่น การควบคุมมรรยาททนายความ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาทของทนายความ พ.ศ.2529 ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ.2546 ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการดำเนินการของสำนักงานสิทธิมนุษยชน ข้อบังคับต่างๆอีกมากมาย
17 พ.ค. 2026
ในปัจจุบัน มีการสร้างงานอันเป็นงานสร้างสรรค์มากกว่า ในหลายปีที่ผ่านมา เพราะทุกวันนี้ มีแอปพลิเคชั่น ที่เผยแพร่งานลิขสิทธิ์ ได้มากกว่าหลายปีที่ผ่านมา เช่น การสร้างสรรค์ผลงานด้านการตลาด การสร้างสรรค์ผลในความตลก การสร้างสรรค์ผลงานเพลง การสร้างสรรค์ผลงานละครหรือเรื่องสั้นต่างๆ การสร้างสรรค์การลำดับภาพต่างๆ มีกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์คุ้มครองผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้ และมีข้อยกเว้น การเผยแพร่ข่าวสารทั่วไป ซึ่งไม่ใช่ลิขสิทธิ์ เพราะเปิดโอกาสให้สังคมรับทราบข่าวสารทั่วไป การเผยแพร่กฎหมายต่างๆ ไม่ใช่การลิขสิทธิ์แต่อย่างใด เพราะต้องการให้สังคมรับทราบกฎหมายต่างๆ ข้อยกเว้นที่ไม่เป็นความผิดในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ จึงมีความสำคัญเช่นกัน ในการฟ้องคดีพรบ ลิขสิทธิ์ และการต่อสู้คดีลิขสิทธิ์
5 เม.ย. 2025
สำหรับบางคนนั้น ยังไม่เคยใช้สิทธิในการฟ้องคดี และต้องการจ้างทนายความครั้งแรก เพื่อฟ้องคดี ต้องทำอย่างไร และอะไรบ้างที่ช่วยลดความกังวลลงได้ เมื่อจำเป็นต้องจ้างทนายความครั้งแรก เพื่อคดี อย่างแรกที่สำคัญที่สุด คือ ต้องตั้งสติ และทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดความเสียหายขึ้น ว่าฝ่ายเรานั้นถูกต้องหรือไม่ตามกฎหมาย เมื่อเห็นว่าฝ่ายเราถูกต้องและเกิดความเสียหายแล้ว ต่อมาคือ การค้นหาทนายความที่เป็นมืออาชีพในการให้คำปรึกษาในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำพยานหลักฐานมาฟ้องคดีต่อไป ผมจะกล่าวรายละเอียดต่อไปนี้
14 ส.ค. 2026

