การคัดค้านกระบวนพิจารณาคดีผิดระเบียบ ทำได้หรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2025
514 ผู้เข้าชม

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 กล่าวว่า " ในกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม หรือ ที่เกี่ยวข้องด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในเรื่องการเขียน และการยื่น หรือ การส่งคำคู่ความ หรือ เอกสารอื่นๆ หรือ ในการพิจารณาคดี การพิจารณาพยานหลักฐาน หรือ การบังคับคดี เมื่อศาลเห็นสมควร หรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เสียหายเนื่องจากการที่มิได้ปฏิบัติเช่นว่านั้นยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียทั้งหมด หรือบางส่วน หรือ สั่งแก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่ศาลเห็นสมควร
ข้อคัดค้านเรื่องผิดระเบียบนั้น คู่ความฝ่ายที่เสียหายอาจยกขึ้นกล่าวได้ว่าไม่ว่าในเวลาใดๆ ก่อนมีคำพิพากษา แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบข้อความ หรือ พฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น แต่ทั้งนี้คู่ความฝ่ายนั้นต้องมิได้ดำเนินการอันใดขึ้นใหม่หลังจากที่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบแล้ว หรือต้องมิได้ให้สัตยาบันแก่การผิดระเบียบนั้นๆ
ถ้าศาลสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบใดๆ อันมิใช่เรื่องที่คู่ความละเลยไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่องนั้นภายในระยะเวลาซึ่งกฎหมาย หรือศาลกำหนดไว้ เพียงเท่านี้ไม่เป็นการตัดสิทธิคู่ความฝ่ายนั้น ในอันที่จะดำเนินกระบวนพิจารณานั้น ใหม่ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับ "
ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 กล่าวว่า " ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความแล้วก็ดี มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป แต่ศาลจะสั่งขังจำเลยไว้ หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้
เมือศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิด และไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย ให้ศาลลงโทษจำเลยตามความผิด แต่เมื่อเห็นสมควรศาลจะปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้ "
เมื่อพิจารณาแล้ว กฎหมายข้างต้น นั้น เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความยุติธรรม และ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลนั้นต้องปฎิบัติโดยเคร่งครัด และไม่สามารถปฏิบัติให้แตกต่างกับกฎหมายดังกล่าวได้ มิฉะนั้น จะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมในสังคม การพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรม และเป็นข้อเคร่งครัดตามกฎหมาย
กรณีที่มีพยานเท็จ หรือ การทำพยานหลักฐานเท็จ ผู้เสียหายย่อมใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อศาลได้ตามกฎหมายต่อไป
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
การให้โดยสเหน่หา เป็นนิติกรรมตามกฎหมาย อย่างหนึ่ง การให้สังหาริมทรัพย์ นั้นไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ แต่สามารถส่งมอบทรัพย์ที่มอบให้โดยเสน่หา และผู้ให้นั้น ยินยอมสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ส่งมอบ เท่านี้ ก็เป็นการให้โดยเสน่หาแล้วครับ เช่น การให้เงิน ให้รถยนต์ ให้สิ่งของต่างๆเล็กน้อยๆ การให้ผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง การที่พัก การให้อาหาร มีผลบังคับตามกฎหมายทันที โดยไม่ต้องทำเป็นสัญญาแต่อย่างใด ดังนั้้น ถ้าผู้ใดไม่มีเจตนาให้โดยสเหน่หาต้องทำเป็นนิติสัญญาอย่างใด อย่างหนึ่ง มิฉะนั้น ผู้นั้นต้องถือว่า ไม่มีเจตนาทำนิติกรรมสัญญาอย่างอื่น นอกจากการให้โดยสเหน่หาเท่านั้น
13 พ.ย. 2024
ลูกหนี้ที่ถูกยึดทรัพย์ เพื่อนำมาขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อมีการขายทอดตลาดทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังมีสิทธิติดตาม ยอดรายรับ รายจ่าย ในการขายทรัพย์ทอดตลาด ได้ตามกฎหมาย เมื่อหนี้ตามคำพิพากษามีจำนวนน้อยกว่าราคาทรัพย์ที่ประเมิน โดยสำนักงานที่ดิน หรือ สำนักงานประเมินทรัพย์อื่นๆ เมื่อทำบัญชีรับจ่ายแล้ว ลูกหนี้ย่อมมีสิทธิได้รับคืนเงินที่เหลือ เมื่อหักหนี้กับหนี้ตามคำพิพากษาแล้วตามกฎหมาย
29 พ.ค. 2025
เมื่อต้องการปรึกษากฎหมาย หรือ ติดต่อกับทนายความ ควรปฏิบัติอย่างไร ? จึงจะเกิดความรวดเร็ว และเกิดความสบาย เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายของท่าน ก่อนอื่น ต้องทำความรู้จักลักษณะเด่น ของทนายควาามก่อน ว่ามีลักษณะเด่นอย่างไร ? เพื่อจะได้เข้าใจ และสื่อสารได้อย่างมั่นใจและ เป็นประโยชน์ในการติดต่อกับทนายความ ลดปัญหาการเข้าใจ หรือ ไม่รู้ และสร้างบุคลิกภาพที่ดี ในการพบ และติดต่อกับทนายความ
16 ต.ค. 2025


