การคัดค้านกระบวนพิจารณาคดีผิดระเบียบ ทำได้หรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2025
137 ผู้เข้าชม

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 กล่าวว่า " ในกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม หรือ ที่เกี่ยวข้องด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในเรื่องการเขียน และการยื่น หรือ การส่งคำคู่ความ หรือ เอกสารอื่นๆ หรือ ในการพิจารณาคดี การพิจารณาพยานหลักฐาน หรือ การบังคับคดี เมื่อศาลเห็นสมควร หรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เสียหายเนื่องจากการที่มิได้ปฏิบัติเช่นว่านั้นยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียทั้งหมด หรือบางส่วน หรือ สั่งแก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่ศาลเห็นสมควร
ข้อคัดค้านเรื่องผิดระเบียบนั้น คู่ความฝ่ายที่เสียหายอาจยกขึ้นกล่าวได้ว่าไม่ว่าในเวลาใดๆ ก่อนมีคำพิพากษา แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบข้อความ หรือ พฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น แต่ทั้งนี้คู่ความฝ่ายนั้นต้องมิได้ดำเนินการอันใดขึ้นใหม่หลังจากที่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบแล้ว หรือต้องมิได้ให้สัตยาบันแก่การผิดระเบียบนั้นๆ
ถ้าศาลสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบใดๆ อันมิใช่เรื่องที่คู่ความละเลยไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่องนั้นภายในระยะเวลาซึ่งกฎหมาย หรือศาลกำหนดไว้ เพียงเท่านี้ไม่เป็นการตัดสิทธิคู่ความฝ่ายนั้น ในอันที่จะดำเนินกระบวนพิจารณานั้น ใหม่ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับ "
ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 กล่าวว่า " ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความแล้วก็ดี มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป แต่ศาลจะสั่งขังจำเลยไว้ หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้
เมือศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิด และไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย ให้ศาลลงโทษจำเลยตามความผิด แต่เมื่อเห็นสมควรศาลจะปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้ "
เมื่อพิจารณาแล้ว กฎหมายข้างต้น นั้น เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความยุติธรรม และ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลนั้นต้องปฎิบัติโดยเคร่งครัด และไม่สามารถปฏิบัติให้แตกต่างกับกฎหมายดังกล่าวได้ มิฉะนั้น จะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมในสังคม การพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรม และเป็นข้อเคร่งครัดตามกฎหมาย
กรณีที่มีพยานเท็จ หรือ การทำพยานหลักฐานเท็จ ผู้เสียหายย่อมใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อศาลได้ตามกฎหมายต่อไป
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
หลายๆครั้งที่อุบัติเหตุจากการจราจร ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และเกิดปัญหาที่ต้องแก้ไข หรือต้องการทางออก ไม่ว่าจะเป็นทางออกของคดี มีข้อกฎหมายอย่างไร ทางออกของการเจรจา จะมีแนวทางอย่างไร เพื่อจะเจรจากับคู่กรณี ปัจจุบัน มีกฎหมายที่สำคัญ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และมี พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ในการนำมาเป็นหลักในการหาทางออก และหากมีประภัยรถยนต์ด้วย ก็ยิ่งทำให้บรรเทาความเดือดร้อนไปได้เป็นอย่างมาก
12 พ.ย. 2025
หลายครั้ง ที่คนดัง ถูกเชิญไปสัมภาษณ์ ในรายการที่มีชื่อเสียงมากๆ หรือรายการที่คนทั่วไปประชาชนชื่นชอบ บุคคลที่ถูกสัมภาษณ์ จักสามารถนำเนื้อหาที่ให้สัมภาษณ์ ไปตัดต่อเนื้อหา หรือไปเผยแพร่ทั้งหมด หรือบางส่วน ได้ตามกฎหมาย และมีความผิดลิขสิทธิ์เนื้อหาของรายการหรือไม่
16 ก.พ. 2025
เมื่อนายจ้างตกลงให้ทำงานและลูกจ้างตกลงทำงาน มีสัญญาจ้างแรงงานแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ภายหลังนายจ้างเป็นฝ่ายที่ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถทนทำงานต่อไปได้ มีการลดตำแหน่งงาน มีการลดเงินเดือน ค่าตอบแทนต่างๆ มีการกระทำให้ลูกจ้างเป็นฝ่ายเสียหายต่อชื่อเสียงของลูกจ้าง เพื่อทำให้ลูกจ้างนั้นไม่สามารถทนทำงานต่อได้อีกกับนายจ้าง เหตุการณ์นี้ย่อมทำให้ลูกจ้างได้รับความเสียหายทันที และมีกฎหมายคุ้มครองฝ่ายลูกจ้างทันทีเช่นกัน ทั้งนี้ เป็นการกระทำผิดต่อลูกจ้าง ซึ่งเป็นข้อพิพาทคดีแรงงานทั้งหมด อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงานตามกฎหมาย
4 ก.ย. 2025

