เป็นจำเลยในคดีแพ่ง ต้องการต่อสู้คดี ไม่ไปศาลได้หรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
168 ผู้เข้าชม

การนัดวันสืบพยานในคดีแพ่งสามัญ นั้นมีการนัดสืบพยานล่วงหน้า หลายเดือน และต่อมาจำเลยในคดีแพ่ง ที่ยื่นคำให้การและบัญชีพยานอ้างตนเองเป็นพยานคนเดียว อ้างเอกสาร อ้างภาพถ่ายต่างๆ อ้างข้อความแชทต่างๆ ไว้ในสำนวนคดี ต่อมาในวันนัดสืบพยานจริงๆ จำเลยมีเหตุต้องจัดงานศพมารดา และแจ้งกับทนายความจำเลยว่า ผมไปศาลสืบพยานไม่ได้นั้น ผมอยากเลื่อนคดี การเลื่อนคดีเป็นอำนาจของศาล และอีกฝ่ายหนึ่งกล่าวคือ โจทก์มีสิทธิคัดค้านได้ตามกฎหมาย ทนายความไม่ใช่คนสั่งให้เลื่อนคดีได้ตามความประสงค์ของจำเลย อีกทั้ง การมาสืบพยานนั้น ไม่ได้ใช้เวลาทั้งคืนทั้งวัน จำเลยย่อมมีเวลาเพียงพอที่จะมาศาลได้ตามวันนัด แต่จำเลยไม่ยอมมาศาลและไม่มีพยานอื่นที่เกี่ยวข้องมาสืบพยานแต่อย่างใด การกระทำนี้ เป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่งเอง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 กล่าวว่า " เมื่อศาลเห็นสมควรหรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ หรือ ตามที่ศาลกำหนดไว้ หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่น เพื่อให้ดำเนิน หรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น แต่การขยาย หรือย่นเวลาเช่นนี้ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่ง หรือ คู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย "
การมีเหตุวิสัย ตามกฎหมายข้างต้นนั้น จะนำมาใช้กับการจัดการงานศพมารดาหรือบิดา หรือญาติได้มั้ย ตามกฎหมายไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย เพราะเหตุสุดวิสัยนั้น เป็นเหตุที่ต้องเป็นเหตุของจำเลยในคดีแพ่งเท่านั้น ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยของผู้อื่นแต่อย่างใด และการได้รับแจ้งของทนายความจำเลยทางโทรศัพท์มือถือ โดยไม่มีหลักฐานใดๆในการจัดงานศพ ทนายความย่อมไม่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้ เพราะการที่ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลต้องมีพยานหลักฐานแนบคำร้องด้วย หากไม่เป็นความจริง ย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลด้วย
ดังนั้น เมื่อไม่มีเหตุสุดวิสัยของจำเลยในคดีแพ่ง และคู่ความฝ่ายโจทก์คัดค้าน ประกอบกับอำนาจในการพิจารณาเลื่อนคดีหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของศาลเท่านั้น เมื่อจำเลยทราบนัดสืบพยานล่วงหน้าแล้วไม่มาศาลในวันนัด ถือว่า จำเลยไม่มีพยานหลักฐานมาสืบพยานหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ จึงเป็นโทษต่อจำเลย และเป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่ง จำเลยในคดีแพ่งจะอ้างเหตุสุดวิสัยได้ตามกฎหมายเท่านั้น จำเลยในคดีแพ่งที่ประสงค์ต่อสู้คดีนั้นต้องมาศาลตามกำหนดนัดด้วย เพราะการสืบพยานใช้เวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น ไม่ได้ทำให้กระทบต่อการจัดงานศพของมารดาหรือบิดาแต่อย่างใด
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
สำนักอบรมวิชาว่าความของสภาทนายความ ได้มีข้อกำหนดในการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ แบบ 1 ปี เพื่อให้ผู้ที่จะเตรียมตัวสอบใบอนุญาตเป็นทนายความ ได้ฝึกงานในสำนักงานทนายความจริง และในแต่ละสำนักงานทนายความ ก็จักมีระเบียบข้อบังคับในการฝึกหัดเพื่อสอบใบอนุญาตทนายความ อย่างไร?
6 ม.ค. 2025
ในปัจจุบัน ในย่านธุรกิจ มีลูกจ้างเป็นจำนวนมาก ลูกจ้างจึงมีความจำเป็นทราบสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบตามกฎหมายแรงงาน
6 ม.ค. 2025
ปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน สภาพการจ้าง สิทธิของลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน การผิดสัญญาจ้างแรงงาน ต่างๆเหล่านี้ นั้น นำมาสู่การฟ้องร้องคดีแรงงาน ต่อศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจ ต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากปัจจุบันนั้น มีผู้ก่อตั้งธุรกิจใหม่ๆ และมีเป้าหมายในการเติบโตทางธุรกิจ แต่หลายรายนั้น ยังไม่มีฝ่ายแรงงาน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานในธุรกิจที่ก่อตั้งใหม่ อาจนำไปสู่ข้อพิพาททางแรงงานได้ โดยคดีแรงงานนั้น มีทั้งคดีแพ่ง และโทษทางคดีอาญาด้วย อนึ่งโทษปรับนั้น อาจมีอัตราสูง ถ้าเปรียบเทียบกับคดีทั่วไป การดำเนินการของธุรกิจ จึงมีความจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน ด้วยนะครับ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
28 ธ.ค. 2024


