แชร์

เป็นจำเลยในคดีแพ่ง ต้องการต่อสู้คดี ไม่ไปศาลได้หรือไม่ ?

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
443 ผู้เข้าชม
                 การนัดวันสืบพยานในคดีแพ่งสามัญ นั้นมีการนัดสืบพยานล่วงหน้า หลายเดือน  และต่อมาจำเลยในคดีแพ่ง  ที่ยื่นคำให้การและบัญชีพยานอ้างตนเองเป็นพยานคนเดียว  อ้างเอกสาร  อ้างภาพถ่ายต่างๆ อ้างข้อความแชทต่างๆ  ไว้ในสำนวนคดี  ต่อมาในวันนัดสืบพยานจริงๆ  จำเลยมีเหตุต้องจัดงานศพมารดา  และแจ้งกับทนายความจำเลยว่า ผมไปศาลสืบพยานไม่ได้นั้น  ผมอยากเลื่อนคดี    การเลื่อนคดีเป็นอำนาจของศาล   และอีกฝ่ายหนึ่งกล่าวคือ โจทก์มีสิทธิคัดค้านได้ตามกฎหมาย   ทนายความไม่ใช่คนสั่งให้เลื่อนคดีได้ตามความประสงค์ของจำเลย   อีกทั้ง  การมาสืบพยานนั้น ไม่ได้ใช้เวลาทั้งคืนทั้งวัน   จำเลยย่อมมีเวลาเพียงพอที่จะมาศาลได้ตามวันนัด  แต่จำเลยไม่ยอมมาศาลและไม่มีพยานอื่นที่เกี่ยวข้องมาสืบพยานแต่อย่างใด   การกระทำนี้ เป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่งเอง   
                   ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 กล่าวว่า " เมื่อศาลเห็นสมควรหรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ หรือ ตามที่ศาลกำหนดไว้  หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่น เพื่อให้ดำเนิน หรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น  แต่การขยาย หรือย่นเวลาเช่นนี้ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่ง หรือ คู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น  เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย "
                    การมีเหตุวิสัย ตามกฎหมายข้างต้นนั้น  จะนำมาใช้กับการจัดการงานศพมารดาหรือบิดา หรือญาติได้มั้ย   ตามกฎหมายไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย   เพราะเหตุสุดวิสัยนั้น เป็นเหตุที่ต้องเป็นเหตุของจำเลยในคดีแพ่งเท่านั้น   ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยของผู้อื่นแต่อย่างใด  และการได้รับแจ้งของทนายความจำเลยทางโทรศัพท์มือถือ  โดยไม่มีหลักฐานใดๆในการจัดงานศพ   ทนายความย่อมไม่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้  เพราะการที่ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลต้องมีพยานหลักฐานแนบคำร้องด้วย  หากไม่เป็นความจริง ย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลด้วย
                         ดังนั้น  เมื่อไม่มีเหตุสุดวิสัยของจำเลยในคดีแพ่ง และคู่ความฝ่ายโจทก์คัดค้าน  ประกอบกับอำนาจในการพิจารณาเลื่อนคดีหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของศาลเท่านั้น    เมื่อจำเลยทราบนัดสืบพยานล่วงหน้าแล้วไม่มาศาลในวันนัด ถือว่า จำเลยไม่มีพยานหลักฐานมาสืบพยานหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์  จึงเป็นโทษต่อจำเลย และเป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่ง   จำเลยในคดีแพ่งจะอ้างเหตุสุดวิสัยได้ตามกฎหมายเท่านั้น   จำเลยในคดีแพ่งที่ประสงค์ต่อสู้คดีนั้นต้องมาศาลตามกำหนดนัดด้วย  เพราะการสืบพยานใช้เวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น  ไม่ได้ทำให้กระทบต่อการจัดงานศพของมารดาหรือบิดาแต่อย่างใด
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
การยื่นเพิกถอนผู้จัดการมรดก  เป็นวิธีการที่ดีหรือไม่ ?
เมื่อศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ต่อมาทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกบางท่าน ประสงค์ให้ดำเนินการเพิกถอนผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลนั้น สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่จะมีผลอย่างไรต่อผู้ร้องขอเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ภายหลังจากที่ศาลไม่อนุญาตตามคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งผู้จัดการมรดก และจะมีผลตามมาอย่างไร ? แล้วมีวิธีการที่ดีกว่ามั้ย ?
14 ส.ค. 2025
ข้อควรรู้ก่อนเข้าหุ้นส่วนกันทำธุรกิจ   จะได้ไม่เสียเปรียบ เป็นอย่างไร ?
การเข้าหุ้นส่วนกันทำธุรกิจ ที่พบเห็นบ่อยๆคือ การเข้าหุ้นกันจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด เพื่อประกอบกิจการอย่างไรอย่างหนึ่ง ตามวัตถุประสงค์เพื่อการค้า ไม่ใช่แค่หาสถานที่ตั้งของบริษัทจำกัดเท่านั้น แล้วสามารถตั้งบริษัทจำกัดได้เลย เพราะถ้าไม่มีข้อตกลงระหว่างกันของหุ้นส่วน มักจะมีปัญหาตามมา เป็นคดี เสมอๆ การวางแผนเข้าหุ้นกันโดยมีที่ปรึกษาด้านกฎหมาย หรือทนายความจึงมีความจำเป็น ด้วยเช่นกัน
5 ก.ย. 2025
การยื่นเป็นผู้จัดการมรดกต้องดำเนินการอย่างไร  มีการเริ่มเตรียมตัวอย่างไร?
เมื่อมีเจ้าทรัพย์สิน ถึงแก่กรรม ตามกฎหมาย ทายาทตามกฎหมาย หรือทายาทตามพินัยกรรม มีเหตุจำเป็นต้องยื่นเป็นผู้จัดการมรดก เพื่อทำหน้าที่แบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ถึงแก่กรรม จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวและต้องดำเนินการอย่างไร? ต้องเริ่มปรึกษาทายาทตั้งแต่เมื่อไหร่? ต้องปรึกษาทนายความตั้งแต่เมื่อไหร่? เรามาเริ่มกันได้เลยนะครับ
28 ธ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy