เป็นจำเลยในคดีแพ่ง ต้องการต่อสู้คดี ไม่ไปศาลได้หรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
575 ผู้เข้าชม

การนัดวันสืบพยานในคดีแพ่งสามัญ นั้นมีการนัดสืบพยานล่วงหน้า หลายเดือน และต่อมาจำเลยในคดีแพ่ง ที่ยื่นคำให้การและบัญชีพยานอ้างตนเองเป็นพยานคนเดียว อ้างเอกสาร อ้างภาพถ่ายต่างๆ อ้างข้อความแชทต่างๆ ไว้ในสำนวนคดี ต่อมาในวันนัดสืบพยานจริงๆ จำเลยมีเหตุต้องจัดงานศพมารดา และแจ้งกับทนายความจำเลยว่า ผมไปศาลสืบพยานไม่ได้นั้น ผมอยากเลื่อนคดี การเลื่อนคดีเป็นอำนาจของศาล และอีกฝ่ายหนึ่งกล่าวคือ โจทก์มีสิทธิคัดค้านได้ตามกฎหมาย ทนายความไม่ใช่คนสั่งให้เลื่อนคดีได้ตามความประสงค์ของจำเลย อีกทั้ง การมาสืบพยานนั้น ไม่ได้ใช้เวลาทั้งคืนทั้งวัน จำเลยย่อมมีเวลาเพียงพอที่จะมาศาลได้ตามวันนัด แต่จำเลยไม่ยอมมาศาลและไม่มีพยานอื่นที่เกี่ยวข้องมาสืบพยานแต่อย่างใด การกระทำนี้ เป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่งเอง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 กล่าวว่า " เมื่อศาลเห็นสมควรหรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ หรือ ตามที่ศาลกำหนดไว้ หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่น เพื่อให้ดำเนิน หรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น แต่การขยาย หรือย่นเวลาเช่นนี้ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่ง หรือ คู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย "
การมีเหตุวิสัย ตามกฎหมายข้างต้นนั้น จะนำมาใช้กับการจัดการงานศพมารดาหรือบิดา หรือญาติได้มั้ย ตามกฎหมายไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย เพราะเหตุสุดวิสัยนั้น เป็นเหตุที่ต้องเป็นเหตุของจำเลยในคดีแพ่งเท่านั้น ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยของผู้อื่นแต่อย่างใด และการได้รับแจ้งของทนายความจำเลยทางโทรศัพท์มือถือ โดยไม่มีหลักฐานใดๆในการจัดงานศพ ทนายความย่อมไม่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้ เพราะการที่ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลต้องมีพยานหลักฐานแนบคำร้องด้วย หากไม่เป็นความจริง ย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลด้วย
ดังนั้น เมื่อไม่มีเหตุสุดวิสัยของจำเลยในคดีแพ่ง และคู่ความฝ่ายโจทก์คัดค้าน ประกอบกับอำนาจในการพิจารณาเลื่อนคดีหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของศาลเท่านั้น เมื่อจำเลยทราบนัดสืบพยานล่วงหน้าแล้วไม่มาศาลในวันนัด ถือว่า จำเลยไม่มีพยานหลักฐานมาสืบพยานหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ จึงเป็นโทษต่อจำเลย และเป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่ง จำเลยในคดีแพ่งจะอ้างเหตุสุดวิสัยได้ตามกฎหมายเท่านั้น จำเลยในคดีแพ่งที่ประสงค์ต่อสู้คดีนั้นต้องมาศาลตามกำหนดนัดด้วย เพราะการสืบพยานใช้เวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น ไม่ได้ทำให้กระทบต่อการจัดงานศพของมารดาหรือบิดาแต่อย่างใด
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
สภาทนายความแห่งประเทศไทย นั้นตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทนายความ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา6 วรรคท้าย และมีอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 8 กล่าวคือ 1. มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนและออกใบอนุญาตพระราชบัญญัตินี้ ก็คือใบอนุญาตทนายความของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ 2. ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาทนายความ และตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งกำหนดไว้ กล่าวคือ การปฏิบัติ ระเบียบ กฎกระทรวง และข้อบังคับของสภาทนายความ เช่น การควบคุมมรรยาททนายความ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาทของทนายความ พ.ศ.2529 ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ.2546 ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการดำเนินการของสำนักงานสิทธิมนุษยชน ข้อบังคับต่างๆอีกมากมาย
17 พ.ค. 2026
ในยุคปัจจุบันนี้ มีการจ้างการเขียน ผลงานการเขียน เพื่อนำไปเผยแพร่ ในสื่อโชเซียล เช่น google facebook และอื่นๆมากมาย ผู้รับจ้างเขียน ในผลงานเขียนนั้น ยังเป็นลิขสิทธิ์ของผู้รับจ้างหรือไม่ และผู้รับจ้างยังอาจสิทธิในงานเขียนต่อผู้ว่าจ้าง ได้มากน้อยแค่ไหน ข้อมูลในการเขียนนั้น รายละเอียดการเรียบเรียง วิธีการเรียบเรียง ผู้รับจ้างยังอ้างสิทธิได้ตามกฎหมายหรือไม่ ?
29 เม.ย. 2025
เมื่อต้องการปรึกษากฎหมาย หรือ ติดต่อกับทนายความ ควรปฏิบัติอย่างไร ? จึงจะเกิดความรวดเร็ว และเกิดความสบาย เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายของท่าน ก่อนอื่น ต้องทำความรู้จักลักษณะเด่น ของทนายควาามก่อน ว่ามีลักษณะเด่นอย่างไร ? เพื่อจะได้เข้าใจ และสื่อสารได้อย่างมั่นใจและ เป็นประโยชน์ในการติดต่อกับทนายความ ลดปัญหาการเข้าใจ หรือ ไม่รู้ และสร้างบุคลิกภาพที่ดี ในการพบ และติดต่อกับทนายความ
16 ต.ค. 2025


