เป็นจำเลยในคดีแพ่ง ต้องการต่อสู้คดี ไม่ไปศาลได้หรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
120 ผู้เข้าชม

การนัดวันสืบพยานในคดีแพ่งสามัญ นั้นมีการนัดสืบพยานล่วงหน้า หลายเดือน และต่อมาจำเลยในคดีแพ่ง ที่ยื่นคำให้การและบัญชีพยานอ้างตนเองเป็นพยานคนเดียว อ้างเอกสาร อ้างภาพถ่ายต่างๆ อ้างข้อความแชทต่างๆ ไว้ในสำนวนคดี ต่อมาในวันนัดสืบพยานจริงๆ จำเลยมีเหตุต้องจัดงานศพมารดา และแจ้งกับทนายความจำเลยว่า ผมไปศาลสืบพยานไม่ได้นั้น ผมอยากเลื่อนคดี การเลื่อนคดีเป็นอำนาจของศาล และอีกฝ่ายหนึ่งกล่าวคือ โจทก์มีสิทธิคัดค้านได้ตามกฎหมาย ทนายความไม่ใช่คนสั่งให้เลื่อนคดีได้ตามความประสงค์ของจำเลย อีกทั้ง การมาสืบพยานนั้น ไม่ได้ใช้เวลาทั้งคืนทั้งวัน จำเลยย่อมมีเวลาเพียงพอที่จะมาศาลได้ตามวันนัด แต่จำเลยไม่ยอมมาศาลและไม่มีพยานอื่นที่เกี่ยวข้องมาสืบพยานแต่อย่างใด การกระทำนี้ เป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่งเอง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 กล่าวว่า " เมื่อศาลเห็นสมควรหรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ หรือ ตามที่ศาลกำหนดไว้ หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่น เพื่อให้ดำเนิน หรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น แต่การขยาย หรือย่นเวลาเช่นนี้ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่ง หรือ คู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย "
การมีเหตุวิสัย ตามกฎหมายข้างต้นนั้น จะนำมาใช้กับการจัดการงานศพมารดาหรือบิดา หรือญาติได้มั้ย ตามกฎหมายไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย เพราะเหตุสุดวิสัยนั้น เป็นเหตุที่ต้องเป็นเหตุของจำเลยในคดีแพ่งเท่านั้น ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยของผู้อื่นแต่อย่างใด และการได้รับแจ้งของทนายความจำเลยทางโทรศัพท์มือถือ โดยไม่มีหลักฐานใดๆในการจัดงานศพ ทนายความย่อมไม่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้ เพราะการที่ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลต้องมีพยานหลักฐานแนบคำร้องด้วย หากไม่เป็นความจริง ย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลด้วย
ดังนั้น เมื่อไม่มีเหตุสุดวิสัยของจำเลยในคดีแพ่ง และคู่ความฝ่ายโจทก์คัดค้าน ประกอบกับอำนาจในการพิจารณาเลื่อนคดีหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของศาลเท่านั้น เมื่อจำเลยทราบนัดสืบพยานล่วงหน้าแล้วไม่มาศาลในวันนัด ถือว่า จำเลยไม่มีพยานหลักฐานมาสืบพยานหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ จึงเป็นโทษต่อจำเลย และเป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่ง จำเลยในคดีแพ่งจะอ้างเหตุสุดวิสัยได้ตามกฎหมายเท่านั้น จำเลยในคดีแพ่งที่ประสงค์ต่อสู้คดีนั้นต้องมาศาลตามกำหนดนัดด้วย เพราะการสืบพยานใช้เวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น ไม่ได้ทำให้กระทบต่อการจัดงานศพของมารดาหรือบิดาแต่อย่างใด
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
บางครั้ง เมื่อสัญญาจ้างต้องสิ้นสุดลง กรณีร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (1) มีความผิดอาญาเกิดขึ้นแก่นายจ้าง นอกจากลูกจ้างจะไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแล้ว และสิ้นสุดสัญญาจ้างแรงงานทันที เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ กับทั้งฝ่ายของนายจ้าง และลูกจ้าง เพราะจะมีปัญหาที่ต้องมาพิจารณากันด้วยกฎหมายหลายฉบับ ฝ่ายนายจ้าง ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ เกิดความผิด และลูกจ้างก็ต้องรับผลร้าย ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง เป็นเหตุให้ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก
29 เม.ย. 2025
เมื่อลูกจ้างขับรถในการปฏิบัติหน้าที่แก่นายจ้าง และเกิดความเสียหายเป็นคดีจราจร และมีผู้เสียหาย หากประกันภัยรถยนต์ และพรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัย จ่ายค่าเยียวยาตามกฎหมายแล้ว ยังเรียกร้องกับนายจ้างให้จ่ายค่าสินไหมทดแทน ที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายผิดและก่อความเสียหาย แก่ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดอย่างไร?
20 ก.พ. 2025
ในกรณีที่เจ้าหนี้ มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดกฎหมาย มีการเรียกเก็บดอกเบี้ย เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยตั้งแต่ปีพ.ศ.2564 กฎหมายกำหนดไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี หากมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกำหนด มีการหักดอกเบี้ยจากต้นเงิน เหล่านี้ ลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้รับจำนองย่อมต่อสู้คดีได้ตามกฎหมาย เป็นข้อต่อสู้ที่มีกฎหมาย มีข้อกฎหมายให้นำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ ในการสืบพยานได้
6 เม.ย. 2025

