แชร์

การสื่อสารกับทนายความ ควรปฏิบัติอย่างไร ?(copy)

อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
237 ผู้เข้าชม
                เมื่อต้องการติดต่อและสื่อสารกับทนายความ  ย่อมต้องรู้จักลักษณะเด่น หรือ ลักษณะเฉพาะของทนายความเสียก่อน  เพื่อจะได้เข้าใจซึ่งกันและกันในการติดต่อกับทนายความ  
               ทนายความ นั้นส่วนใหญ่ จักมีลักษณะเด่นๆ  กล่าวคือ เป็นบุคคลซึ่งชื่นชอบเหตุผล และมีประสบการณ์ในการพบผู้คนหลากหลายระดับ และ หลากหลายอาชีพ  รวมถึง คนที่ดีและคนไม่ดีในสังคมของเราๆในแต่ละวัน  ดังนั้น  การพูดคุยและสื่อสารกับทนายความ ผมแนะนำให้สื่อสารด้วยความสุภาพ และ แจ้งความประสงค์กับทนายความตรงๆ  ในการติดต่อสื่อสารแต่อย่างละครั้ง  เพราะทนายความบางท่าน อาจมีเวลาในการติดต่อจำกัด  และคิดค่าปรึกษาเป็นนาที หรือ มีค่าบริการในการขอคำปรึกษา
                คำพูดที่ควรหลีกเลี่ยงในการติดต่อกับทนายความ คือ  การใช้คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์  หรือ  การพูดในลักษณะก้าวร้าว   เพราะทนายความส่วนใหญ่ ย่อมกับความกดดันกับงานคดีต่างๆ อยู่แล้ว  และ บางครั้ง ทนายความนั้นต้องทำงานหลายๆคดีพร้อมๆกัน ในช่วงเวลาแต่ละวันทำการของสำนักงานทนายความ   จึงไม่ควรมีการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเครียดเกินกว่าเหตุ   และ ควรหลีกเลี่ยงคำพูด ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายๆ  เช่น  การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวมากเกินขอบเขต   ของผู้ติดต่อกับทนายความ  อันเป็นผลให้เกิดความไม่สบายใจต่อทนายความ และตัวท่านเอง    การสอบถามจึงเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ และทำให้เกิดความรวดเร็ว  ในการรับบริการคำปรึกษากับทนายความ    
                    การจองนัดล่วงหน้า  ย่อมเป็นประโยชน์ เนื่องจาก ไม่เกิดความผิดพลาด เรื่องของการนัด  เพราะบางครั้ง ทนายความต้องมีงานเข้ามาในแต่ละวัน  จะได้กำหนดนัดงาน ในช่วงเวลาของแต่ละวัน  โดยไม่ต้องรอนาน  และ ไม่เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย  ทั้งประชาชน กับทนายความ  และเป็นการเตรียมตัวอย่างหนึ่งในการพบกับทนายความ เพื่อติดต่อ หรือ รับปรึกษาคดี หรือนัดขอเอกสารกับทนายความ
                การขอเอกสารทางคดีกับทนายความ  มีค่าบริการหรือไม่  ให้สอบถามทนายความด้วย   เพราะสำนักงานทนายความย่อมต้องการค้นเอกสาร และ การสำเนาเอกสาร  รวมทั้ง ใช้เวลาในการดำเนินการให้ก้บท่าน  แนะนำให้สอบถามกับสำนักงานทนายความด้วย  เพื่อเป็นสร้างความเข้าใจที่ดี ในการติดต่อกับสำนักงานทนายความ หรือ ทนายความในแต่ละครั้ง  แต่ปกติ ถ้าเอกสารมีจำนวนมากและต้องใช้ระยะเวลาในการค้นเอกสาร  ควรสอบถามกำหนดเวลากับสำนักงานทนายความด้วย   สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ การขอเอกสารจำนวนมาก และไม่บอกล่วงหน้าก้บสำนักงานทนายความ  ย่อมเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม  หากไม่ได้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน  เนื่องจากเอกสารต่างๆนั้นมีรายละเอียดและ มีผลทางกฎหมาย  ทนายความต้องตรวจสอบเอกสาร เพื่อความถูกต้องก่อนส่งมอบแก่ท่านในแต่ละครั้ง
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำความรู้จัก กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย  เป็นอย่างไร? มีบทบาทอย่างไร?
สภาทนายความแห่งประเทศไทย นั้นตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทนายความ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา6 วรรคท้าย และมีอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 8 กล่าวคือ 1. มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนและออกใบอนุญาตพระราชบัญญัตินี้ ก็คือใบอนุญาตทนายความของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ 2. ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาทนายความ และตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งกำหนดไว้ กล่าวคือ การปฏิบัติ ระเบียบ กฎกระทรวง และข้อบังคับของสภาทนายความ เช่น การควบคุมมรรยาททนายความ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาทของทนายความ พ.ศ.2529 ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ.2546 ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการดำเนินการของสำนักงานสิทธิมนุษยชน ข้อบังคับต่างๆอีกมากมาย
17 พ.ค. 2026
การเลิกจ้างลูกจ้างไม่เป็นธรรม  และเป็นผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นอย่างไร?
เมื่อนายจ้างตกลงให้ทำงานและลูกจ้างตกลงทำงาน มีสัญญาจ้างแรงงานแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ภายหลังนายจ้างเป็นฝ่ายที่ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถทนทำงานต่อไปได้ มีการลดตำแหน่งงาน มีการลดเงินเดือน ค่าตอบแทนต่างๆ มีการกระทำให้ลูกจ้างเป็นฝ่ายเสียหายต่อชื่อเสียงของลูกจ้าง เพื่อทำให้ลูกจ้างนั้นไม่สามารถทนทำงานต่อได้อีกกับนายจ้าง เหตุการณ์นี้ย่อมทำให้ลูกจ้างได้รับความเสียหายทันที และมีกฎหมายคุ้มครองฝ่ายลูกจ้างทันทีเช่นกัน ทั้งนี้ เป็นการกระทำผิดต่อลูกจ้าง ซึ่งเป็นข้อพิพาทคดีแรงงานทั้งหมด อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงานตามกฎหมาย
4 ก.ย. 2025
การที่โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร  ไม่ดูแลสถานที่ และไม่แจ้ง หรือกั้นพื้นที่ เพื่อความปลอดภัย หากมีความเสียหาย สามารถดำเนินคดีได้หรือไม่ ?
การที่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นลูกค้าของโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และไปใช้บริการ แล้วเกิดความไม่ปลอดภัย ไม่มีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า ไม่มีการกั้นพื้นที่อันตราย ไม่มีการดูแลบำรุงรักษา และต่อมาเกิดภัยอันตรายกับนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า แน่นอน ผมแนะนำให้ไกล่เกลี่ยกัน เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สบายใจทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อไม่สามารถเจรจากันได้ ย่อมต้องมีการฟ้องร้องคดีกันอย่างแน่นอน และต้องมีภาระเพิ่มขึ้นทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและ ลูกค้า มีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญานะครับ
25 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy