แชร์

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับสำนักงานทนายความ เป็นอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 17 พ.ค. 2026
53 ผู้เข้าชม

            ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562  มาตรา 6 มีใจความว่า " ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล " หมายความว่า  บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 

             "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

              ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มาตร 19 ผู้ควบคุมขัอมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อน หรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้

                การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้

                 ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย

                  ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล  ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึงอย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม  ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา รวมถึงการให้บริการใดๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็น 

               ตามข้อกฎหมายข้างต้น  นั้นมีความสำคัญในการบริการของสำนักงานทนายความ  บริษัททนายความเป็นอย่างมาก   เพราะการจะนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นๆ ไปใช้ หรือ เปิดเผย ต้องทำเท่าจำเป็น  และต้องคำนึงถึงความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย     ในกรณีที่ญาติ หรือ ผู้อื่นซึ่งไม่ใช่ตัวความ  เข้ามาขอทราบรายละเอียดกับคดี  หรือ ไม่ใช่คู่สัญญาจ้าง  ในกรณีนิติบุคคลตามกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือ คณะกรรมการ  กรณีต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลแนบมาด้วย  ในการขอข้อมูลคดีซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลขอผู้อื่นอยู่  บางครั้งบางคดีอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนหลายคน

                หากทนายความ หรือ สำนักงานทนายความ หรือ บริษัททนายความ นำข้อมูลไปใช้ หรือเปิดเผย จนกว่าความเสียหายต่อชื่อเสียงของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล  อาจจะเสี่ยงเป็นคดีความขึ้นมาได้  และมีผลเสียหายต่อการเก็บรักษาความลับของลูกความ  ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของสภาทนายความเกี่ยวกับมรรยาททนายความ ข้อ 11. เปิดเผยความลับของลูกความที่ได้รู้ในหน้าที่ของทนายความ  เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากลูกความ หรือ โดยอำนาจศาล
                 ปัจจุบันนี้  มีกฎหมายมากขึ้น เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของวิชาชีพทนายความ  ทนายความจึงมีความจำเป็นต้องเคร่งครัดเรื่องกฎหมาย ให้มีความน่าเชื่อถือ และหนักแน่นในคุณธรรม  เพื่อปกป้องศักดิ์สิทธิ์ในฐานะที่มีหน้าที่ต่อสังคม
                ดังนั้น บางครั้งทนายความก็ต้องดูความเหมาะสม  และต้องสื่อสารกับบุคคลต่างๆที่เข้ามาติดต่อรับบริการด้านกฎหมายและคดี     ทุกวันนี้ สังคมได้เปลี่ยนแปลงมาก  การป้องกันปัญหาไว้ก่อนจึงดีกว่าการแก้ปัญหาในภายหลังเสมอ   ผมมีความคิดแบบนี้ครับ
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์  ตันตยาภิรมย์กุล
 
        

             


บทความที่เกี่ยวข้อง
นายจ้างต้องร่วมรับผิดต่อลูกจ้าง ในกรณีความเสียหายจากเหตุคดีจราจร อย่างไร?
เมื่อลูกจ้างขับรถในการปฏิบัติหน้าที่แก่นายจ้าง และเกิดความเสียหายเป็นคดีจราจร และมีผู้เสียหาย หากประกันภัยรถยนต์ และพรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัย จ่ายค่าเยียวยาตามกฎหมายแล้ว ยังเรียกร้องกับนายจ้างให้จ่ายค่าสินไหมทดแทน ที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายผิดและก่อความเสียหาย แก่ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดอย่างไร?
20 ก.พ. 2025
ข้อความอย่างไร? เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือไม่ ?
ความผิดหมิ่นประมาท นั้นเป็นความผิดต่อชื่อเสียงของผู้เสียหาย หรือ โจทก์ และข้อความที่มีลักษณะหมิ่นประมาทนั้น เป็นข้อความที่ทำให้ผู้นั้น เสียหายต่อชื่อเสียง ทำให้ผู้นั้นถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้ผู้นั้นได้รับความอับอาย ไม่ใช่แค่ผู้นั้นรู้สึก...เสียหายต่อชื่อเสียง แต่ต้องมีพยานหลักฐาน เป็นข้อความที่ถูกใส่ร้าย ต่อบุคคลที่สามด้วย
25 ก.ย. 2025
การเลิกจ้างลูกจ้างไม่เป็นธรรม  และเป็นผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นอย่างไร?
เมื่อนายจ้างตกลงให้ทำงานและลูกจ้างตกลงทำงาน มีสัญญาจ้างแรงงานแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ภายหลังนายจ้างเป็นฝ่ายที่ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถทนทำงานต่อไปได้ มีการลดตำแหน่งงาน มีการลดเงินเดือน ค่าตอบแทนต่างๆ มีการกระทำให้ลูกจ้างเป็นฝ่ายเสียหายต่อชื่อเสียงของลูกจ้าง เพื่อทำให้ลูกจ้างนั้นไม่สามารถทนทำงานต่อได้อีกกับนายจ้าง เหตุการณ์นี้ย่อมทำให้ลูกจ้างได้รับความเสียหายทันที และมีกฎหมายคุ้มครองฝ่ายลูกจ้างทันทีเช่นกัน ทั้งนี้ เป็นการกระทำผิดต่อลูกจ้าง ซึ่งเป็นข้อพิพาทคดีแรงงานทั้งหมด อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงานตามกฎหมาย
4 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy