กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับสำนักงานทนายความ เป็นอย่างไร?

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มาตรา 6 มีใจความว่า " ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล " หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มาตร 19 ผู้ควบคุมขัอมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อน หรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้
การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้
ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย
ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึงอย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา รวมถึงการให้บริการใดๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็น
ตามข้อกฎหมายข้างต้น นั้นมีความสำคัญในการบริการของสำนักงานทนายความ บริษัททนายความเป็นอย่างมาก เพราะการจะนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นๆ ไปใช้ หรือ เปิดเผย ต้องทำเท่าจำเป็น และต้องคำนึงถึงความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ในกรณีที่ญาติ หรือ ผู้อื่นซึ่งไม่ใช่ตัวความ เข้ามาขอทราบรายละเอียดกับคดี หรือ ไม่ใช่คู่สัญญาจ้าง ในกรณีนิติบุคคลตามกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือ คณะกรรมการ กรณีต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลแนบมาด้วย ในการขอข้อมูลคดีซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลขอผู้อื่นอยู่ บางครั้งบางคดีอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนหลายคน
