แชร์

อายุความ คดีลิขสิทธิ์ เป็นอย่างไรบ้าง?

อัพเดทล่าสุด: 5 ก.ย. 2026
132 ผู้เข้าชม

                 การละเมิดลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537   เช่นการซ้ำและดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์  เช่น   ละเมิดงานวรรณกรรม  ละเมิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ละเมิดงานนาฏกรรม  ละเมิดงานศิลปกรรม  ( งานจิตรกรรม  งานประติมากรรม   งานภาพพิมพ์  งานสถาปัตยกรรม  งานภาพถ่าย  งานภาพประกอบ  งานศิลปประยุกต์   )  ละเมิดงานดนตรีกรรม  ละเมิดโสตทัศนวัสดุ  ละเมิดสิ่งบันทึกเสียง  ละเมิดสิทธินักแสดง   ละเมิดงานแพร่เสียงแพร่ภาพ    เป็นต้น

                 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 63  มีใจความว่า " ห้ามมิให้ฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงเมื่อพ้นกำหนดสามปี นับแต่วันที่เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือ สิทธิของนักแสดงรู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิด  แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสิบปี นับแต่วันที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง " 

                     ข้อละเมิดลิขสิทธิ์  ในทางแพ่ง  เรียกค่าเสียหาย  มีอายุความ 3 ปี นับแต่วันที่เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือเจ้าของสิทธิของนักแสดง รู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิด   แต่ต้องไม่เกินสิบปี นับแต่วันที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ สิทธิของนักแสดง   ซึ่งมีอายุความแตกต่างกับคดีอาญา  ในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ หมวด 8 บทกำหนดโทษ ทางอาญา

                     และการข้อกฎหมายสำคัญ เกี่ยวกับรายละเอียดและที่มาของการฟ้องคดีการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์   ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172  นั้น เป็นข้อสำคัญทางกฎหมาย  ที่ใช้ในการฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์   รวมถึงวันที่รู้ว่าจำเลยกระทำละเมิดลิขสิทธิ์  อันเป็นที่มาของข้อกฎหมายนั้นก็เป็นข้อสำคัญ  ในการเรียกร้องความเป็นธรรมต่อศาล

                พยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ นั้น ทำให้ทราบที่มาของวันที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้ฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์  ด้วย    การที่จะฟ้องนั้นเรียกร้องค่าเสียหายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์นั้้น  เป็นการดำเนินการที่มีข้อกฎหมายเฉพาะ  ในการฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์  ซึ่งแตกต่างกับการโต้แย้งสิทธิในทางสัญญาต่างๆ  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์   จึงต้องมีการระบุรายข้อสำคัญให้ครบถ้วน

                     การกำหนดค่าเสียหาย ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์นั้น  มีก็เป็นพยานหลักฐานสำคัญ  ต้องมีหลักฐานทางบัญชี  หลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าชิ้นงานลิขสิทธิ์นั้น ด้วย   เพื่อไม่ให้เป็นช่องว่าง แก่ผู้กระทำความผิด    

                   การฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์ มีอายุความเฉพาะ  และมีข้อกฎหมายเฉพาะ  จะไม่นำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้   เพราะพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 นั้นมีระบุไว้ชัดแจ้ง  โดยเฉพาะแล้ว

                    และอายุความคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นเครื่องมือในส่วนข้อกฎหมาย ที่จะเอาผิดกับผู้ละเมิดงานลิขสิทธิ์ และละเมิดสิทธินักแสดง    ที่เป็นข้อแรกในการสรุปสำนวนหลักฐาน   ที่ต้องให้ความสำคัญ

                  หากเจ้าของลิขสิทธิ์ตามกฎหมายนั้น เป็นผู้มีชื่อเสียงและ รู้จักแก่คนทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ   ต้องให้ความสำคัญในการรักษาสิทธิ   ในการเรียกร้องกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์      และจะทำให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากงานลิขสิทธิ์ของท่านได้ตามกฎหมาย

 จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์  ตันตยาภิรมย์กุล

#ทนายความคดีลิขสิทธิ์  #ทนายความ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ให้โดยสเหน่หา  ที่บังคับได้ตามกฎหมาย เป็นอย่างไร
การให้โดยสเหน่หา เป็นนิติกรรมตามกฎหมาย อย่างหนึ่ง การให้สังหาริมทรัพย์ นั้นไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ แต่สามารถส่งมอบทรัพย์ที่มอบให้โดยเสน่หา และผู้ให้นั้น ยินยอมสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ส่งมอบ เท่านี้ ก็เป็นการให้โดยเสน่หาแล้วครับ เช่น การให้เงิน ให้รถยนต์ ให้สิ่งของต่างๆเล็กน้อยๆ การให้ผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง การที่พัก การให้อาหาร มีผลบังคับตามกฎหมายทันที โดยไม่ต้องทำเป็นสัญญาแต่อย่างใด ดังนั้้น ถ้าผู้ใดไม่มีเจตนาให้โดยสเหน่หาต้องทำเป็นนิติสัญญาอย่างใด อย่างหนึ่ง มิฉะนั้น ผู้นั้นต้องถือว่า ไม่มีเจตนาทำนิติกรรมสัญญาอย่างอื่น นอกจากการให้โดยสเหน่หาเท่านั้น
13 พ.ย. 2024
การรอนสิทธิพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ในนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  เป็นอย่างไร ?
การซื้อบ้านซึ่งตั้งอยู่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรร และต่อมาโครงการหมู่บ้านจัดสรรได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 แล้ว นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือสมาชิกซึ่งอยู่ในนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร จะไปรบกวนสิทธิ หรือ รอนสิทธิ ในพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล โดยการจัดทำข้อบังคับหมู่บ้านที่รอนสิทธิเจ้าของกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลไม่ได้ ไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ติดต่อ หรือบริวารของสมาชิกในส่วนบุคคลซึ่งมาติดต่อพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลไม่ได้เช่นกัน
8 ก.ย. 2025
เมื่อเกิดเหตุคดี ขับรถชนกัน  จะต้องทำอย่างไร?
เมื่อมีการรถชนกันนั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน จักต้องไปที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ และนำมาลงบันทึกที่เกิดเหุต รายละเอียดเกี่ยวกับรถที่ชนกัน ใครเป็นผู้ขับขี่รถที่ชนกัน เกิดเหตุที่จุดใด มีใครได้รับบาดเจ็บบ้าง กี่ราย และตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่มองเห็นการชนได้ชัดเจน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป เพื่อสรุปสำนวนว่าฝ่ายใด เป็นฝ่ายที่ผิดกฎหมาย และจักต้องเรียกร้องค่าเสียหายกับใครบ้างต่อไป
6 ม.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy