แชร์

ผู้ประกอบการรับบริหารหมู่บ้าน เป็นผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หรือไม่

อัพเดทล่าสุด: 16 ก.พ. 2025
789 ผู้เข้าชม

             กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522  กล่าวว่า ผู้ให้บริการดูแล และบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร นั้น เป็นผู้ประกอบธุรกิจ  กรณีที่มีการเรียกเก็บค่าดำเนินการกับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  ไม่ว่าจะมีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์หรือไม่ ก็ตาม  และไม่ว่าจะทำสัญญาจ้างแบบลูกจ้างของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งความจริง  การดำเนินการบริหารหมู่บ้านจัดสรรนั้น ต้องดูแลพื้นที่ทั้งหมดภายในโครงการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับหมู่บ้านจัดสรร  และพรบ จัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543   ด้วยความสามารถและด้วยการดำเนินการของผู้รับบริหารหมู่บ้านจัดสรร  ( ทั้งแบบ ที่เป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลบริษัทต่างๆ )  

                การปัดความรับผิด ในกรณีที่มีการฟ้องคดีต่อศาล  ว่าเป็นเพียงแค่พนักงานลูกจ้างของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  ทำให้เสียหายแต่ผู้บริโภค เพราะนายจ้างต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหาย  ในสภาพการจ้าง    และผู้รับบริหารหมู่บ้านมักจักบ่ายเบี่ยงให้ไปเรียกเก็บค่าสินไหมทดแทนกับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  ซึ่งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่จัดสรร  กระทบต่อความเชื่อมั่นในการดูแลเครื่องสาธารณูปโภคในอนาคต  กระทบต่อสมาชิกซึ่งเสียหายและได้ชำระค่าส่วนกลาง  เพื่อมาบำรุงดูแลสาธารณูปโภคได้

                 เพื่อป้องกัน  การหลอกลวงในฐานะผู้บริโภค   ผมจึงแนะนำให้ทำสัญญาจ้างผู้บริหารโครงนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เป็นลายลักษณ์อักษร  และกำหนดค่าดำเนินการโดยชัดแจ้ง   กำหนดข้อที่กรณีเกิดความเสียหายและนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ฝ่ายผู้รับบริหารหมู่บ้านซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ต้องรับผิดต่อสมาชิก และบุคคลภายนอก โดยไม่มีเงื่อนไข และป้องกันผลประโยชน์ของสมาชิกที่ชำระค่าส่วนกลาง รวมทั้งปกป้องผลประโยชน์ของโครงนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร จากความเสียหายในอนาคตได้

เขียนโดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

#ทนายความ #ทนายความที่ปรึกษาโครงการนิติบุคคลจัดสรร #ทนายความที่ปรึกษาคอนโด

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน ในคดีอาญา เป็นอย่างไร?
การดำเนินคดีอาญา ด้วยการแจ้งความกับพนักงานสอบสวนนั้น ต้องแจ้งด้วยข้อความอันเป็นความจริงเท่านั้น การที่ผู้แจ้ง มีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวนนั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 และ ในกรณีที่ผู้แจ้งรู้ความจริงอยู่แล้ว ว่าผู้ใดไม่ได้กระทำความผิดอาญาแล้ว และผู้นั้นแจ้งว่าผู้ใดกระทำความผิดอาญา มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 เพราะการดำเนินคดีอาญานั้นต้องเป็นไปด้วยความจริงทั้งหมด และการยืนยันข้อความเท็จทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และถูกจำกัดเสรีภาพ เป็นกรณีที่เป็นความผิดร้ายแรงครับ
21 ก.ย. 2025
นายจ้างต้องร่วมรับผิดต่อลูกจ้าง ในกรณีความเสียหายจากเหตุคดีจราจร อย่างไร?
เมื่อลูกจ้างขับรถในการปฏิบัติหน้าที่แก่นายจ้าง และเกิดความเสียหายเป็นคดีจราจร และมีผู้เสียหาย หากประกันภัยรถยนต์ และพรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัย จ่ายค่าเยียวยาตามกฎหมายแล้ว ยังเรียกร้องกับนายจ้างให้จ่ายค่าสินไหมทดแทน ที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายผิดและก่อความเสียหาย แก่ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดอย่างไร?
20 ก.พ. 2025
ความผิดข้อหาหมิ่นประมาท  เป็นอย่างไร?
การที่จะเป็นผู้เสียหาย ในข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาท ได้ ต้องมีรายละเอียดอย่างไร? และการแจ้งความดำเนินคดีอาญาในข้อหาหมิ่นประมาท ต้องมีรายละเอียดอย่างไร ? ผู้เสียหายต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง? ข้อความอย่างไรที่จะเป็นความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดี ข้อยกเว้น ในความผิดข้อหาหมิ่นประมาทเป็นอย่างไร มีข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่ ถ้ามียกเว้นตามกฎหมาย จะสามารถดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทได้หรือไม่ ?
5 เม.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy