แชร์

อย่างไร? เป็นการกระทำที่เป็นความผิด " เบิกความเท็จ " ในคดีอาญา เป็นอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 6 เม.ย. 2025
686 ผู้เข้าชม

           ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177  เป็นบทลงโทษ  ผู้ที่กระทำความผิด โดยรู้ความจริง และนำความเท็จมากล่าวต่อศาล   ด้วยเจตนาที่รู้ความจริง และไม่กล่าวความจริง  นำความเท็จมากล่าวต่อศาล ในการสืบพยานคดีอาญา

            ด้วยเนื่องจากผู้กล่าวนั้น มีสาเหตุโกรธเคืองกับคู่กรณีในคดีความนั้น  หรือ   เจตนากล่าวความเท็จทั้งๆที่รู้ความจริง   ว่าไม่มีการกระทำความผิด  เช่น  ไม่มีการกระทำที่เป็นการใส่ความผู้ใด  แต่ผู้นั้น รู้ความจริง และกล่าวว่ามีการใส่ความเกิดขึ้น

            การกล่าวความเท็จในคดีอาญา ต้องมีการกล่าวในขณะมีการสืบพยานเท่านั้น  และเป็นการสืบพยานต่อหน้าศาล  รวมทั้ง กรณีสืบพยานผ่านระบบจอภาพของศาล ตามระเบีบบของประธานศาลฎีกา

             การกล่าวความเท็จ  ในกรณีที่มีสาเหตุโกรธเคืองกับคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง  เพราะเคยมีคดีความกันมาก่อน   มีการฟ้องร้องกันหลายคดี  ฟ้องร้องในลักษณะแก้เกี้ยว  ไม่มีการกระทำความผิด  แต่รู้ความจริง มาเบิกความในลักษณะยืนยันว่า มีการกระทำความผิดตามฟ้อง  ซึ่งไม่เป็นความจริง  เจตนากล่าวความเท็จในการสืบพยานว่ามีการกระทำความผิด  เหล่านี้มีโทษหนัก

            กฎหมาย ไม่ประสงค์ให้มีการกล่าวเท็จในคดีอาญา และคดีแพ่ง   กรณีที่มีกล่าวความเท็จในคดีอาญาและคดีแพ่งมีความผิดและเป็นโทษจำคุก   เพราะเป็นข้อห้ามตามกฎหมาย

             ด้วยความจริง ว่ามีการใส่ความให้เสียหายต่อชื่อเสียงหรือไม่   ความจริงว่า เห็นการกระทำความผิดที่เป็นการใส่ความหรือไม่   เหล่านี้ เป็นข้อความจริงที่ต้องกล่าวต่อศาล   เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของศาล

             กรณีที่ไม่พอใจคู่ความ  แล้วนำความเท็จมากล่าว กันในหลายคดี  ย่อมเป็นความร้ายแรงในลักษณะของคดีความ  เพราะเป็นการกระทำที่รู้ความจริงอยู่แล้ว และยังกล่าวเท็จในการสืบพยานหลายๆครั้ง ในแต่ละคดี  เป็นเหตุในลักษณะคดีที่ร้ายแรง  ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวความซึ่งเป็นคู่กรณี กัน  และเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงมาก

             การกล่าวความเท็จต่อศาลนั้น  ผู้เสียหายโดยตรงคือ คู่ความในคดีนั้นๆ  ไม่ใช่ทนายความ ไม่ใช่ศาล   ไม่ใช่พนักงานอัยการ   ดังนั้น  ถ้ามีการกล่าวเท็จ   คู่ความในคดีนั้นๆ  ซึ่งเป็นผู้เสียหายย่อมฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาเบิกความเท็จนั้นได้ตามกฎหมาย

             การกล่าวความเท็จ นั้น มาจากสาเหตุโกรธเคืองกัน  ย่อมเป็นกรณีร้ายแรง  เพราะกฎหมายให้มีการแสวงหาพยานหลักฐาน ไม่ใช่เบิกความตามความพึงพอใจ หรือ มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน  ในกรณีที่มีฟ้องร้องกลั่นแกล้งกันหลายคดี

              ดังนั้น  การเบิกความให้เป็นไปตามความจริงและเบิกความไปตามพยานหลักฐาน จักทำให้เป็นเครื่องปกป้องตัวเอง ให้ไม่ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายครับ

จัดพิมพ์โดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

#ทนายความ #ทนายความตรีสุพจน์ #รับปรึกษาเพื่อต่อสู้คดีอาญา


บทความที่เกี่ยวข้อง
ลิขสิทธิ์ห้ามทำซ้ำเนื้อหาของผู้อื่น  ที่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ มีอะไรบ้าง
ปัจจุบัน มีการเผยแพร่งานแพร่เผย ในโซเชียล เป็นจำนวนมาก การทำซ้ำเนื้อหาของผู้อื่น ที่เป็นการผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ และพรบ คอมพิวเตอร์ มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
16 ก.พ. 2025
ความผิดข้อหาหมิ่นประมาท  เป็นอย่างไร?
การที่จะเป็นผู้เสียหาย ในข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาท ได้ ต้องมีรายละเอียดอย่างไร? และการแจ้งความดำเนินคดีอาญาในข้อหาหมิ่นประมาท ต้องมีรายละเอียดอย่างไร ? ผู้เสียหายต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง? ข้อความอย่างไรที่จะเป็นความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดี ข้อยกเว้น ในความผิดข้อหาหมิ่นประมาทเป็นอย่างไร มีข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่ ถ้ามียกเว้นตามกฎหมาย จะสามารถดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทได้หรือไม่ ?
5 เม.ย. 2025
ลิขสิทธิ์ ในงานเขียน เป็นของฝ่ายผู้รับจ้าง หรือไม่  อย่างไร
ในยุคปัจจุบันนี้ มีการจ้างการเขียน ผลงานการเขียน เพื่อนำไปเผยแพร่ ในสื่อโชเซียล เช่น google facebook และอื่นๆมากมาย ผู้รับจ้างเขียน ในผลงานเขียนนั้น ยังเป็นลิขสิทธิ์ของผู้รับจ้างหรือไม่ และผู้รับจ้างยังอาจสิทธิในงานเขียนต่อผู้ว่าจ้าง ได้มากน้อยแค่ไหน ข้อมูลในการเขียนนั้น รายละเอียดการเรียบเรียง วิธีการเรียบเรียง ผู้รับจ้างยังอ้างสิทธิได้ตามกฎหมายหรือไม่ ?
29 เม.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy