แชร์

อย่างไร? เป็นการกระทำที่เป็นความผิด " เบิกความเท็จ " ในคดีอาญา เป็นอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 6 เม.ย. 2025
822 ผู้เข้าชม

           ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177  เป็นบทลงโทษ  ผู้ที่กระทำความผิด โดยรู้ความจริง และนำความเท็จมากล่าวต่อศาล   ด้วยเจตนาที่รู้ความจริง และไม่กล่าวความจริง  นำความเท็จมากล่าวต่อศาล ในการสืบพยานคดีอาญา

            ด้วยเนื่องจากผู้กล่าวนั้น มีสาเหตุโกรธเคืองกับคู่กรณีในคดีความนั้น  หรือ   เจตนากล่าวความเท็จทั้งๆที่รู้ความจริง   ว่าไม่มีการกระทำความผิด  เช่น  ไม่มีการกระทำที่เป็นการใส่ความผู้ใด  แต่ผู้นั้น รู้ความจริง และกล่าวว่ามีการใส่ความเกิดขึ้น

            การกล่าวความเท็จในคดีอาญา ต้องมีการกล่าวในขณะมีการสืบพยานเท่านั้น  และเป็นการสืบพยานต่อหน้าศาล  รวมทั้ง กรณีสืบพยานผ่านระบบจอภาพของศาล ตามระเบีบบของประธานศาลฎีกา

             การกล่าวความเท็จ  ในกรณีที่มีสาเหตุโกรธเคืองกับคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง  เพราะเคยมีคดีความกันมาก่อน   มีการฟ้องร้องกันหลายคดี  ฟ้องร้องในลักษณะแก้เกี้ยว  ไม่มีการกระทำความผิด  แต่รู้ความจริง มาเบิกความในลักษณะยืนยันว่า มีการกระทำความผิดตามฟ้อง  ซึ่งไม่เป็นความจริง  เจตนากล่าวความเท็จในการสืบพยานว่ามีการกระทำความผิด  เหล่านี้มีโทษหนัก

            กฎหมาย ไม่ประสงค์ให้มีการกล่าวเท็จในคดีอาญา และคดีแพ่ง   กรณีที่มีกล่าวความเท็จในคดีอาญาและคดีแพ่งมีความผิดและเป็นโทษจำคุก   เพราะเป็นข้อห้ามตามกฎหมาย

             ด้วยความจริง ว่ามีการใส่ความให้เสียหายต่อชื่อเสียงหรือไม่   ความจริงว่า เห็นการกระทำความผิดที่เป็นการใส่ความหรือไม่   เหล่านี้ เป็นข้อความจริงที่ต้องกล่าวต่อศาล   เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของศาล

             กรณีที่ไม่พอใจคู่ความ  แล้วนำความเท็จมากล่าว กันในหลายคดี  ย่อมเป็นความร้ายแรงในลักษณะของคดีความ  เพราะเป็นการกระทำที่รู้ความจริงอยู่แล้ว และยังกล่าวเท็จในการสืบพยานหลายๆครั้ง ในแต่ละคดี  เป็นเหตุในลักษณะคดีที่ร้ายแรง  ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวความซึ่งเป็นคู่กรณี กัน  และเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงมาก

             การกล่าวความเท็จต่อศาลนั้น  ผู้เสียหายโดยตรงคือ คู่ความในคดีนั้นๆ  ไม่ใช่ทนายความ ไม่ใช่ศาล   ไม่ใช่พนักงานอัยการ   ดังนั้น  ถ้ามีการกล่าวเท็จ   คู่ความในคดีนั้นๆ  ซึ่งเป็นผู้เสียหายย่อมฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาเบิกความเท็จนั้นได้ตามกฎหมาย

             การกล่าวความเท็จ นั้น มาจากสาเหตุโกรธเคืองกัน  ย่อมเป็นกรณีร้ายแรง  เพราะกฎหมายให้มีการแสวงหาพยานหลักฐาน ไม่ใช่เบิกความตามความพึงพอใจ หรือ มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน  ในกรณีที่มีฟ้องร้องกลั่นแกล้งกันหลายคดี

              ดังนั้น  การเบิกความให้เป็นไปตามความจริงและเบิกความไปตามพยานหลักฐาน จักทำให้เป็นเครื่องปกป้องตัวเอง ให้ไม่ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายครับ

จัดพิมพ์โดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

#ทนายความ #ทนายความตรีสุพจน์ #รับปรึกษาเพื่อต่อสู้คดีอาญา


บทความที่เกี่ยวข้อง
การรอนสิทธิพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ในนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  เป็นอย่างไร ?
การซื้อบ้านซึ่งตั้งอยู่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรร และต่อมาโครงการหมู่บ้านจัดสรรได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 แล้ว นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือสมาชิกซึ่งอยู่ในนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร จะไปรบกวนสิทธิ หรือ รอนสิทธิ ในพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล โดยการจัดทำข้อบังคับหมู่บ้านที่รอนสิทธิเจ้าของกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลไม่ได้ ไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ติดต่อ หรือบริวารของสมาชิกในส่วนบุคคลซึ่งมาติดต่อพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลไม่ได้เช่นกัน
8 ก.ย. 2025
การให้คำปรึกษาของทนายความ ในชั้นจับกุม และในชั้นสอบสวน  มีการดำเนินการอย่างไร?
คดีอาญา ผู้ต้องหาซึ่งถูกจับกุมตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อผู้ต้องหาถูกจับกุม จึงเกิดสิทธิในการขอคำปรึกษากับทนายความได้ทันที ตามกฎหมาย และเป็นสิทธิของผู้ต้องหาในชั้นจับกุม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 สามารถปรึกษาทนายความได้ทันทีตามกฎหมาย เพื่อเป็นตามหลักของกฎหมายมนุษยชน และความยุติธรรมในกระบวนต่อสู้คดีตามกฎหมาย
16 พ.ค. 2026
การสื่อสารกับทนายความ ควรปฏิบัติอย่างไร ?
เมื่อต้องการปรึกษากฎหมาย หรือ ติดต่อกับทนายความ ควรปฏิบัติอย่างไร ? จึงจะเกิดความรวดเร็ว และเกิดความสบาย เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายของท่าน ก่อนอื่น ต้องทำความรู้จักลักษณะเด่น ของทนายควาามก่อน ว่ามีลักษณะเด่นอย่างไร ? เพื่อจะได้เข้าใจ และสื่อสารได้อย่างมั่นใจและ เป็นประโยชน์ในการติดต่อกับทนายความ ลดปัญหาการเข้าใจ หรือ ไม่รู้ และสร้างบุคลิกภาพที่ดี ในการพบ และติดต่อกับทนายความ
16 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy