แชร์

การรอนสิทธิพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ในนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เป็นอย่างไร ?

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
379 ผู้เข้าชม

                   หากท่านได้ซื้อบ้านซึ่งตั้งอยู่ในนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  แล้วมีสมาชิกบ้านหลังอื่น หรือนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร   อ้างสิทธิในกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล  ย่อมเป็นการรอนสิทธิ ต่อกรรมสิทธิ์ของผู้นั้น   เป็นการรบกวนการครอบครองกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ส่วนบุคคล  ย่อมสามารถดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลได้ และเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย

                        ปกติพื้นที่กรรมสิทธิ์ในพื้นที่ส่วนบุคคล  อันไม่ใช่พื้นที่สาธารณูปโภค  ไม่อาจมีผู้ใดซึ่งไม่ใช่เจ้าของบ้านซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครอง  อ้างสิทธิใดๆ ในการเข้ามาจัดการในพื้นที่ส่วนบุคคล  ย่อมไม่อ้างทำได้ตามกฎหมาย และเจ้าของกรรมสิทธิ์พื้นที่ส่วนบุคคลย่อมมีอำนาจขัดขวางไม่ให้ผู้ใด  เช่น นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือสมาชิกอื่นๆ  เข้ามาเกี่ยวกับในพื้นที่ของเจ้าบ้านตามโฉนดที่ดิน เป็นผู้ครอบครองและถือกรรมสิทธิ์   ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา  1336  กล่าวว่า  " ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตน และได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้  และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย "

                      การที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  หรือ สมาชิกบ้านอื่นๆ  จะมีสอด หรือ โดยพลการ เข้ามาจัดการในบ้านพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล  ย่อมเป็นการก่อการรบกวนการสิทธิการครอบครองและรบกวนกรรมสิทธิ์ของผู้มีกรรมสิทธิ์แล้ว    

                    การที่เจ้าของบ้าน จะให้ผู้ใดเข้าพบเจ้าของบ้าน ที่บ้านของเจ้าบ้าน อันเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล  นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ไม่มีรบกวน  ไม่มีสิทธิขัดขวาง  นอกเหนือคำสั่งของเจ้าของบ้าน  และนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรไม่มีสิทธิใดๆ ในพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล  อันก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ  แก่เจ้าของบ้านอันเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลแต่อย่างใด 

                      นิติบุคคลไม่มีสิทธิไล่บริวารภายในพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล   โดยไม่มีคำสั่งของศาล หรือไม่มีคำพิพากษา  หรือไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ   หากนิติบุคคลฝ่าฝืน  สามารถดำเนินคดีได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล


บทความที่เกี่ยวข้อง
คดีทำร้ายร่างกายกัน   มีผลร้ายแรง มากน้อยแค่ไหน  มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
บางครั้งเมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกัน ต่อมาผู้เสียหายมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีอาญา อาจจะไม่จบในการแค่เสียค่าปรับตามกฎหมาย ที่จะทำให้คดีอาญานั้นระงับสิ้นไปตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ใช่ความผิดลหุโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบปรับได้ตามกฎหมาย ทำให้คดีอาญานั้นระงับไปตามกฎหมาย เนื่องจากเมื่อมีการแจ้งความแล้ว ผู้เสียหายนั้นไปตรวจร่างกายพบอาการบาดเจ็บ และแพทย์ได้ออกใบหนังสือชันสูตรบาดแผลและใบตรวจสอบบาดแผล แม้ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพ ก็ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลตามกฎหมายต่อไป คดีอาญายังไม่จบ คดีนั้นยังไม่ระงับตามกฎหมาย
1 พ.ค. 2026
การปรึกษาคดีกับทนายความ ทางอินเตอร์เน็ต อย่างไร ? เพื่อให้เกิดความมั่นใจ
การค้นหาทนายความ และต้องการปรึกษากับทนายความทางช่องทางต่างๆ เช่น Google youtube facebook tiktok เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และการปรึกษาเบื้องต้น ต้องสอบถามว่าผู้ให้คำปรึกษามีใบอนุญาตทนายความตามกฎหมายหรือไม่ และให้ตรวจสอบชื่อในข้อมูลโซเชียล กับ ข้อมูลธนาคาร เป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ และสามารถตรวจสอบเบอร์มือถือ จากข้อมูลต่างๆในกูเกิ้ล ว่าเป็นเบอร์ที่ระบุชื่อเดียวกันหรือไม่?
10 ต.ค. 2025
การพูดที่ผิดกฎหมายกับทนายความเป็นอย่างไร ?  มีโทษตามกฎหมาย หรือไม่ ?
เมื่อทำสัญญาวิชาชีพว่าจ้างทนายความแล้ว จะพูดจากับทนายความอย่างไร ก็ได้ หรือ จะดูหมิ่นทนายความอย่างไรก็ได้ หรือบังคับให้ทนายความทำผิดกฎหมายอย่างไรก็ได้ นั้น การกระทำต่างๆเหล่านี้ นั้น เป็นความผิดตามกฎหมายทั้งหมด ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ว่าจ้าง และทนายความมีสิทธิในการดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย สิ่งต่างๆเหล่านี้ ทนายความย่อมไม่ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น
30 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy