แชร์

การปรึกษาคดี หรือ ปรึกษากฎหมาย มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ ? ตามกฎหมาย

อัพเดทล่าสุด: 11 ต.ค. 2025
370 ผู้เข้าชม
                   การปรึกษาคำปรึกษาปัญหากฎหมาย หรือ การขอคำปรึกษาคดีนั้น ปกติสำนักงานทนายความส่วนใหญ่มีการเก็บค่าวิชาชีพให้คำปรึกษาด้านคดี หรือ การปรึกษากฎหมายอยู่แล้ว  และค่าวิชาชีพอันเป็นรายได้ในการเปิดสำนักงานทนายความ  และเป็นรายได้ของทนายความส่วนใหญ่อยู่แล้ว
           ซึ่งแตกต่างกับการเป็นทนายอาสา ซึ่งเป็นนโยบายของสภาทนายความให้ความช่วยเหลือประชาชน  ซึ่งมีความลำบาก และไม่มีเงิน หรือ ไม่มีโอกาสจ้างสำนักงานทนายความ หรือ ทนายความวิชาชีพ ในการขอคำปรึกษาทางกฎหมาย หรือขอคำปรึกษาคดีต่างๆ  ซึ่งทนายอาสานั้นไม่มีการเก็บค่าดำเนินการตามกฎหมาย
                     การขอคำปรึกษาคดี หรือ การขอคำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมายกับทนายความนั้น ต้องสอบถามก่อนว่า  ทนายความผู้นั้น เป็นทนายอาสา หรือไม่  หรือ เป็นสำนักงานทนายความ   เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด  และเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการของท่านต่อไป
                      การเลือกปรึกษาปัญหาทางกฎหมาย หรือ การปรึกษาคดี นั้นท่านสามารถเลือกรับบริการได้   การค้นหาทนายความ หรือ สำนักงานทนายความเป็นสิทธิในการเลือกรับบริการ  และท่านไม่สามารถบังคับให้สำนักงานทนายความ หรือ ทนายความ ที่ไม่ใช่ทนายอาสา ไม่เก็บค่าดำเนินการให้คำปรึกษาได้
                  จุดเด่น และจุดประสงค์ของทนายอาสา กับสำนักงานทนายความ จึงมีความแตกต่างกัน   บางท่านต้องการรับบริการต่อเนื่อง เพราะบางท่านต้องการฟ้องคดี หรือ ต้องการต่อสู้คดี และเพื่อความสะดวกรวดเร็ว  และมีความพร้อมในการชำระค่าบริการ ส่วนมากแล้ว มักเลือกใช้บริการกับสำนักงานทนายความ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก  และหลายๆสำนักงานทนายความได้มีการลงข้อมูลของสำนักงานทนายความในอินเตอร์เน็ต เช่น ใน กูเกิ้ล ( Google ) และเฟซบุ๊ค ( Facebook ) และช่องทางต่างๆ  ซึ่งท่านไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพบกับทนายอาสา ตามศาลต่างๆแต่อย่างใด
                      จุดประสงค์ ในการให้บริการแตกต่างกัน ทนายอาสา มีจุดประสงค์ของสภาทนายความให้ความช่วยเหลือประชาชน ตามศาลต่างๆ  แต่สำนักงานทนายความ หรือทนายความอื่นซึ่งไม่ใช่ทนายอาสา มีจุดประสงค์ในการให้บริการทางกฎหมาย เช่น การรับปรึกษาคดี  การรับปรึกษากฎหมายต่างๆ ตามความเชี่ยวชาญ  และเป็นลักษณะของผู้ให้บริการทางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528  และสามารถเก็บค่าบริการได้ตามกฎหมายดังกล่าว
                           อนึ่ง ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายบังคับสำนักงานทนายความ หรือ ทนายความทุกคน ต้องเป็นทนายอาสานะครับ
                        การเลือกปรึกษาคดี หรือ ปรึกษาทนาความ นั้นเลือกได้ครับ  ทนายอาสาจะติดประกาศไว้ชัดเจนว่าเป็นทนายอาสา  ส่วนสำนักงานทนายความ หรือ ทนายความอื่นๆ ย่อมไม่มีประกาศทนายอาสาติดไว้ครับ
                        ทั้งนี้ สำนักงานทนายความ และทนายความอื่นซึ่งไม่ใช่ทนายอาสา ส่วนมากมีค่าวิชาชีพปกติ  ไม่ได้มีความบริการราคาแพงแต่อย่างใด  และท่านสามารถสอบถามค่าบริการก่อนรับคำปรึกษาได้เช่นกันตามกฎหมาย  ส่วนมากสำนักงานทนายความจะประกาศอัตราค่าบริการไว้ชัดแจ้งในเว็บไซต์ หรือเพจเฟซบุ๊ค อยู่แล้วครับ  เช่นเดียวกับสำนักงานทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล มีประกาศวิธีการชำระค่าบริการ และอัตราค่าบริการทางกฎหมายต่างๆไว้เช่นเดียวกันครับ เพราะเนื่องจากทางสำนักงานทนายความต่างๆย่อมมีการบริหารค่าใช้จ่าย และบริหารงานด้วยตนเอง และบางสำนักงานทนายความมีการวางแผนพัฒนางานแขนงต่างๆในสายวิชาชีพด้วย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
คดีทำร้ายร่างกายกัน   มีผลร้ายแรง มากน้อยแค่ไหน  มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
บางครั้งเมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกัน ต่อมาผู้เสียหายมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีอาญา อาจจะไม่จบในการแค่เสียค่าปรับตามกฎหมาย ที่จะทำให้คดีอาญานั้นระงับสิ้นไปตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ใช่ความผิดลหุโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบปรับได้ตามกฎหมาย ทำให้คดีอาญานั้นระงับไปตามกฎหมาย เนื่องจากเมื่อมีการแจ้งความแล้ว ผู้เสียหายนั้นไปตรวจร่างกายพบอาการบาดเจ็บ และแพทย์ได้ออกใบหนังสือชันสูตรบาดแผลและใบตรวจสอบบาดแผล แม้ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพ ก็ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลตามกฎหมายต่อไป คดีอาญายังไม่จบ คดีนั้นยังไม่ระงับตามกฎหมาย
1 พ.ค. 2026
อย่างไร? เป็นการกระทำที่เป็นความผิด " เบิกความเท็จ "  ในคดีอาญา  เป็นอย่างไร?
การกล่าวความเท็จในวันสืบพยานในคดีอาญา นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่สามารถกระทำได้ และมีโทษหนักมากนะครับ การกล่าวความเท็จ เป็นผลเสียต่อผู้กล่าวความเท็จ ผู้ที่นำความเท็จมากล่าวต่อหน้าศาลในคดีอาญา โดยรู้ความจริงอยู่แล้ว และเจตนานำความเท็จมากล่าวในการสืบพยานของศาลในคดีอาญา ความผิดสำเร็จทันที ที่รู้ความจริงแล้วยังกล่าวเท็จต่อศาลอีก ส่วนกรณีเท็จแล้วเท็จอีกมีได้มั้ย ก็อาจจะมีได้ ถ้าผู้กระทำความผิดได้กระทำความผิดในหลายคดี มากกว่าหนึ่งคดี เพราะเจตนาให้ศาลทราบความเท็จ หรือ มีสาเหตุกันมาก่อน มีการโกรธเคืองจึงดำเนินคดีอาญาต่อกัน และนำความเท็จมากล่าวด้วยสาเหตุดังกล่าว
6 เม.ย. 2025
เมื่อลูกจ้างต้องคดีอาญา ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง  มีทางออกหรือไม่ ?
บางครั้ง เมื่อสัญญาจ้างต้องสิ้นสุดลง กรณีร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (1) มีความผิดอาญาเกิดขึ้นแก่นายจ้าง นอกจากลูกจ้างจะไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแล้ว และสิ้นสุดสัญญาจ้างแรงงานทันที เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ กับทั้งฝ่ายของนายจ้าง และลูกจ้าง เพราะจะมีปัญหาที่ต้องมาพิจารณากันด้วยกฎหมายหลายฉบับ ฝ่ายนายจ้าง ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ เกิดความผิด และลูกจ้างก็ต้องรับผลร้าย ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง เป็นเหตุให้ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก
29 เม.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy