การปรึกษาคดี หรือ ปรึกษากฎหมาย มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ ? ตามกฎหมาย
อัพเดทล่าสุด: 11 ต.ค. 2025
405 ผู้เข้าชม

การปรึกษาคำปรึกษาปัญหากฎหมาย หรือ การขอคำปรึกษาคดีนั้น ปกติสำนักงานทนายความส่วนใหญ่มีการเก็บค่าวิชาชีพให้คำปรึกษาด้านคดี หรือ การปรึกษากฎหมายอยู่แล้ว และค่าวิชาชีพอันเป็นรายได้ในการเปิดสำนักงานทนายความ และเป็นรายได้ของทนายความส่วนใหญ่อยู่แล้ว
ซึ่งแตกต่างกับการเป็นทนายอาสา ซึ่งเป็นนโยบายของสภาทนายความให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งมีความลำบาก และไม่มีเงิน หรือ ไม่มีโอกาสจ้างสำนักงานทนายความ หรือ ทนายความวิชาชีพ ในการขอคำปรึกษาทางกฎหมาย หรือขอคำปรึกษาคดีต่างๆ ซึ่งทนายอาสานั้นไม่มีการเก็บค่าดำเนินการตามกฎหมาย
การขอคำปรึกษาคดี หรือ การขอคำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมายกับทนายความนั้น ต้องสอบถามก่อนว่า ทนายความผู้นั้น เป็นทนายอาสา หรือไม่ หรือ เป็นสำนักงานทนายความ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการของท่านต่อไป
การเลือกปรึกษาปัญหาทางกฎหมาย หรือ การปรึกษาคดี นั้นท่านสามารถเลือกรับบริการได้ การค้นหาทนายความ หรือ สำนักงานทนายความเป็นสิทธิในการเลือกรับบริการ และท่านไม่สามารถบังคับให้สำนักงานทนายความ หรือ ทนายความ ที่ไม่ใช่ทนายอาสา ไม่เก็บค่าดำเนินการให้คำปรึกษาได้
จุดเด่น และจุดประสงค์ของทนายอาสา กับสำนักงานทนายความ จึงมีความแตกต่างกัน บางท่านต้องการรับบริการต่อเนื่อง เพราะบางท่านต้องการฟ้องคดี หรือ ต้องการต่อสู้คดี และเพื่อความสะดวกรวดเร็ว และมีความพร้อมในการชำระค่าบริการ ส่วนมากแล้ว มักเลือกใช้บริการกับสำนักงานทนายความ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และหลายๆสำนักงานทนายความได้มีการลงข้อมูลของสำนักงานทนายความในอินเตอร์เน็ต เช่น ใน กูเกิ้ล ( Google ) และเฟซบุ๊ค ( Facebook ) และช่องทางต่างๆ ซึ่งท่านไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพบกับทนายอาสา ตามศาลต่างๆแต่อย่างใด
จุดประสงค์ ในการให้บริการแตกต่างกัน ทนายอาสา มีจุดประสงค์ของสภาทนายความให้ความช่วยเหลือประชาชน ตามศาลต่างๆ แต่สำนักงานทนายความ หรือทนายความอื่นซึ่งไม่ใช่ทนายอาสา มีจุดประสงค์ในการให้บริการทางกฎหมาย เช่น การรับปรึกษาคดี การรับปรึกษากฎหมายต่างๆ ตามความเชี่ยวชาญ และเป็นลักษณะของผู้ให้บริการทางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 และสามารถเก็บค่าบริการได้ตามกฎหมายดังกล่าว
อนึ่ง ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายบังคับสำนักงานทนายความ หรือ ทนายความทุกคน ต้องเป็นทนายอาสานะครับ
การเลือกปรึกษาคดี หรือ ปรึกษาทนาความ นั้นเลือกได้ครับ ทนายอาสาจะติดประกาศไว้ชัดเจนว่าเป็นทนายอาสา ส่วนสำนักงานทนายความ หรือ ทนายความอื่นๆ ย่อมไม่มีประกาศทนายอาสาติดไว้ครับ
ทั้งนี้ สำนักงานทนายความ และทนายความอื่นซึ่งไม่ใช่ทนายอาสา ส่วนมากมีค่าวิชาชีพปกติ ไม่ได้มีความบริการราคาแพงแต่อย่างใด และท่านสามารถสอบถามค่าบริการก่อนรับคำปรึกษาได้เช่นกันตามกฎหมาย ส่วนมากสำนักงานทนายความจะประกาศอัตราค่าบริการไว้ชัดแจ้งในเว็บไซต์ หรือเพจเฟซบุ๊ค อยู่แล้วครับ เช่นเดียวกับสำนักงานทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล มีประกาศวิธีการชำระค่าบริการ และอัตราค่าบริการทางกฎหมายต่างๆไว้เช่นเดียวกันครับ เพราะเนื่องจากทางสำนักงานทนายความต่างๆย่อมมีการบริหารค่าใช้จ่าย และบริหารงานด้วยตนเอง และบางสำนักงานทนายความมีการวางแผนพัฒนางานแขนงต่างๆในสายวิชาชีพด้วย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
ก่อนอื่น เมื่อท่านนึกถึงทนายความนั้น เป็นกรณีที่ท่านต้องการรับทราบทางออกของกฎหมาย หรือ มีช่องทางที่กฎหมายให้ดำเนินการได้ หรือไม่ อย่างไร? การปรึกษาเพื่อวางแผนทางกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจการค้า หรือวางแผนเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของท่าน หรือ ปรึกษาเพื่อตัดสินใจก่อนการฟ้องคดี ต่างๆเหล่านี้ ย่อมมีความสำคัญต่อท่าน และทำให้อย่างไร ให้เกิดประโยชน์แก่ท่านมากที่สุด เป็นหัวข้อที่สำคัญมาก
17 ก.ย. 2025
กฎหมายลิขสิทธิ์นั้น ได้กำหนดข้อยกเว้นที่ไม่เป็นความผิดละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อให้งานบางอย่างนั้น ไม่ใช่งานลิขสิทธิ์ สามารถทำซ้ำ และเผยแพร่ต่อสาธาณชนได้ ไม่มีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และกฎหมายกำหนดบุคคลบางประเภท ให้ไม่มีความผิดในการเผยแพร่งานลิขสิทธิ์ต่อสาธารณชน เช่น นายจ้าง หรือพ้นกำหนดระยะเวลาห้าสิบปี นับแต่ได้มีการโฆษณาเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก กรณีผู้สร้างสรรค์ใช้นามแฝง หรือเป็นผู้สร้างสรรค์ร่วมในงานลิขสิทธิ์ดังกล่าว ต่างๆเหล่านี้ ไม่มีความผิดข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมายครับ
16 พ.ค. 2026
ความผิดข้อหาหมิ่นประมาทนั้น เป็นความรับผิดที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนา หมายถึง รู้ความจริงอยู่แล้ว และประสงค์ใส่ร้ายผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นดูถูก ดูหมิ่น ถูเกลียดชัง โดยที่ข้อความที่ใส่ร้ายนั้นทำให้ผู้อื่น ถูกดูถูก ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ข้อความดังกล่าวนั้น ต้องเป็นการกล่าวใ่ส่ร้ายต่อบุคคลที่สาม และบุคคลที่สามนั้นจะเป็นใครก็ได้ เช่น หน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลก็เป็นบุคคลที่สามได้เช่นกัน รวมทั้งบุคคลธรรมดาทั่วไป จะเป็นใครก็ได้ ย่อมเป็นความผิดข้อหาหมิ่นประมาท
16 พ.ค. 2026

