เมื่อลูกจ้างต้องคดีอาญา ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง มีทางออกหรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 29 เม.ย. 2025
718 ผู้เข้าชม

บางครั้ง เมื่อมีการับพนักงานใหม่ อาจจะไม่ได้มีการสืบค้นประวัติเดิมของลูกจ้างในอดีต หรือ บางเป็นเพราะเหตุจำเป็นเร่งด่วนสำหรับนายจ้าง ในการต้องรับพนักงานลูกจ้างในกรณี เร่งด่วน ปัญหามักมีตามมาเสมอ
เช่น การกรณีคดีอาญา เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ลูกจ้างลักทรัพย์นายจ้าง ลูกจ้างยักยอกเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ต่างๆเหล่านี้ ทำให้สัญญาจ้างแรงงานสิ้นสุดทันที และลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย พรบ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (1) เป็นกรณีที่น่าเห็นใจกับทั้งสองฝ่าย ที่นายจ้างและลูกจ้างต้องมีการหาทางออกกันตามกฎหมาย โดยนายจ้างต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีอาญากับลูกจ้าง ตามพยานหลักฐาน ส่วนลูกจ้าง ก็ต้องบรรเทาผลร้ายจากความผิดของตนเองต่อนายจ้าง เช่น การคืนเงิน หรือทรัพย์สินแก่นายจ้าง การขอโทษต่อนายจ้าง รวมทั้งเยียวยาแก่นายจ้าง เพื่อให้ลูกจ้างนั้นมีโอกาสบรรเทา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 เพื่อไม่ให้ลูกจ้างต้องรับโทษจำคุกตามกฎหมาย อันเป็นสิ่งที่ร้ายแรงสำหรับลูกจ้าง การที่ต้องมีเอกสาร หรือหนังสือเลิกจ้างและรวมทั้งเอกสารประกอบความผิดของลูกจ้าง ต้องมีการแจ้งให้ลูกจ้างทราบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
การเป็นลูกจ้างนั้น ต้องห้ามไม่ให้กระทำผิดความอาญากับนายจ้าง ไม่เฉพาะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน รวมทั้งความผิดอื่นๆเช่น ความผิดต่อชื่อเสียง ความผิดต่อชีวิตร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับอาญชกรรมทุกกรณี ไม่นั้นสัญญาจ้างสิ้นสุดทันทีตามกฎหมาย
นายจ้างต้องดำเนินคดีอาญา โดยเป็นไปตามวิธีพิจารณาความอาญา ในศาลยุติธรรมอื่น เช่น ศาลจังหวัด ศาลแพ่ง ศาลอาญา เป็นต้น ไม่ต้องไม่ยื่นฟ้องในคดีแรงงานต่อศาลแรงงาน เพราะไม่อยู่เขตอำนาจของศาลแรงงานตามกฎหมายวิธีพิจารคดีแรงงาน มาตรา 8
การปฏิบัติตามกฎหมายต่อนายจ้าง มีผลต่อสภาพการจ้างของลูกจ้าง เป็นสาระสำคัญตามสัญญาจ้างแรงงาน คือ คุณสมบัติของลูกจ้างที่ดี และไม่สร้างปัญหาให้แก่นายจ้าง
เพื่อไม่ให้ลูกจ้างเสียประวัติในการทำงาน และเป็นผลเสียหายต่อการเจริญเติบโตในสายงานของลูกจ้าง และมีผลต่อค่าจ้างแรงงานของลูกจ้างในอนาคต มันได้ไม่คุ้มเสียเลยที่ลูกจ้างไปกระทำความผิดอาญาต่อนายจ้าง จำไว้ว่า ลูกจ้างนั้นต้องเคร่งครัดในข้อนี้ ส่วนกรณีนายจ้างทำความผิดต่อลูกจ้างเป็นคดีอาญา เช่น ความผิดเกี่ยวชีวิตร่างกาย ความผิดทางเพศ ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกียวกับคอมพิวเตอร์ ความผิดต่อกฎหมายตามพรบ ลิขสิทธิ์ ในส่วนของคดีอาญานั้น นายจ้างต้องรับผิดต่อลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน และต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หากลูกจ้างดำเนินคดีอาญากับนายจ้างตามกฎหมาย
ดังนั้น การกระทำความผิดอาญาต่อนายจ้าง เป็นกรณีร้ายแรงตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเป็นเหตุนายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความ #คดีแรงงาน #ติดต่อปรึกษาคดี 091-497-9826
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในปัจจุบัน ในย่านธุรกิจ มีลูกจ้างเป็นจำนวนมาก ลูกจ้างจึงมีความจำเป็นทราบสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบตามกฎหมายแรงงาน
6 ม.ค. 2025
การยื่นเป็นผู้จัดการมรดก โดยมีพินัยกรรม นั้นมีโอกาสจะได้ผู้จัดการมรดกร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือไม่ หมายความว่า มีโอกาสถูกคัดค้านจากทายาทอื่นๆหรือไม่ หากมีการคัดค้านโดยทายาทอื่นๆแล้ว จะมีผลต่อการยื่นผู้จัดการมรดกหรือไม่ และทายาทอื่นๆมีสิทธิคัดค้านผู้ยื่นเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมได้หรือไม่ มีข้อกฎหมายให้ดำเนินการได้หรือไม่ ? อย่างไร? และข้อกฎหมายดังกล่าวนั้น มีน้ำหนักในการคัดค้านมากน้อยเพียงใด ผมมีทางออกทางและคำแนะนำ เกี่ยวกับปัญหาในลักษณะอย่างนี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกต่อไป
19 พ.ค. 2026
การกล่าวความเท็จในวันสืบพยานในคดีอาญา นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่สามารถกระทำได้ และมีโทษหนักมากนะครับ การกล่าวความเท็จ เป็นผลเสียต่อผู้กล่าวความเท็จ ผู้ที่นำความเท็จมากล่าวต่อหน้าศาลในคดีอาญา โดยรู้ความจริงอยู่แล้ว และเจตนานำความเท็จมากล่าวในการสืบพยานของศาลในคดีอาญา ความผิดสำเร็จทันที ที่รู้ความจริงแล้วยังกล่าวเท็จต่อศาลอีก ส่วนกรณีเท็จแล้วเท็จอีกมีได้มั้ย ก็อาจจะมีได้ ถ้าผู้กระทำความผิดได้กระทำความผิดในหลายคดี มากกว่าหนึ่งคดี เพราะเจตนาให้ศาลทราบความเท็จ หรือ มีสาเหตุกันมาก่อน มีการโกรธเคืองจึงดำเนินคดีอาญาต่อกัน และนำความเท็จมากล่าวด้วยสาเหตุดังกล่าว
6 เม.ย. 2025

