แชร์

ลิขสิทธิ์ ในงานเขียน เป็นของฝ่ายผู้รับจ้าง หรือไม่ อย่างไร

อัพเดทล่าสุด: 29 เม.ย. 2025
1433 ผู้เข้าชม
                  สิ่งสำคัญ ที่ผู้รับจ้างเขียนผลงาน  เพื่อเป็นข้อมูลนำไปเผยแพร่แก่ผู้ว่าจ้าง หรือลูกค้า ในสื่อโซเชียล เช่น google  facebook  และอื่นๆ   ต้องทราบว่าฝ่ายผู้รับจ้างยังอ้างสิทธิในผลงานในสื่อโซเชียลได้หรือไม่   ในเมื่อตนเองเป็นสร้างสรรค์ผลงานเขียนนั้นขึ้นมา
                  สิ่งที่กล่าวมา ข้างต้น นั้น  มีความสำคัญในอนาคต เกี่ยวกับการเผยแพร่  ทำซ้ำ  นำไปดัดแปลงสร้างงานเขียนชิ้นใหม่  หรือนำไปในการด้านธุรกิจของผู้สร้างสรรค์งานเขียน ได้ตามพระราชลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539   ได้มากน้อยแค่ไหน
                  การเลือกจ้างผู้เขียน แก่ตนเองก็เป็นสิ่งสำคัญ  เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งลิขสิทธิ์  หรือแย่งผลงานกันในอนาคต  จนอาจต้องมีผลต่อการเผยแพร่ผลงาน ทำซ้ำ นำไปในการตลาดแบบใหม่ ที่เรียกว่า SEO   
                  ป้องกันการถูกหลอกลวง  และป้องกันปัญหา  ต้องมีสัญญาจ้าง  ระบุถึงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในผลงานด้วย   ป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์   จริงๆ การทำ SEO นั้นมุ่งเน้นการสร้างสรรค์เนื้อหา  และข้อมูลมากกว่า แค่ปริมาณ หรือจำนวนเท่านั้น     การระบุที่มาของผลงานเขียน ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก  และเป็นการแสดงความเจ้าของผลงานในงานเขียนดังกล่าวด้วย
                 การแอบอ้าง เนื้อหา และผลงานเขียนของผู้อื่นนั้น  มีผลเสียเป็นอย่างมาก ต่อความเข้าใจผิดของบุคคลภายนอก  ฉะนั้น  ผลงานเขียนที่ดี ต้องมีกฎหมายคุ้มครองนะครับ    
                 แล้วฝ่ายพนักงานของผู้เขียน มีสิทธิในผลงานเขียน ตามกฎหมายหรือไม่ ในการที่เผยแพร่ ทำซ้ำ และดัดแปลงผลงาน   ฝ่ายพนักงานของผู้เขียน  กล่าวคือ  ทีมงาน ( รับจ้าง ) หรือ พนักงาน ( ลูกจ้าง )  เหล่านี้  ต้องปฏิบัติไปตามคำสั่งของผู้เขียนเท่านั้น  ไม่มีสิทธิใดๆ หากมีข้อตกลงเป็นสัญญา     
                  และการสร้างข้อมูลเท็จ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ  เป็นสิ่งผิดกฎหมาย  การสร้างข้อมูลเท็จ  เนื้อหาปลอม  การตลาดที่ใช้เนื้อหาปลอมนี้  กฎหมายไม่คุ้มครองลิขสิทธิ์แต่อย่างใด   การรับจ้างเขียนข้อมูลเนื้อหาแก่ผู้ใด ต้องไม่ใช่ข้อมูลเท็จ  และหากเกิดความเสียหาย ทางผู้เขียนข้อมูลอาจต้องรับผิดร่วมในทางคดีอาญาด้วย   เห็นมั้ยว่า  ในสื่อนั้นมีกฎหมายคุ้มครองเป็นจำนวนมาก
                 ดังนั้น การตัดสินใจทำสื่อการตลาดต้องเข้าใจกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วยนะครับ  เพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องคดีกัน เพราะความเสียหายนั้นมีค่าสูงมากนะครับ  กว่าจะแก้ไขก็ต้องใช้เวลาครับ

เขียนโดย

ทนายความตรีสุพจน์  ตันตยาภิรมย์กุล

#ทนายความ  #คดีลิขสิทธิ์ผลงานเขียน #ปรึกษาคดีติดต่อ 091-497-9826


บทความที่เกี่ยวข้อง
คดีทำร้ายร่างกายกัน   มีผลร้ายแรง มากน้อยแค่ไหน  มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
บางครั้งเมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกัน ต่อมาผู้เสียหายมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีอาญา อาจจะไม่จบในการแค่เสียค่าปรับตามกฎหมาย ที่จะทำให้คดีอาญานั้นระงับสิ้นไปตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ใช่ความผิดลหุโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบปรับได้ตามกฎหมาย ทำให้คดีอาญานั้นระงับไปตามกฎหมาย เนื่องจากเมื่อมีการแจ้งความแล้ว ผู้เสียหายนั้นไปตรวจร่างกายพบอาการบาดเจ็บ และแพทย์ได้ออกใบหนังสือชันสูตรบาดแผลและใบตรวจสอบบาดแผล แม้ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพ ก็ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลตามกฎหมายต่อไป คดีอาญายังไม่จบ คดีนั้นยังไม่ระงับตามกฎหมาย
1 พ.ค. 2026
การยื่นอุทธรณ์ คดีแรงงาน   เป็นอย่างไร
การยื่นอุทธรณ์คดีแรงงานต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงาน นั้น มีระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ เพียง 15 วัน เท่านั้น นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษา ซึ่งแตกต่างกับคดีแพ่ง และคดีอาญาทั่วไป เป็นข้อสำคัญ และคดีแรงงานยื่นอุทธรณ์โดยการทำหนังสือ ยื่นต่อศาลแรงงานชั้นต้น ที่ได้มีคำพิพากษานั้นเอง และอุทธรณ์ได้เฉพราะข้อกฎหมาย เว้นแต่มีการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก และการแก้อุทธรณ์ต้องดำเนินการภายใน 7 วัน นับวันที่ปิดหมายอุทธรณ์อุทธรณ์ ซึ่งแตกต่างกับคดีแพ่งและคดีอาญาทั่วไป
28 ก.ย. 2026
การยื่นเป็นผู้จัดการมรดกต้องดำเนินการอย่างไร  มีการเริ่มเตรียมตัวอย่างไร?
เมื่อมีเจ้าทรัพย์สิน ถึงแก่กรรม ตามกฎหมาย ทายาทตามกฎหมาย หรือทายาทตามพินัยกรรม มีเหตุจำเป็นต้องยื่นเป็นผู้จัดการมรดก เพื่อทำหน้าที่แบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ถึงแก่กรรม จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวและต้องดำเนินการอย่างไร? ต้องเริ่มปรึกษาทายาทตั้งแต่เมื่อไหร่? ต้องปรึกษาทนายความตั้งแต่เมื่อไหร่? เรามาเริ่มกันได้เลยนะครับ
28 ธ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy