การยื่นเพิกถอนผู้จัดการมรดก เป็นวิธีการที่ดีหรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
411 ผู้เข้าชม

บางครั้งการเพิกถอนผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลนั้น อาจจะไม่มีผลดีต่อทายาท ผู้ร้องขอให้เพิกถอนผู้จัดการมรดกก็เป็นไปได้เช่นกัน
ก่อนอื่นผมอยากจะทำความเข้าใจก่อนว่า สิทธิในการรับมรดก กับ การยื่นคำร้องเพิกถอนผู้จัดการมรดก นั้น มีความแตกต่างกัน และใช้กฎหมายคนละบทมาตรากัน แม้จะเป็นเรื่องการคดีมรดกก็ตาม
เมื่อเข้าใจแล้วว่า มีความแตกต่างกัน และใช้กฎหมายแตกต่างกัน อย่างนี้ ขั้นตอนต่อไป เมื่อไรควรจะดำเนินการด้วยวิธีการอะไร จึงเป็นข้อสำคัญในการปรึกษากับทนายความของท่าน
กรณีที่ผู้จัดการมรดกต้องถูกร้องขอให้เพิกถอนมรดก มีกรณีอย่างไรบ้าง การร้องขอเพิกถอนมรดก เป็นเหตุสำคัญในประเด็นแห่งคดี และทายาทต้องมีพยานหลักฐานในการร้องขอให้เพิกถอนผู้จัดการมรดก มิฉะนั้น จะทำให้เกิดความเสียหายในอนาคต และทำให้เสียเวลา ทำให้เกิดเหตุขัดข้องในการจัดการแบ่งปันมรดกแก่ทายาท โดยไม่จำเป็น และอาจทำให้ถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไปได้เช่นกัน
กรณีที่ร้องขอเพิกถอนผู้จัดการมรดก เป็นกรณีที่ผู้จัดการมรดกนั้นทุจริตต่อกองมรดก ด้วยการยักยอกทรัพย์มรดก แม้ว่าคดีอาญาจะขาดอายุความหรือไม่ ในข้อหายักยอก แต่เป็นประเด็นสำคัญในการทำให้ทายาทเกิดความเสียหายแล้ว และยังมีกรณีที่ผู้จัดการมรดกไม่สามารถดำเนินการได้ หรือผู้จัดการมรดกไม่ประสงค์ดำเนินการต่อไปแล้ว โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือบันทึกถ้อยคำต่อหน้าทายาท อย่างนี้สามารถขอเพิกถอนผู้จัดการมรดกได้
การเป็นผู้จัดการมรดก หรือไม่ ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนแบ่งในมรดกของทายาทตามกฎหมายแต่อย่างใด ส่วนแบ่งมรดกของทายาท เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 วรรคาแรก และวรรคท้าย และทายาทอาจสูญเสียสิทธิในการรับมรดกได้ กรณีถูกตัดมิให้รับมรดก สละสิทธิรับมรดก ถูกกำจัดมิให้รับมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1606 ในกรณีเป็นผู้ไม่สมควร เป็นต้น ส่วนแบ่งในการรับมรดกของทายาท เป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้ว แม้ไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกก็ตาม
ดังนั้น ก่อนจะยื่นเพิกถอนผู้จัดการมรดก ต้องพิจารณาทางออกตามกฎหมายเป็นสำคัญด้วย เพื่อไม่ให้เสียหายต่อทรัพย์สิน และเวลาในการดำเนินการ จะต้องปรึกษาทนายความก่อนเสมอ และควรถามผลได้ผลเสียในการดำเนินการด้วย เพื่อตรวจสอบความคุ้มค่าในการดำเนินการ และที่สำคัญ ต้องใช้พยานหลักฐานอะไรบ้าง เนื่องจากการยื่นคำคู่ความต่อศาลน้้นต้องไปตามข้อกฎหมายโดยเคร่งครัด หากดำเนินการตามกฎหมายแล้ว กฎหมายย่อมคุ้มครองผู้นั้นด้วยเช่นกัน
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความ #ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล #คดีมรดกและผู้จัดการมรดก
บทความที่เกี่ยวข้อง
ความผิดหมิ่นประมาท นั้นเป็นความผิดต่อชื่อเสียงของผู้เสียหาย หรือ โจทก์ และข้อความที่มีลักษณะหมิ่นประมาทนั้น เป็นข้อความที่ทำให้ผู้นั้น เสียหายต่อชื่อเสียง ทำให้ผู้นั้นถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้ผู้นั้นได้รับความอับอาย ไม่ใช่แค่ผู้นั้นรู้สึก...เสียหายต่อชื่อเสียง แต่ต้องมีพยานหลักฐาน เป็นข้อความที่ถูกใส่ร้าย ต่อบุคคลที่สามด้วย
25 ก.ย. 2025
การที่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นลูกค้าของโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และไปใช้บริการ แล้วเกิดความไม่ปลอดภัย ไม่มีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า ไม่มีการกั้นพื้นที่อันตราย ไม่มีการดูแลบำรุงรักษา และต่อมาเกิดภัยอันตรายกับนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า แน่นอน ผมแนะนำให้ไกล่เกลี่ยกัน เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สบายใจทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อไม่สามารถเจรจากันได้ ย่อมต้องมีการฟ้องร้องคดีกันอย่างแน่นอน และต้องมีภาระเพิ่มขึ้นทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและ ลูกค้า มีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญานะครับ
25 พ.ค. 2025
การกล่าวความเท็จในวันสืบพยานในคดีอาญา นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่สามารถกระทำได้ และมีโทษหนักมากนะครับ การกล่าวความเท็จ เป็นผลเสียต่อผู้กล่าวความเท็จ ผู้ที่นำความเท็จมากล่าวต่อหน้าศาลในคดีอาญา โดยรู้ความจริงอยู่แล้ว และเจตนานำความเท็จมากล่าวในการสืบพยานของศาลในคดีอาญา ความผิดสำเร็จทันที ที่รู้ความจริงแล้วยังกล่าวเท็จต่อศาลอีก ส่วนกรณีเท็จแล้วเท็จอีกมีได้มั้ย ก็อาจจะมีได้ ถ้าผู้กระทำความผิดได้กระทำความผิดในหลายคดี มากกว่าหนึ่งคดี เพราะเจตนาให้ศาลทราบความเท็จ หรือ มีสาเหตุกันมาก่อน มีการโกรธเคืองจึงดำเนินคดีอาญาต่อกัน และนำความเท็จมากล่าวด้วยสาเหตุดังกล่าว
6 เม.ย. 2025


