แชร์

การยื่นเพิกถอนผู้จัดการมรดก เป็นวิธีการที่ดีหรือไม่ ?

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
561 ผู้เข้าชม
                   บางครั้งการเพิกถอนผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลนั้น      อาจจะไม่มีผลดีต่อทายาท   ผู้ร้องขอให้เพิกถอนผู้จัดการมรดกก็เป็นไปได้เช่นกัน
                   ก่อนอื่นผมอยากจะทำความเข้าใจก่อนว่า  สิทธิในการรับมรดก กับ การยื่นคำร้องเพิกถอนผู้จัดการมรดก  นั้น มีความแตกต่างกัน  และใช้กฎหมายคนละบทมาตรากัน  แม้จะเป็นเรื่องการคดีมรดกก็ตาม
                   เมื่อเข้าใจแล้วว่า มีความแตกต่างกัน  และใช้กฎหมายแตกต่างกัน   อย่างนี้  ขั้นตอนต่อไป  เมื่อไรควรจะดำเนินการด้วยวิธีการอะไร  จึงเป็นข้อสำคัญในการปรึกษากับทนายความของท่าน
                     กรณีที่ผู้จัดการมรดกต้องถูกร้องขอให้เพิกถอนมรดก  มีกรณีอย่างไรบ้าง  การร้องขอเพิกถอนมรดก  เป็นเหตุสำคัญในประเด็นแห่งคดี   และทายาทต้องมีพยานหลักฐานในการร้องขอให้เพิกถอนผู้จัดการมรดก  มิฉะนั้น จะทำให้เกิดความเสียหายในอนาคต และทำให้เสียเวลา  ทำให้เกิดเหตุขัดข้องในการจัดการแบ่งปันมรดกแก่ทายาท โดยไม่จำเป็น และอาจทำให้ถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไปได้เช่นกัน
                    กรณีที่ร้องขอเพิกถอนผู้จัดการมรดก เป็นกรณีที่ผู้จัดการมรดกนั้นทุจริตต่อกองมรดก ด้วยการยักยอกทรัพย์มรดก   แม้ว่าคดีอาญาจะขาดอายุความหรือไม่ ในข้อหายักยอก แต่เป็นประเด็นสำคัญในการทำให้ทายาทเกิดความเสียหายแล้ว  และยังมีกรณีที่ผู้จัดการมรดกไม่สามารถดำเนินการได้  หรือผู้จัดการมรดกไม่ประสงค์ดำเนินการต่อไปแล้ว  โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือบันทึกถ้อยคำต่อหน้าทายาท  อย่างนี้สามารถขอเพิกถอนผู้จัดการมรดกได้  
                     การเป็นผู้จัดการมรดก หรือไม่  ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนแบ่งในมรดกของทายาทตามกฎหมายแต่อย่างใด   ส่วนแบ่งมรดกของทายาท เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา  1629 วรรคาแรก และวรรคท้าย   และทายาทอาจสูญเสียสิทธิในการรับมรดกได้  กรณีถูกตัดมิให้รับมรดก  สละสิทธิรับมรดก  ถูกกำจัดมิให้รับมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1606  ในกรณีเป็นผู้ไม่สมควร เป็นต้น    ส่วนแบ่งในการรับมรดกของทายาท เป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้ว   แม้ไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกก็ตาม
                     ดังนั้น  ก่อนจะยื่นเพิกถอนผู้จัดการมรดก ต้องพิจารณาทางออกตามกฎหมายเป็นสำคัญด้วย   เพื่อไม่ให้เสียหายต่อทรัพย์สิน และเวลาในการดำเนินการ  จะต้องปรึกษาทนายความก่อนเสมอ  และควรถามผลได้ผลเสียในการดำเนินการด้วย  เพื่อตรวจสอบความคุ้มค่าในการดำเนินการ  และที่สำคัญ ต้องใช้พยานหลักฐานอะไรบ้าง   เนื่องจากการยื่นคำคู่ความต่อศาลน้้นต้องไปตามข้อกฎหมายโดยเคร่งครัด หากดำเนินการตามกฎหมายแล้ว  กฎหมายย่อมคุ้มครองผู้นั้นด้วยเช่นกัน

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

#ทนายความ #ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล #คดีมรดกและผู้จัดการมรดก


บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อห้ามในการว่าจ้างทนายความ  และไม่เป็นผลดี มีอะไรบ้าง ?
ในการว่าจ้างทนายความ ตั้งแต่เริ่มแรก ผมแนะนำให้มีการทำสัญญาว่าจ้าง กันตามกฎหมาย และส่งพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร รายชื่อพยานที่เกี่ยวข้อง คลิปวงจรปิด หรือ ภาพถ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดี รวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับคดีทั้งหมด และสรุปการดำเนินการเบื้องต้น ว่าจะดำเนินการอย่างไร รวมไปถึงการลงชื่อในใบแต่งทนายความ และมีการรับรองพยานหลักฐานตามกฎหมายด้วย เพื่อรับรองความถูกต้องของพยานหลักฐานที่มอบแก่ทนายความ
30 ก.ย. 2025
คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับคดีจราจรทางบก เป็นอย่างไร? ผมมีคำแนะนำครับ
หลายๆครั้งที่อุบัติเหตุจากการจราจร ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และเกิดปัญหาที่ต้องแก้ไข หรือต้องการทางออก ไม่ว่าจะเป็นทางออกของคดี มีข้อกฎหมายอย่างไร ทางออกของการเจรจา จะมีแนวทางอย่างไร เพื่อจะเจรจากับคู่กรณี ปัจจุบัน มีกฎหมายที่สำคัญ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และมี พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ในการนำมาเป็นหลักในการหาทางออก และหากมีประภัยรถยนต์ด้วย ก็ยิ่งทำให้บรรเทาความเดือดร้อนไปได้เป็นอย่างมาก
12 พ.ย. 2025
การปรึกษาคดี หรือ ปรึกษากฎหมาย มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ ? ตามกฎหมาย
การขอรับบริการทางกฎหมาย ของประชาชน หรือ ภาคเอกชน เช่น บริษัทต่างๆ ผู้ประกอบการในกิจการต่างๆ บางครั้งมีความจำเป็นต้องปรึกษาคดี หรือ ปรึกษากฎหมาย นั้นมีค่าบริการหรือไม่ ตามกฎหมาย ปกติส่วนใหญ่สำนักงานทนายความ และทนายความส่วนใหญ่มีการเก็บค่าวิชาชีพในการให้คำปรึกษาคดี หรือ ปรึกษาปัญหาทางกฎหมาย อยู่แล้ว
11 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy