การยื่นเพิกถอนผู้จัดการมรดก เป็นวิธีการที่ดีหรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
747 ผู้เข้าชม

บางครั้งการเพิกถอนผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลนั้น อาจจะไม่มีผลดีต่อทายาท ผู้ร้องขอให้เพิกถอนผู้จัดการมรดกก็เป็นไปได้เช่นกัน
ก่อนอื่นผมอยากจะทำความเข้าใจก่อนว่า สิทธิในการรับมรดก กับ การยื่นคำร้องเพิกถอนผู้จัดการมรดก นั้น มีความแตกต่างกัน และใช้กฎหมายคนละบทมาตรากัน แม้จะเป็นเรื่องการคดีมรดกก็ตาม
เมื่อเข้าใจแล้วว่า มีความแตกต่างกัน และใช้กฎหมายแตกต่างกัน อย่างนี้ ขั้นตอนต่อไป เมื่อไรควรจะดำเนินการด้วยวิธีการอะไร จึงเป็นข้อสำคัญในการปรึกษากับทนายความของท่าน
กรณีที่ผู้จัดการมรดกต้องถูกร้องขอให้เพิกถอนมรดก มีกรณีอย่างไรบ้าง การร้องขอเพิกถอนมรดก เป็นเหตุสำคัญในประเด็นแห่งคดี และทายาทต้องมีพยานหลักฐานในการร้องขอให้เพิกถอนผู้จัดการมรดก มิฉะนั้น จะทำให้เกิดความเสียหายในอนาคต และทำให้เสียเวลา ทำให้เกิดเหตุขัดข้องในการจัดการแบ่งปันมรดกแก่ทายาท โดยไม่จำเป็น และอาจทำให้ถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไปได้เช่นกัน
กรณีที่ร้องขอเพิกถอนผู้จัดการมรดก เป็นกรณีที่ผู้จัดการมรดกนั้นทุจริตต่อกองมรดก ด้วยการยักยอกทรัพย์มรดก แม้ว่าคดีอาญาจะขาดอายุความหรือไม่ ในข้อหายักยอก แต่เป็นประเด็นสำคัญในการทำให้ทายาทเกิดความเสียหายแล้ว และยังมีกรณีที่ผู้จัดการมรดกไม่สามารถดำเนินการได้ หรือผู้จัดการมรดกไม่ประสงค์ดำเนินการต่อไปแล้ว โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือบันทึกถ้อยคำต่อหน้าทายาท อย่างนี้สามารถขอเพิกถอนผู้จัดการมรดกได้
การเป็นผู้จัดการมรดก หรือไม่ ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนแบ่งในมรดกของทายาทตามกฎหมายแต่อย่างใด ส่วนแบ่งมรดกของทายาท เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 วรรคาแรก และวรรคท้าย และทายาทอาจสูญเสียสิทธิในการรับมรดกได้ กรณีถูกตัดมิให้รับมรดก สละสิทธิรับมรดก ถูกกำจัดมิให้รับมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1606 ในกรณีเป็นผู้ไม่สมควร เป็นต้น ส่วนแบ่งในการรับมรดกของทายาท เป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้ว แม้ไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกก็ตาม
ดังนั้น ก่อนจะยื่นเพิกถอนผู้จัดการมรดก ต้องพิจารณาทางออกตามกฎหมายเป็นสำคัญด้วย เพื่อไม่ให้เสียหายต่อทรัพย์สิน และเวลาในการดำเนินการ จะต้องปรึกษาทนายความก่อนเสมอ และควรถามผลได้ผลเสียในการดำเนินการด้วย เพื่อตรวจสอบความคุ้มค่าในการดำเนินการ และที่สำคัญ ต้องใช้พยานหลักฐานอะไรบ้าง เนื่องจากการยื่นคำคู่ความต่อศาลน้้นต้องไปตามข้อกฎหมายโดยเคร่งครัด หากดำเนินการตามกฎหมายแล้ว กฎหมายย่อมคุ้มครองผู้นั้นด้วยเช่นกัน
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความ #ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล #คดีมรดกและผู้จัดการมรดก
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อนายจ้างมีสถานประกอบกิจการ และมีการรับลูกจ้างพนักงานเข้าทำงาน ตามสัญญาจ้างแรงงานแล้ว บางครั้งการจะระบุข้อกำหนด หรือข้อตกลง อันเป็นรายละเอียดในการทำงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานย่อมกระทำได้ยาก และจะเป็นการวุ่นวายมาก อาจทำให้สัญญาจ้างแรงงานนั้นมีจำนวนหลายหน้าและมีความสลับซับซ้อนในการจ้างแรงงานได้ ถ้าแยกสัญญาจ้างแรงงานและข้อบังคับการทำงาน เป็นเอกสารคนละชุดกัน ย่อมเป็นประโยชน์ในการจ้างแรงงานได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
6 ก.ย. 2025
ความผิดข้อหาหมิ่นประมาทนั้น เป็นความรับผิดที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนา หมายถึง รู้ความจริงอยู่แล้ว และประสงค์ใส่ร้ายผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นดูถูก ดูหมิ่น ถูเกลียดชัง โดยที่ข้อความที่ใส่ร้ายนั้นทำให้ผู้อื่น ถูกดูถูก ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ข้อความดังกล่าวนั้น ต้องเป็นการกล่าวใ่ส่ร้ายต่อบุคคลที่สาม และบุคคลที่สามนั้นจะเป็นใครก็ได้ เช่น หน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลก็เป็นบุคคลที่สามได้เช่นกัน รวมทั้งบุคคลธรรมดาทั่วไป จะเป็นใครก็ได้ ย่อมเป็นความผิดข้อหาหมิ่นประมาท
16 พ.ค. 2026
การบีบกดดันลูกจ้าง เพื่อไม่ให้ทนทำงานต่อไปได้ เช่นกรณี ที่เรียกให้มาลงชื่อในหนังสือลาออก หากไม่ยอมลงชื่อ จะไม่ให้กลับบ้าน หรือ การกล่าวหาในลักษณะที่เป็นการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน ทำให้เสียหายต่อชื่อเสียง ฯ ต่างๆเหล่านี้ ลูกจ้างเพียงแค่แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่แรงงานเท่านั้น เพียงพอหรือยัง หากเหตุการณ์ยังไม่หยุด และทำความเสียหายต่อลูกจ้าง หรือ มีปัญหากรณีซับซ้อน เช่น การรังแกลูกจ้าง หรือ ใช้วิธีการที่ผิดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานจะมีวิธีรับมืออย่างไร
28 ก.ย. 2026


