การเลิกจ้างลูกจ้างไม่เป็นธรรม และเป็นผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นอย่างไร?
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.ย. 2025
481 ผู้เข้าชม

เมื่อลูกจ้างถูกนายจ้างละเมิดลูกจ้างในที่ทำงาน ซึ่งนายจ้างไม่ได้ดำเนินการกฎหมายซึ่งคุ้มครองฝ่ายลูกจ้าง เช่นการบีบให้ลูกจ้างไม่สามารถทนทำงานต่อไปได้ ด้วยวิธีการต่างๆ กดดันให้ลูกจ้างยอมรับข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรมต่อฝ่ายลูกจ้าง
การลดตำแหน่งงานโดยไม่คำนึงถึงสัญญาจ้างแรงงานเดิม ทำให้ฝ่ายลูกจ้างเสียเปรียบ การลดเงินเดือน ลดรายได้ฝ่ายลูกจ้าง กรณีที่ฝ่ายนายจ้างฝ่าฝืนสัญญาจ้างแรงงานเดิม
ต่างๆเหล่านี้ เป็นการกระทำที่ทำให้ฝ่ายลูกจ้างเสียเปรียบ และได้รับความเสียหาย เป็นข้อพิพาทในคดีแรงงาน ฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นฝ่ายถูกถูกโต้แย้งสิทธิ สามารถยื่นฟ้องนายจ้างต่อศาลแรงงาน ได้ตามกฎหมาย
ข้อพิพาทแรงงานในทางแพ่งนั้น ไม่สามารถแจ้งความกับพนักงานสอบสวนได้ ไม่อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด
หากฝ่ายนายจ้างฝ่าฝืนสัญญาจ้างแรงงาน โดยไม่มีสอบสวนของนายจ้าง ไม่มีการปฏิบัติตามข้อบังคับการทำงาน ไม่ให้ฝ่ายลูกจ้างมีโอกาสชี้แจงก่อนตามกฎหมาย ย่อมเป็นการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายแรงงานทันทีเช่นกัน
การเรียกลูกจ้างมาคุย โดยไม่เป็นไปตามข้อบังคับการทำงาน ย่อมเป็นการกดดันลูกจ้างไม่ให้ทนทำงานต่อไปได้เช่นกัน
การกระทำโดยฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน นั้นไม่เป็นผลดีกับนายจ้างและลูกจ้าง และสร้างความเสียหายต่อลูกจ้าง ฝ่ายลูกจ้างย่อมเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆจากการทำที่ฝ่ายนายจ้างฝ่าฝืนกฎหมายแรงงานด้วย
ดังนั้น ทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในอนาคต และสามารถป้องกันข้อพิพาทคดีแรงงานได้เช่นกัน
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
การยื่นอุทธรณ์คดีแรงงานต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงาน นั้น มีระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ เพียง 15 วัน เท่านั้น นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษา ซึ่งแตกต่างกับคดีแพ่ง และคดีอาญาทั่วไป เป็นข้อสำคัญ และคดีแรงงานยื่นอุทธรณ์โดยการทำหนังสือ ยื่นต่อศาลแรงงานชั้นต้น ที่ได้มีคำพิพากษานั้นเอง และอุทธรณ์ได้เฉพราะข้อกฎหมาย เว้นแต่มีการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก และการแก้อุทธรณ์ต้องดำเนินการภายใน 7 วัน นับวันที่ปิดหมายอุทธรณ์อุทธรณ์ ซึ่งแตกต่างกับคดีแพ่งและคดีอาญาทั่วไป
28 ก.ย. 2026
การกระทำผิดเกี่ยวกับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์นั้น มีทั้งความผิดที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วไป และไม่ได้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ และไม่ได้นำไปใช้ในการโฆษณาขายสินค้า และบริการ ส่วนความผิดที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ เช่น นำไปขายสินค้า หรือบริการ และแสวงหาผลประโยชน์ในการเรียกเก็บเงิน และผลประโยชน์ในลักษณะอื่นๆ อันเป็นการได้มาซึ่งรายได้ จึงเป็นความผิดละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
16 พ.ค. 2026
ในปัจจุบัน ในย่านธุรกิจ มีลูกจ้างเป็นจำนวนมาก ลูกจ้างจึงมีความจำเป็นทราบสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบตามกฎหมายแรงงาน
6 ม.ค. 2025

