แชร์

ข้อควรรู้ก่อนเข้าหุ้นส่วนกันทำธุรกิจ จะได้ไม่เสียเปรียบ เป็นอย่างไร ?

อัพเดทล่าสุด: 5 ก.ย. 2025
224 ผู้เข้าชม
                      การมีที่ปรึกษากฎหมาย หรือ ทนายความ  ให้คำปรึกษาในการตั้งธุรกิจ หรือ บริษัท หรือนิติบุคคล นั้นเพื่อป้องกันปัญหา และเพื่อการวางแผนด้านกฎหมาย  ส่วนมากแล้วการเข้าหุ้นส่วนกันทำธุรกิจ มักจะไม่มีการขอคำปรึกษากับทนายความ  และไม่มีการทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันเป็นทางการ  ทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ในภายหลังทำธุรกิจด้วยกัน
                      การที่หุ้นส่วนธุรกิจ ทำสัญญากันเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการ  เพราะการทำธุรกิจนั้น  รายได้ย่อมไม่ใช่แค่เงินเดือน เท่านั้น  ยังมีการแบ่งหน้าที่กันอีก รวมถึงการแบ่งผลประโยชน์จากยอดขาย ก็มีความสำคัญ   ข้อตกลงเรื่องการห้ามทำธุรกิจแข่งขันกับบริษัทก็มีผลเช่นกัน  เพื่อป้องกันการแย่งลูกค้าของบริษัทที่ตั้งขึ้นในภายหลัง  ฝ่ายใดทำผิดข้อตกลง อีกฝ่ายก็สามารถบอกเลิกสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันได้  แล้วยังเรียกร้องค่าเสียหายอะไรได้บ้าง ถ้ามีข้อตกลงกันไว้ตามกฎหมายย่อมเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ลงทุนด้วย   การชำระค่าหุ้น การเพิ่มทุนมีขั้นตอนอย่างไร ต้องมีการระบุไว้ให้ชัดแจ้ง
                     ดังนั้น ผมจะแนะนำเบื้องต้น ให้ ผู้หุ้นส่วนกันทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนทำบริษัทกันตามกฎหมาย  ไม่ใช่แค่การจดทะเบียนบริษัท กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเท่านั้น   และมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
  1. ข้อตกลงการแบ่งผลตอบแทน จากการขายสินค้า หรือบริการ ของหุ้นส่วนแต่ละคน ที่หาลูกค้ามาให้กับบริษัท
  2. ข้อตกลงเกี่ยวกับเงินเดือน ของหุ้นส่วนแต่ละท่าน และสวัสดิการที่จะได้รับ  เพื่อความเท่าเทียมกัน
  3. ข้อตกลงเรื่องการแบ่งหน้าที่ในการบริหารงานของบริษัท  เช่น  การรับสมัครพนักงานมีข้อกำหนดอย่างไร
  4. ข้อตกลงการแบ่งเขตลูกค้าของหุ้นส่วนแต่ละท่าน  เพื่อไม่ให้แย่งลูกค้ากันเอง
  5. ข้อตกลงเกี่ยวกับผิดสัญญาเข้าหุ้นส่วนกัน  มีสิทธิเรียกร้องอะไรได้บ้าง
  6. ข้อตกลงเกี่ยวกับการชำระค่าหุ้น  การเพิ่มทุนกิจการในอนาคต
  7. ข้อตกลงเรื่องการขายหุ้นของบริษัทแก่บุคคลภายนอกหรือระหว่างหุ้นส่วนกันเอง  ต้องมีรายละเอียดระบุไว้ชัดแจ้ง
  8. ข้อตกลงเกี่ยวกับการเลิกสัญญาเข้าหุ้นส่วนกัน
  9. ระยะเวลาในการเข้าหุ้นส่วนกัน
  10. ข้อตกลงในการเปิดบัญชีธนาคาร  และการสั่งจ่ายเช็ค
  11. ข้อตกลงในการจ่ายค่าตอบแทนแก่พนักงาน และการจัดทำข้อบังคับในการทำงานของพนักงาน
  12. ข้อตกลงในการติดตามหนี้สินของธุรกิจ และการฟ้องคดีต่อศาล
  13. ข้อตกลงเกี่ยวกับการประชุมบริษัท เช่น การประชุมประจำเดือน  ประชุมประจำปี การประชุมติดตามการขายสินค้า หรือบริการ
  14. ข้อตกลงเกี่ยวกับการตลาด และการลงทุน

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล


บทความที่เกี่ยวข้อง
คดีทำร้ายร่างกายกัน   มีผลร้ายแรง มากน้อยแค่ไหน  มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
บางครั้งเมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกัน ต่อมาผู้เสียหายมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีอาญา อาจจะไม่จบในการแค่เสียค่าปรับตามกฎหมาย ที่จะทำให้คดีอาญานั้นระงับสิ้นไปตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ใช่ความผิดลหุโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบปรับได้ตามกฎหมาย ทำให้คดีอาญานั้นระงับไปตามกฎหมาย เนื่องจากเมื่อมีการแจ้งความแล้ว ผู้เสียหายนั้นไปตรวจร่างกายพบอาการบาดเจ็บ และแพทย์ได้ออกใบหนังสือชันสูตรบาดแผลและใบตรวจสอบบาดแผล แม้ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพ ก็ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลตามกฎหมายต่อไป คดีอาญายังไม่จบ คดีนั้นยังไม่ระงับตามกฎหมาย
1 พ.ค. 2026
การซื้ออาคารพาณิชย์โครงการใหม่  ที่ไม่มีการจัดเก็บค่าส่วนกลาง  มีข้อดีหรือไม่?   มีจริงหรือไม่?
ก่อนอื่น โครงการจัดสรรอาคารพาณิชย์ ตามกฎหมายสรรที่ดิน นั้น มีโครงการจัดสรรขนาดจิ๋ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการจัดเก็บค่าส่วนกลาง นั้นมีจริง และมีการขายและโอนโฉนดที่ดิน ได้ตามกฎหมาย และมีข้อดี กล่าวคือ ไม่ต้องเสียค่าส่วนกลาง และไม่ต้องจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพราะเป็นโครงการขนาดเล็กๆ ส่งผลดีในการประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำออฟฟิศ และในการทำธุรกิจ และไม่มีข้อเสียแต่อย่างใด
16 ก.พ. 2025
กรณีได้รับความเสียหายจากทนายขอแรง  ต้องดำเนินการอย่างไร ?
ทนายขอแรงคือ ทนายความที่ศาลได้มีหนังสือแต่งตั้งให้มาดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีอาญา ให้แก่จำเลย ในคดีอาญา ของศาลต่างๆ และหากได้รับความเสียหายจากทนายขอแรง ต้องดำเนินการอย่างไร? เช่น การไม่นำพยานหลักฐานเข้ามาในสำนวน และเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดี อันอาจสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของจำเลยได้ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นต้องทำอย่างไร ?
22 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy