ข้อบังคับการทำงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง มีความสำคัญอย่างไร?
อัพเดทล่าสุด: 6 ก.ย. 2025
252 ผู้เข้าชม

การดำเนินการตามสัญญาจ้างแรงงาน อันเป็นข้อตกลง และข้อกำหนดระหว่างนายจ้างและลูกจ้างนั้น บางครั้งอาจมีข้อจำกัดในการบริหารงานจ้างแรงงาน และ ความสะดวกในการจ้างแรงงาน สัญญาจ้างแรงงานไม่ควรมีความสลับซับซ้อนเกินไป
การจัดทำเอกสารข้อบังคับการทำงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง จึงเป็นทางออกในการบริหารงานจ้างแรงงาน เพื่อเป็นข้อกำหนด หรือ ข้อบังคับ ในการดำเนินการต่างๆในระหว่างการทำงานให้แก่นายจ้าง โดยชัดแจ้ง และมีผลตามกฎหมายแรงงาน การจะลงโทษลูกจ้างตามข้อบังคับ ในกรณีที่ลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรง ย่อมทำได้โดยเกิดความเป็นธรรม และลดข้อพิพาทแรงงานได้สำหรับนายจ้างด้วย
โดยปกติข้อบังคับการทำงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง นั้น จะดำเนินการจัดทำขึ้นโดยนำพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาเป็นมาตราฐานกลาง ในการจัดทำข้อบังคับการทำงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เช่น ในกรณีเกี่ยวกับการสอบสวนลูกจ้างในกรณีลูกจ้างเป็นฝ่ายผิดต่อนายจ้าง การตักเตือนลูกจ้าง การพักงานลูกจ้าง การลางานของลูกจ้าง ข้อบังคับที่ลูกจ้างห้ามกระทำนั้้นมีอะไรบ้าง กรณีใดที่ลูกจ้างกระทำความผิดกรณีใดเป็นกรณีร้ายแรงที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้ทันที และไม่ขัดแย้งกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานด้วย ทั้้งนี้ข้อบังคับการทำงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ควรจัดทำเป็นเอกสารและให้ลูกจ้างและนายจ้างลงชื่อไว้เป็นหลักฐานตามกฎหมายด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ดังนั้น การจัดทำข้อบังคับการทำงานระหว่างนายจ้างและลูกจ้างนั้น เป็นภาพลักษณ์ที่ดีในการทำงานและการประกอบกิจการของนายจ้างด้วย และทำให้การบริหารงานจ้างแรงงานเป็นไปด้วยความราบรื่นเช่นกัน
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
สำนักงานทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
ลูกหนี้ที่ถูกยึดทรัพย์ เพื่อนำมาขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อมีการขายทอดตลาดทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังมีสิทธิติดตาม ยอดรายรับ รายจ่าย ในการขายทรัพย์ทอดตลาด ได้ตามกฎหมาย เมื่อหนี้ตามคำพิพากษามีจำนวนน้อยกว่าราคาทรัพย์ที่ประเมิน โดยสำนักงานที่ดิน หรือ สำนักงานประเมินทรัพย์อื่นๆ เมื่อทำบัญชีรับจ่ายแล้ว ลูกหนี้ย่อมมีสิทธิได้รับคืนเงินที่เหลือ เมื่อหักหนี้กับหนี้ตามคำพิพากษาแล้วตามกฎหมาย
29 พ.ค. 2025
สภาทนายความแห่งประเทศไทย นั้นตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทนายความ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา6 วรรคท้าย และมีอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 8 กล่าวคือ 1. มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนและออกใบอนุญาตพระราชบัญญัตินี้ ก็คือใบอนุญาตทนายความของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ 2. ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาทนายความ และตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งกำหนดไว้ กล่าวคือ การปฏิบัติ ระเบียบ กฎกระทรวง และข้อบังคับของสภาทนายความ เช่น การควบคุมมรรยาททนายความ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาทของทนายความ พ.ศ.2529 ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ.2546 ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการดำเนินการของสำนักงานสิทธิมนุษยชน ข้อบังคับต่างๆอีกมากมาย
17 พ.ค. 2026
ในการที่หมู่บ้านได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตามพระราชบัญญัติจัดที่สรรที่ดิน พ.ศ.2543 แล้วนั้น ต่อมาทางนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ได้มีการจัดทำข้อบังคับหมู่บ้าน ที่เป็นการรอนสิทธิของสมาชิก นั้น เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย สมาชิกซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดิน สามารถขัดขวาง หรือ ฟ้องดำเนินคดีกับทางนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ตามกฎหมาย
21 ก.ย. 2025

