แชร์

เหตุฟ้องหย่าเพราะถูกทำร้ายร่างกาย ได้หรือไม่ ?

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ย. 2025
473 ผู้เข้าชม

             เมื่อเป็นคู่สมรสกันตามกฎหมายแล้ว  และมีเหตุใดบ้างที่จะทำให้การสมรสนั้นสิ้นสุดลงได้บ้างตามกฎหมาย 

             ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516  กล่าวว่า " เหตฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้

(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี  เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(2) สามีหรือภริยาประพฤิตชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง

  (ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง

  (ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ

  (ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะ และความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

(3)  สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายจิตใจ หรือหมิ่นประมาท หรือ เหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่ง หรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

(4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

( 5) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(6) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง

(7) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นลักษณะยากจะหายได้  อีกฝ่ายทนอยู่ต่อไปไม่ได้  อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(8) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำไว้เป็นหนังสือ เรื่องความประพฤติ  อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(9) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่อร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(10 ) สามีหรือภริยามีสภาพร่างกาย ทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

           ดังนั้น ในกรณีนี้ เป็นกรณีที่ถูกทำร้ายร่างกาย นั้นเป็นเรื่องร้ายแรง และไม่ก่อให้ความผ่าสุกในครอบครัว  อีกฝ่ายหนึ่งจึงมีสิทธิฟ้องหย่าได้ตามกฎหมายครับ

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล


บทความที่เกี่ยวข้อง
เริ่มนับอายุความ ในคดีอาญาสินไหม  ของผู้เสียหายเป็นอย่างไร?
บางครั้งการกระทำความผิดของจำเลยนั้น มีทั้งความรับผิดในทางอาญา กล่าวคือ มีโทษจำคุก และมีโทษปรับ ต่างๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้ และมีความรับผิดทางแพ่ง ที่ก่อให้เกิดสิทธิของผู้เสียหายในเรียกร้องฟ้องค่าเสียหายเป็นคดีแพ่งได้ด้วยเช่นกัน การวางแผนฟ้องคดีของผู้เสียหาย จำเป็นต้องนำอายุความมาเป็นข้อพิจารณา เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้เสียหาย และไม่เปิดช่องในการต่อสู้คดีให้แก่จำเลยได้โดยไม่จำเป็น ทนายความจึงต้องทำความเข้าใจการเริ่มนับอายุความคดีอาญาสินไหมด้วย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทำคดีให้ผู้เสียหาย ได้ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง รักษาสิทธิประโยชน์ต่างๆให้แก่ผู้เสียหาย ได้เป็นอย่างดี
17 พ.ค. 2026
คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับคดีจราจรทางบก เป็นอย่างไร? ผมมีคำแนะนำครับ
หลายๆครั้งที่อุบัติเหตุจากการจราจร ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และเกิดปัญหาที่ต้องแก้ไข หรือต้องการทางออก ไม่ว่าจะเป็นทางออกของคดี มีข้อกฎหมายอย่างไร ทางออกของการเจรจา จะมีแนวทางอย่างไร เพื่อจะเจรจากับคู่กรณี ปัจจุบัน มีกฎหมายที่สำคัญ คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และมี พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ในการนำมาเป็นหลักในการหาทางออก และหากมีประภัยรถยนต์ด้วย ก็ยิ่งทำให้บรรเทาความเดือดร้อนไปได้เป็นอย่างมาก
12 พ.ย. 2025
การปรึกษาคดีกับทางทนายความ  มีข้อแนะนำอย่างไร? เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
ก่อนอื่น เมื่อท่านนึกถึงทนายความนั้น เป็นกรณีที่ท่านต้องการรับทราบทางออกของกฎหมาย หรือ มีช่องทางที่กฎหมายให้ดำเนินการได้ หรือไม่ อย่างไร? การปรึกษาเพื่อวางแผนทางกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจการค้า หรือวางแผนเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของท่าน หรือ ปรึกษาเพื่อตัดสินใจก่อนการฟ้องคดี ต่างๆเหล่านี้ ย่อมมีความสำคัญต่อท่าน และทำให้อย่างไร ให้เกิดประโยชน์แก่ท่านมากที่สุด เป็นหัวข้อที่สำคัญมาก
17 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy