แชร์

เหตุฟ้องหย่าเพราะถูกทำร้ายร่างกาย ได้หรือไม่ ?

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ย. 2025
1063 ผู้เข้าชม

             เมื่อเป็นคู่สมรสกันตามกฎหมายแล้ว  และมีเหตุใดบ้างที่จะทำให้การสมรสนั้นสิ้นสุดลงได้บ้างตามกฎหมาย 

             ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516  กล่าวว่า " เหตฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้

(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี  เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(2) สามีหรือภริยาประพฤิตชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง

  (ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง

  (ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ

  (ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะ และความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

(3)  สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายจิตใจ หรือหมิ่นประมาท หรือ เหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่ง หรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

(4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

( 5) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(6) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง

(7) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นลักษณะยากจะหายได้  อีกฝ่ายทนอยู่ต่อไปไม่ได้  อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(8) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำไว้เป็นหนังสือ เรื่องความประพฤติ  อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(9) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่อร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

(10 ) สามีหรือภริยามีสภาพร่างกาย ทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

           ดังนั้น ในกรณีนี้ เป็นกรณีที่ถูกทำร้ายร่างกาย นั้นเป็นเรื่องร้ายแรง และไม่ก่อให้ความผ่าสุกในครอบครัว  อีกฝ่ายหนึ่งจึงมีสิทธิฟ้องหย่าได้ตามกฎหมายครับ

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล


บทความที่เกี่ยวข้อง
ให้โดยสเหน่หา  ที่บังคับได้ตามกฎหมาย เป็นอย่างไร
การให้โดยสเหน่หา เป็นนิติกรรมตามกฎหมาย อย่างหนึ่ง การให้สังหาริมทรัพย์ นั้นไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ แต่สามารถส่งมอบทรัพย์ที่มอบให้โดยเสน่หา และผู้ให้นั้น ยินยอมสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ส่งมอบ เท่านี้ ก็เป็นการให้โดยเสน่หาแล้วครับ เช่น การให้เงิน ให้รถยนต์ ให้สิ่งของต่างๆเล็กน้อยๆ การให้ผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง การที่พัก การให้อาหาร มีผลบังคับตามกฎหมายทันที โดยไม่ต้องทำเป็นสัญญาแต่อย่างใด ดังนั้้น ถ้าผู้ใดไม่มีเจตนาให้โดยสเหน่หาต้องทำเป็นนิติสัญญาอย่างใด อย่างหนึ่ง มิฉะนั้น ผู้นั้นต้องถือว่า ไม่มีเจตนาทำนิติกรรมสัญญาอย่างอื่น นอกจากการให้โดยสเหน่หาเท่านั้น
13 พ.ย. 2024
อย่างไร? เป็นการกระทำที่เป็นความผิด " เบิกความเท็จ "  ในคดีอาญา  เป็นอย่างไร?
การกล่าวความเท็จในวันสืบพยานในคดีอาญา นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่สามารถกระทำได้ และมีโทษหนักมากนะครับ การกล่าวความเท็จ เป็นผลเสียต่อผู้กล่าวความเท็จ ผู้ที่นำความเท็จมากล่าวต่อหน้าศาลในคดีอาญา โดยรู้ความจริงอยู่แล้ว และเจตนานำความเท็จมากล่าวในการสืบพยานของศาลในคดีอาญา ความผิดสำเร็จทันที ที่รู้ความจริงแล้วยังกล่าวเท็จต่อศาลอีก ส่วนกรณีเท็จแล้วเท็จอีกมีได้มั้ย ก็อาจจะมีได้ ถ้าผู้กระทำความผิดได้กระทำความผิดในหลายคดี มากกว่าหนึ่งคดี เพราะเจตนาให้ศาลทราบความเท็จ หรือ มีสาเหตุกันมาก่อน มีการโกรธเคืองจึงดำเนินคดีอาญาต่อกัน และนำความเท็จมากล่าวด้วยสาเหตุดังกล่าว
6 เม.ย. 2025
การแชร์เนื้อหาข่าวสารทั่วไป  กับการแชร์ข่าวสัมภาษณ์เนื้อสำคัญ  แตกต่างกันหรือไม่? อย่างไร?
การแชร์เนื้อหาข่าวสารทั่วไป เช่น ข่าวประจำวัน นั้น ไม่มีความผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะแชร์ทั้งหมด หรือบางส่วน แต่การแชร์ หรือเผยแพร่เนื้อหาสัมภาษณ์ของผู้อื่น ในเนื้อหาทั้งหมดนั้น เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของรายการที่ไปสัมภาษณ์ อาจมีมูลผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ได้นะครับ
16 ก.พ. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy