แชร์

ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน ในคดีอาญา เป็นอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
330 ผู้เข้าชม
                การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนในคดีอาญา  มีประมวลกฎหมายอาญา         มาตรา 172  กล่าวว่า " ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา  ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                      การแจ้งความในคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นที่เกิดเหตุ  รายละเอียดวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ นั้น ต้องแจ้งตามความจริงทั้งหมด  เพราะพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดีทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ความผิดในคดีอาญานั้นๆ  และการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญานั้น ทำให้พนักงานสอบสวนรวบรวมข้อความอันเป็นเท็จไว้ในสำนวนคดีอาญานั้น  ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิด และมีโทษตามข้างต้น
                       การดำเนินคดีอาญานั้น มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ตามกฎหมาย ต้องดำเนินการเท่าที่กฎหมายให้สิทธิทำได้  และแจ้งความในคดีอาญานั้นต้องมีความรัดกุม และมีพยานหลักฐาน  การให้การเท็จของพยานในชั้นสอบสวน  ก็เป็นความผิดในมาตรานี้ การที่พนักงานสอบสวนเรียกผู้ใดเป็นพยาน พยานต้องให้การด้วยความสัตย์จริงทั้งหมด  มิฉะนั้น จะเข้าข่ายความผิดในมาตรานี้ด้วย
                       ต่อมาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 กล่าวว่า  " ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท "    ในมาตรานี้ เป็นการเจตนาให้ผู้ใดต้องถูกดำเนินการสอบสวนในคดีอาญา  โดยที่ผู้นั้นรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีการกระทำความผิดของผู้ใดตามที่มีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวน        เช่นกรณี     ที่ผู้เสียหายถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศแล้ว  ไปแจ้งผู้เสียหายท่านอื่น        เพื่อต้องการเงินคืนที่ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ  เป็นต้น    การกระทำความผิดดังกล่าว เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173   และทำให้ผู้ใดถูกดำเนินคดีอาญา และถูกฟ้องคดีอาญาต่อศาล
                        การกระทำความผิดในลักษณะนี้ มีความร้ายแรงทำให้ผู้อื่นถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ และถูกดำเนินคดีอาญา  
                            ดังนั้น ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแจ้งความเท็จในคดีอาญา มีสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาลและเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำความรู้จัก กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย  เป็นอย่างไร? มีบทบาทอย่างไร?
สภาทนายความแห่งประเทศไทย นั้นตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติทนายความ มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา6 วรรคท้าย และมีอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 8 กล่าวคือ 1. มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนและออกใบอนุญาตพระราชบัญญัตินี้ ก็คือใบอนุญาตทนายความของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ 2. ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาทนายความ และตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งกำหนดไว้ กล่าวคือ การปฏิบัติ ระเบียบ กฎกระทรวง และข้อบังคับของสภาทนายความ เช่น การควบคุมมรรยาททนายความ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาทของทนายความ พ.ศ.2529 ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ.2546 ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการดำเนินการของสำนักงานสิทธิมนุษยชน ข้อบังคับต่างๆอีกมากมาย
17 พ.ค. 2026
การพูดที่ผิดกฎหมายกับทนายความเป็นอย่างไร ?  มีโทษตามกฎหมาย หรือไม่ ?
เมื่อทำสัญญาวิชาชีพว่าจ้างทนายความแล้ว จะพูดจากับทนายความอย่างไร ก็ได้ หรือ จะดูหมิ่นทนายความอย่างไรก็ได้ หรือบังคับให้ทนายความทำผิดกฎหมายอย่างไรก็ได้ นั้น การกระทำต่างๆเหล่านี้ นั้น เป็นความผิดตามกฎหมายทั้งหมด ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ว่าจ้าง และทนายความมีสิทธิในการดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย สิ่งต่างๆเหล่านี้ ทนายความย่อมไม่ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น
30 ก.ย. 2025
ข้อตกลงการรับฝึกงาน เพื่อเตรียมสอบใบอนุญาตทนายความ แบบฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ 1 ปี
สำนักอบรมวิชาว่าความของสภาทนายความ ได้มีข้อกำหนดในการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ แบบ 1 ปี เพื่อให้ผู้ที่จะเตรียมตัวสอบใบอนุญาตเป็นทนายความ ได้ฝึกงานในสำนักงานทนายความจริง และในแต่ละสำนักงานทนายความ ก็จักมีระเบียบข้อบังคับในการฝึกหัดเพื่อสอบใบอนุญาตทนายความ อย่างไร?
6 ม.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy