แชร์

ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน ในคดีอาญา เป็นอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
211 ผู้เข้าชม
                การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนในคดีอาญา  มีประมวลกฎหมายอาญา         มาตรา 172  กล่าวว่า " ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา  ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                      การแจ้งความในคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นที่เกิดเหตุ  รายละเอียดวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ นั้น ต้องแจ้งตามความจริงทั้งหมด  เพราะพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดีทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ความผิดในคดีอาญานั้นๆ  และการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญานั้น ทำให้พนักงานสอบสวนรวบรวมข้อความอันเป็นเท็จไว้ในสำนวนคดีอาญานั้น  ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิด และมีโทษตามข้างต้น
                       การดำเนินคดีอาญานั้น มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ตามกฎหมาย ต้องดำเนินการเท่าที่กฎหมายให้สิทธิทำได้  และแจ้งความในคดีอาญานั้นต้องมีความรัดกุม และมีพยานหลักฐาน  การให้การเท็จของพยานในชั้นสอบสวน  ก็เป็นความผิดในมาตรานี้ การที่พนักงานสอบสวนเรียกผู้ใดเป็นพยาน พยานต้องให้การด้วยความสัตย์จริงทั้งหมด  มิฉะนั้น จะเข้าข่ายความผิดในมาตรานี้ด้วย
                       ต่อมาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 กล่าวว่า  " ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท "    ในมาตรานี้ เป็นการเจตนาให้ผู้ใดต้องถูกดำเนินการสอบสวนในคดีอาญา  โดยที่ผู้นั้นรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีการกระทำความผิดของผู้ใดตามที่มีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวน        เช่นกรณี     ที่ผู้เสียหายถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศแล้ว  ไปแจ้งผู้เสียหายท่านอื่น        เพื่อต้องการเงินคืนที่ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ  เป็นต้น    การกระทำความผิดดังกล่าว เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173   และทำให้ผู้ใดถูกดำเนินคดีอาญา และถูกฟ้องคดีอาญาต่อศาล
                        การกระทำความผิดในลักษณะนี้ มีความร้ายแรงทำให้ผู้อื่นถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ และถูกดำเนินคดีอาญา  
                            ดังนั้น ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแจ้งความเท็จในคดีอาญา มีสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาลและเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
การยื่นเพิกถอนผู้จัดการมรดก  เป็นวิธีการที่ดีหรือไม่ ?
เมื่อศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ต่อมาทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกบางท่าน ประสงค์ให้ดำเนินการเพิกถอนผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลนั้น สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่จะมีผลอย่างไรต่อผู้ร้องขอเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ภายหลังจากที่ศาลไม่อนุญาตตามคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งผู้จัดการมรดก และจะมีผลตามมาอย่างไร ? แล้วมีวิธีการที่ดีกว่ามั้ย ?
14 ส.ค. 2025
ข้อบังคับหมู่บ้าน ที่เป็นการรอนสิทธิของสมาชิกในหมู่บ้าน  มีผลอย่างไร ?
ในการที่หมู่บ้านได้จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตามพระราชบัญญัติจัดที่สรรที่ดิน พ.ศ.2543 แล้วนั้น ต่อมาทางนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ได้มีการจัดทำข้อบังคับหมู่บ้าน ที่เป็นการรอนสิทธิของสมาชิก นั้น เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย สมาชิกซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดิน สามารถขัดขวาง หรือ ฟ้องดำเนินคดีกับทางนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ตามกฎหมาย
21 ก.ย. 2025
ข้อห้ามในการว่าจ้างทนายความ  และไม่เป็นผลดี มีอะไรบ้าง ?
ในการว่าจ้างทนายความ ตั้งแต่เริ่มแรก ผมแนะนำให้มีการทำสัญญาว่าจ้าง กันตามกฎหมาย และส่งพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร รายชื่อพยานที่เกี่ยวข้อง คลิปวงจรปิด หรือ ภาพถ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดี รวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับคดีทั้งหมด และสรุปการดำเนินการเบื้องต้น ว่าจะดำเนินการอย่างไร รวมไปถึงการลงชื่อในใบแต่งทนายความ และมีการรับรองพยานหลักฐานตามกฎหมายด้วย เพื่อรับรองความถูกต้องของพยานหลักฐานที่มอบแก่ทนายความ
30 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy