ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน ในคดีอาญา เป็นอย่างไร?
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
274 ผู้เข้าชม

การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนในคดีอาญา มีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 กล่าวว่า " ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การแจ้งความในคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นที่เกิดเหตุ รายละเอียดวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ นั้น ต้องแจ้งตามความจริงทั้งหมด เพราะพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดีทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ความผิดในคดีอาญานั้นๆ และการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญานั้น ทำให้พนักงานสอบสวนรวบรวมข้อความอันเป็นเท็จไว้ในสำนวนคดีอาญานั้น ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิด และมีโทษตามข้างต้น
การดำเนินคดีอาญานั้น มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ตามกฎหมาย ต้องดำเนินการเท่าที่กฎหมายให้สิทธิทำได้ และแจ้งความในคดีอาญานั้นต้องมีความรัดกุม และมีพยานหลักฐาน การให้การเท็จของพยานในชั้นสอบสวน ก็เป็นความผิดในมาตรานี้ การที่พนักงานสอบสวนเรียกผู้ใดเป็นพยาน พยานต้องให้การด้วยความสัตย์จริงทั้งหมด มิฉะนั้น จะเข้าข่ายความผิดในมาตรานี้ด้วย
ต่อมาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 กล่าวว่า " ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท " ในมาตรานี้ เป็นการเจตนาให้ผู้ใดต้องถูกดำเนินการสอบสวนในคดีอาญา โดยที่ผู้นั้นรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีการกระทำความผิดของผู้ใดตามที่มีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวน เช่นกรณี ที่ผู้เสียหายถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศแล้ว ไปแจ้งผู้เสียหายท่านอื่น เพื่อต้องการเงินคืนที่ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ เป็นต้น การกระทำความผิดดังกล่าว เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 และทำให้ผู้ใดถูกดำเนินคดีอาญา และถูกฟ้องคดีอาญาต่อศาล
การกระทำความผิดในลักษณะนี้ มีความร้ายแรงทำให้ผู้อื่นถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ และถูกดำเนินคดีอาญา
ดังนั้น ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแจ้งความเท็จในคดีอาญา มีสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาลและเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
บางครั้ง เมื่อสัญญาจ้างต้องสิ้นสุดลง กรณีร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (1) มีความผิดอาญาเกิดขึ้นแก่นายจ้าง นอกจากลูกจ้างจะไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแล้ว และสิ้นสุดสัญญาจ้างแรงงานทันที เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ กับทั้งฝ่ายของนายจ้าง และลูกจ้าง เพราะจะมีปัญหาที่ต้องมาพิจารณากันด้วยกฎหมายหลายฉบับ ฝ่ายนายจ้าง ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ เกิดความผิด และลูกจ้างก็ต้องรับผลร้าย ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง เป็นเหตุให้ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก
29 เม.ย. 2025
การกระทำผิดเกี่ยวกับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์นั้น มีทั้งความผิดที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วไป และไม่ได้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ และไม่ได้นำไปใช้ในการโฆษณาขายสินค้า และบริการ ส่วนความผิดที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ เช่น นำไปขายสินค้า หรือบริการ และแสวงหาผลประโยชน์ในการเรียกเก็บเงิน และผลประโยชน์ในลักษณะอื่นๆ อันเป็นการได้มาซึ่งรายได้ จึงเป็นความผิดละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
16 พ.ค. 2026
สำนักอบรมวิชาว่าความของสภาทนายความ ได้มีข้อกำหนดในการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ แบบ 1 ปี เพื่อให้ผู้ที่จะเตรียมตัวสอบใบอนุญาตเป็นทนายความ ได้ฝึกงานในสำนักงานทนายความจริง และในแต่ละสำนักงานทนายความ ก็จักมีระเบียบข้อบังคับในการฝึกหัดเพื่อสอบใบอนุญาตทนายความ อย่างไร?
6 ม.ค. 2025


