การคัดค้านกระบวนพิจารณาคดีผิดระเบียบ ทำได้หรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2025
222 ผู้เข้าชม

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 กล่าวว่า " ในกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม หรือ ที่เกี่ยวข้องด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในเรื่องการเขียน และการยื่น หรือ การส่งคำคู่ความ หรือ เอกสารอื่นๆ หรือ ในการพิจารณาคดี การพิจารณาพยานหลักฐาน หรือ การบังคับคดี เมื่อศาลเห็นสมควร หรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เสียหายเนื่องจากการที่มิได้ปฏิบัติเช่นว่านั้นยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียทั้งหมด หรือบางส่วน หรือ สั่งแก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่ศาลเห็นสมควร
ข้อคัดค้านเรื่องผิดระเบียบนั้น คู่ความฝ่ายที่เสียหายอาจยกขึ้นกล่าวได้ว่าไม่ว่าในเวลาใดๆ ก่อนมีคำพิพากษา แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบข้อความ หรือ พฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น แต่ทั้งนี้คู่ความฝ่ายนั้นต้องมิได้ดำเนินการอันใดขึ้นใหม่หลังจากที่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบแล้ว หรือต้องมิได้ให้สัตยาบันแก่การผิดระเบียบนั้นๆ
ถ้าศาลสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบใดๆ อันมิใช่เรื่องที่คู่ความละเลยไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่องนั้นภายในระยะเวลาซึ่งกฎหมาย หรือศาลกำหนดไว้ เพียงเท่านี้ไม่เป็นการตัดสิทธิคู่ความฝ่ายนั้น ในอันที่จะดำเนินกระบวนพิจารณานั้น ใหม่ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับ "
ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 กล่าวว่า " ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความแล้วก็ดี มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป แต่ศาลจะสั่งขังจำเลยไว้ หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้
เมือศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิด และไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย ให้ศาลลงโทษจำเลยตามความผิด แต่เมื่อเห็นสมควรศาลจะปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้ "
เมื่อพิจารณาแล้ว กฎหมายข้างต้น นั้น เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความยุติธรรม และ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลนั้นต้องปฎิบัติโดยเคร่งครัด และไม่สามารถปฏิบัติให้แตกต่างกับกฎหมายดังกล่าวได้ มิฉะนั้น จะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมในสังคม การพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรม และเป็นข้อเคร่งครัดตามกฎหมาย
กรณีที่มีพยานเท็จ หรือ การทำพยานหลักฐานเท็จ ผู้เสียหายย่อมใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อศาลได้ตามกฎหมายต่อไป
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
หากผู้เสียหาย ตัวผู้ถูกกระทำ รวมทั้งคนในครอบครัว เช่น สามี ภรรยา บิดา มารดา ผู้ปกครอง มีเหตุการณ์ ยิงกันในหมู่บ้าน ที่สาธารณะ ชุมชน เป็นการเข้าข่ายมีมูลข้อหาความผิดต่อชีวิต แล้ว คดีล่าช้า ไม่ได้รับความเป็นธรรม จักต้องทำอย่างไร และสามารถจ้างทนายความฟ้องคดีเองได้หรือไม่?
6 ม.ค. 2025
เมื่อทำสัญญาวิชาชีพว่าจ้างทนายความแล้ว จะพูดจากับทนายความอย่างไร ก็ได้ หรือ จะดูหมิ่นทนายความอย่างไรก็ได้ หรือบังคับให้ทนายความทำผิดกฎหมายอย่างไรก็ได้ นั้น การกระทำต่างๆเหล่านี้ นั้น เป็นความผิดตามกฎหมายทั้งหมด ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ว่าจ้าง และทนายความมีสิทธิในการดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย สิ่งต่างๆเหล่านี้ ทนายความย่อมไม่ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น
30 ก.ย. 2025
ในการว่าจ้างทนายความ ตั้งแต่เริ่มแรก ผมแนะนำให้มีการทำสัญญาว่าจ้าง กันตามกฎหมาย และส่งพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร รายชื่อพยานที่เกี่ยวข้อง คลิปวงจรปิด หรือ ภาพถ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดี รวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับคดีทั้งหมด และสรุปการดำเนินการเบื้องต้น ว่าจะดำเนินการอย่างไร รวมไปถึงการลงชื่อในใบแต่งทนายความ และมีการรับรองพยานหลักฐานตามกฎหมายด้วย เพื่อรับรองความถูกต้องของพยานหลักฐานที่มอบแก่ทนายความ
30 ก.ย. 2025


