การคัดค้านกระบวนพิจารณาคดีผิดระเบียบ ทำได้หรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2025
168 ผู้เข้าชม

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 กล่าวว่า " ในกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม หรือ ที่เกี่ยวข้องด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในเรื่องการเขียน และการยื่น หรือ การส่งคำคู่ความ หรือ เอกสารอื่นๆ หรือ ในการพิจารณาคดี การพิจารณาพยานหลักฐาน หรือ การบังคับคดี เมื่อศาลเห็นสมควร หรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เสียหายเนื่องจากการที่มิได้ปฏิบัติเช่นว่านั้นยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียทั้งหมด หรือบางส่วน หรือ สั่งแก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่ศาลเห็นสมควร
ข้อคัดค้านเรื่องผิดระเบียบนั้น คู่ความฝ่ายที่เสียหายอาจยกขึ้นกล่าวได้ว่าไม่ว่าในเวลาใดๆ ก่อนมีคำพิพากษา แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบข้อความ หรือ พฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น แต่ทั้งนี้คู่ความฝ่ายนั้นต้องมิได้ดำเนินการอันใดขึ้นใหม่หลังจากที่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบแล้ว หรือต้องมิได้ให้สัตยาบันแก่การผิดระเบียบนั้นๆ
ถ้าศาลสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบใดๆ อันมิใช่เรื่องที่คู่ความละเลยไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่องนั้นภายในระยะเวลาซึ่งกฎหมาย หรือศาลกำหนดไว้ เพียงเท่านี้ไม่เป็นการตัดสิทธิคู่ความฝ่ายนั้น ในอันที่จะดำเนินกระบวนพิจารณานั้น ใหม่ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับ "
ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 กล่าวว่า " ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความแล้วก็ดี มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป แต่ศาลจะสั่งขังจำเลยไว้ หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้
เมือศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิด และไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย ให้ศาลลงโทษจำเลยตามความผิด แต่เมื่อเห็นสมควรศาลจะปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้ "
เมื่อพิจารณาแล้ว กฎหมายข้างต้น นั้น เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความยุติธรรม และ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลนั้นต้องปฎิบัติโดยเคร่งครัด และไม่สามารถปฏิบัติให้แตกต่างกับกฎหมายดังกล่าวได้ มิฉะนั้น จะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมในสังคม การพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรม และเป็นข้อเคร่งครัดตามกฎหมาย
กรณีที่มีพยานเท็จ หรือ การทำพยานหลักฐานเท็จ ผู้เสียหายย่อมใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อศาลได้ตามกฎหมายต่อไป
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
การที่คู่สมรสตามกฎหมาย แล้วภายหลังที่อยู่กินกันฉันสามีภริยา มีเหตุทำให้ทะเลาเบาะแว้งกัน จนทำให้มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น เหล่านี้ เป็นเหตุเพียงพอให้ฟ้องหย่า และเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่ และจะเรียกค่าเสียหายได้จำนวนเท่าไร?
8 ก.ย. 2025
ปัจจุบันนั้น มือถือและกล้องได้พัฒนาไปมาก และสามารถใช้งานได้ง่าย แต่การใช้มือถือบันทึกภาพ และกล้องบันทึกภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง หรือ ภาพเคลื่อนไหว พร้อมกับบันทึกเสียง ในลักษณคลิปวีดีโอ โดยนำไปถ่ายบันทึกภาพของผู้อื่น ในที่สาธารณะ หรือ พื้นที่ส่วนบุคคล มีลักษณะอย่างไรที่เป็นความผิดตามกฎหมาย และ ผู้ที่ถูกถ่ายคลิป หรือ ถูกถ่ายภาพจะดำเนินคดีอาญาได้อย่างไรบ้าง? มีกฎหมายคุ้มครองหรือไม่ ? วันนี้ ผมมีสาระกฎหมายมาให้อ่านครับ
15 พ.ย. 2025
ในกรณีที่เจ้าหนี้ มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดกฎหมาย มีการเรียกเก็บดอกเบี้ย เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยตั้งแต่ปีพ.ศ.2564 กฎหมายกำหนดไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี หากมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกำหนด มีการหักดอกเบี้ยจากต้นเงิน เหล่านี้ ลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้รับจำนองย่อมต่อสู้คดีได้ตามกฎหมาย เป็นข้อต่อสู้ที่มีกฎหมาย มีข้อกฎหมายให้นำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ ในการสืบพยานได้
6 เม.ย. 2025

