การคัดค้านกระบวนพิจารณาคดีผิดระเบียบ ทำได้หรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2025
347 ผู้เข้าชม

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 กล่าวว่า " ในกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม หรือ ที่เกี่ยวข้องด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในเรื่องการเขียน และการยื่น หรือ การส่งคำคู่ความ หรือ เอกสารอื่นๆ หรือ ในการพิจารณาคดี การพิจารณาพยานหลักฐาน หรือ การบังคับคดี เมื่อศาลเห็นสมควร หรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เสียหายเนื่องจากการที่มิได้ปฏิบัติเช่นว่านั้นยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียทั้งหมด หรือบางส่วน หรือ สั่งแก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่ศาลเห็นสมควร
ข้อคัดค้านเรื่องผิดระเบียบนั้น คู่ความฝ่ายที่เสียหายอาจยกขึ้นกล่าวได้ว่าไม่ว่าในเวลาใดๆ ก่อนมีคำพิพากษา แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบข้อความ หรือ พฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น แต่ทั้งนี้คู่ความฝ่ายนั้นต้องมิได้ดำเนินการอันใดขึ้นใหม่หลังจากที่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบแล้ว หรือต้องมิได้ให้สัตยาบันแก่การผิดระเบียบนั้นๆ
ถ้าศาลสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบใดๆ อันมิใช่เรื่องที่คู่ความละเลยไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่องนั้นภายในระยะเวลาซึ่งกฎหมาย หรือศาลกำหนดไว้ เพียงเท่านี้ไม่เป็นการตัดสิทธิคู่ความฝ่ายนั้น ในอันที่จะดำเนินกระบวนพิจารณานั้น ใหม่ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับ "
ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 กล่าวว่า " ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความแล้วก็ดี มีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป แต่ศาลจะสั่งขังจำเลยไว้ หรือปล่อยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้
เมือศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิด และไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย ให้ศาลลงโทษจำเลยตามความผิด แต่เมื่อเห็นสมควรศาลจะปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดก็ได้ "
เมื่อพิจารณาแล้ว กฎหมายข้างต้น นั้น เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความยุติธรรม และ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลนั้นต้องปฎิบัติโดยเคร่งครัด และไม่สามารถปฏิบัติให้แตกต่างกับกฎหมายดังกล่าวได้ มิฉะนั้น จะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมในสังคม การพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรม และเป็นข้อเคร่งครัดตามกฎหมาย
กรณีที่มีพยานเท็จ หรือ การทำพยานหลักฐานเท็จ ผู้เสียหายย่อมใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อศาลได้ตามกฎหมายต่อไป
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
การยื่นเป็นผู้จัดการมรดก โดยมีพินัยกรรม นั้นมีโอกาสจะได้ผู้จัดการมรดกร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือไม่ หมายความว่า มีโอกาสถูกคัดค้านจากทายาทอื่นๆหรือไม่ หากมีการคัดค้านโดยทายาทอื่นๆแล้ว จะมีผลต่อการยื่นผู้จัดการมรดกหรือไม่ และทายาทอื่นๆมีสิทธิคัดค้านผู้ยื่นเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมได้หรือไม่ มีข้อกฎหมายให้ดำเนินการได้หรือไม่ ? อย่างไร? และข้อกฎหมายดังกล่าวนั้น มีน้ำหนักในการคัดค้านมากน้อยเพียงใด ผมมีทางออกทางและคำแนะนำ เกี่ยวกับปัญหาในลักษณะอย่างนี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกต่อไป
19 พ.ค. 2026
เมื่อมีเจ้าทรัพย์สิน ถึงแก่กรรม ตามกฎหมาย ทายาทตามกฎหมาย หรือทายาทตามพินัยกรรม มีเหตุจำเป็นต้องยื่นเป็นผู้จัดการมรดก เพื่อทำหน้าที่แบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ถึงแก่กรรม จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวและต้องดำเนินการอย่างไร? ต้องเริ่มปรึกษาทายาทตั้งแต่เมื่อไหร่? ต้องปรึกษาทนายความตั้งแต่เมื่อไหร่? เรามาเริ่มกันได้เลยนะครับ
28 ธ.ค. 2024
บางครั้ง เมื่อสัญญาจ้างต้องสิ้นสุดลง กรณีร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (1) มีความผิดอาญาเกิดขึ้นแก่นายจ้าง นอกจากลูกจ้างจะไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแล้ว และสิ้นสุดสัญญาจ้างแรงงานทันที เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ กับทั้งฝ่ายของนายจ้าง และลูกจ้าง เพราะจะมีปัญหาที่ต้องมาพิจารณากันด้วยกฎหมายหลายฉบับ ฝ่ายนายจ้าง ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ เกิดความผิด และลูกจ้างก็ต้องรับผลร้าย ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง เป็นเหตุให้ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก
29 เม.ย. 2025

