เป็นจำเลยในคดีแพ่ง ต้องการต่อสู้คดี ไม่ไปศาลได้หรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
161 ผู้เข้าชม

การนัดวันสืบพยานในคดีแพ่งสามัญ นั้นมีการนัดสืบพยานล่วงหน้า หลายเดือน และต่อมาจำเลยในคดีแพ่ง ที่ยื่นคำให้การและบัญชีพยานอ้างตนเองเป็นพยานคนเดียว อ้างเอกสาร อ้างภาพถ่ายต่างๆ อ้างข้อความแชทต่างๆ ไว้ในสำนวนคดี ต่อมาในวันนัดสืบพยานจริงๆ จำเลยมีเหตุต้องจัดงานศพมารดา และแจ้งกับทนายความจำเลยว่า ผมไปศาลสืบพยานไม่ได้นั้น ผมอยากเลื่อนคดี การเลื่อนคดีเป็นอำนาจของศาล และอีกฝ่ายหนึ่งกล่าวคือ โจทก์มีสิทธิคัดค้านได้ตามกฎหมาย ทนายความไม่ใช่คนสั่งให้เลื่อนคดีได้ตามความประสงค์ของจำเลย อีกทั้ง การมาสืบพยานนั้น ไม่ได้ใช้เวลาทั้งคืนทั้งวัน จำเลยย่อมมีเวลาเพียงพอที่จะมาศาลได้ตามวันนัด แต่จำเลยไม่ยอมมาศาลและไม่มีพยานอื่นที่เกี่ยวข้องมาสืบพยานแต่อย่างใด การกระทำนี้ เป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่งเอง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 กล่าวว่า " เมื่อศาลเห็นสมควรหรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ หรือ ตามที่ศาลกำหนดไว้ หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่น เพื่อให้ดำเนิน หรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น แต่การขยาย หรือย่นเวลาเช่นนี้ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่ง หรือ คู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย "
การมีเหตุวิสัย ตามกฎหมายข้างต้นนั้น จะนำมาใช้กับการจัดการงานศพมารดาหรือบิดา หรือญาติได้มั้ย ตามกฎหมายไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย เพราะเหตุสุดวิสัยนั้น เป็นเหตุที่ต้องเป็นเหตุของจำเลยในคดีแพ่งเท่านั้น ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยของผู้อื่นแต่อย่างใด และการได้รับแจ้งของทนายความจำเลยทางโทรศัพท์มือถือ โดยไม่มีหลักฐานใดๆในการจัดงานศพ ทนายความย่อมไม่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้ เพราะการที่ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลต้องมีพยานหลักฐานแนบคำร้องด้วย หากไม่เป็นความจริง ย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลด้วย
ดังนั้น เมื่อไม่มีเหตุสุดวิสัยของจำเลยในคดีแพ่ง และคู่ความฝ่ายโจทก์คัดค้าน ประกอบกับอำนาจในการพิจารณาเลื่อนคดีหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของศาลเท่านั้น เมื่อจำเลยทราบนัดสืบพยานล่วงหน้าแล้วไม่มาศาลในวันนัด ถือว่า จำเลยไม่มีพยานหลักฐานมาสืบพยานหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ จึงเป็นโทษต่อจำเลย และเป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่ง จำเลยในคดีแพ่งจะอ้างเหตุสุดวิสัยได้ตามกฎหมายเท่านั้น จำเลยในคดีแพ่งที่ประสงค์ต่อสู้คดีนั้นต้องมาศาลตามกำหนดนัดด้วย เพราะการสืบพยานใช้เวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น ไม่ได้ทำให้กระทบต่อการจัดงานศพของมารดาหรือบิดาแต่อย่างใด
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
การที่ต่างชาตินั้นเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ไม่มีว่าจะเข้าประกอบกิจการ หรือเข้ามาสมรสกับคนไทย ซึ่งอยู่อาศัยด้วยกันในประเทศไทย เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องวางแผนการจัดการทรัพย์สินของต่างชาติ ภายหลังชีวิตแล้ว จะมีการดำเนินการอย่างไร และต่างชาติสามารถทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินอย่างไร ได้บ้างตามกฎหมายของประเทศไทย
6 ก.ย. 2025
หากผู้เสียหาย ตัวผู้ถูกกระทำ รวมทั้งคนในครอบครัว เช่น สามี ภรรยา บิดา มารดา ผู้ปกครอง มีเหตุการณ์ ยิงกันในหมู่บ้าน ที่สาธารณะ ชุมชน เป็นการเข้าข่ายมีมูลข้อหาความผิดต่อชีวิต แล้ว คดีล่าช้า ไม่ได้รับความเป็นธรรม จักต้องทำอย่างไร และสามารถจ้างทนายความฟ้องคดีเองได้หรือไม่?
6 ม.ค. 2025
การกล่าวความเท็จในวันสืบพยานในคดีอาญา นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่สามารถกระทำได้ และมีโทษหนักมากนะครับ การกล่าวความเท็จ เป็นผลเสียต่อผู้กล่าวความเท็จ ผู้ที่นำความเท็จมากล่าวต่อหน้าศาลในคดีอาญา โดยรู้ความจริงอยู่แล้ว และเจตนานำความเท็จมากล่าวในการสืบพยานของศาลในคดีอาญา ความผิดสำเร็จทันที ที่รู้ความจริงแล้วยังกล่าวเท็จต่อศาลอีก ส่วนกรณีเท็จแล้วเท็จอีกมีได้มั้ย ก็อาจจะมีได้ ถ้าผู้กระทำความผิดได้กระทำความผิดในหลายคดี มากกว่าหนึ่งคดี เพราะเจตนาให้ศาลทราบความเท็จ หรือ มีสาเหตุกันมาก่อน มีการโกรธเคืองจึงดำเนินคดีอาญาต่อกัน และนำความเท็จมากล่าวด้วยสาเหตุดังกล่าว
6 เม.ย. 2025


