เป็นจำเลยในคดีแพ่ง ต้องการต่อสู้คดี ไม่ไปศาลได้หรือไม่ ?
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
842 ผู้เข้าชม

การนัดวันสืบพยานในคดีแพ่งสามัญ นั้นมีการนัดสืบพยานล่วงหน้า หลายเดือน และต่อมาจำเลยในคดีแพ่ง ที่ยื่นคำให้การและบัญชีพยานอ้างตนเองเป็นพยานคนเดียว อ้างเอกสาร อ้างภาพถ่ายต่างๆ อ้างข้อความแชทต่างๆ ไว้ในสำนวนคดี ต่อมาในวันนัดสืบพยานจริงๆ จำเลยมีเหตุต้องจัดงานศพมารดา และแจ้งกับทนายความจำเลยว่า ผมไปศาลสืบพยานไม่ได้นั้น ผมอยากเลื่อนคดี การเลื่อนคดีเป็นอำนาจของศาล และอีกฝ่ายหนึ่งกล่าวคือ โจทก์มีสิทธิคัดค้านได้ตามกฎหมาย ทนายความไม่ใช่คนสั่งให้เลื่อนคดีได้ตามความประสงค์ของจำเลย อีกทั้ง การมาสืบพยานนั้น ไม่ได้ใช้เวลาทั้งคืนทั้งวัน จำเลยย่อมมีเวลาเพียงพอที่จะมาศาลได้ตามวันนัด แต่จำเลยไม่ยอมมาศาลและไม่มีพยานอื่นที่เกี่ยวข้องมาสืบพยานแต่อย่างใด การกระทำนี้ เป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่งเอง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 กล่าวว่า " เมื่อศาลเห็นสมควรหรือ เมื่อคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ หรือ ตามที่ศาลกำหนดไว้ หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่น เพื่อให้ดำเนิน หรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น แต่การขยาย หรือย่นเวลาเช่นนี้ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่ง หรือ คู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย "
การมีเหตุวิสัย ตามกฎหมายข้างต้นนั้น จะนำมาใช้กับการจัดการงานศพมารดาหรือบิดา หรือญาติได้มั้ย ตามกฎหมายไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย เพราะเหตุสุดวิสัยนั้น เป็นเหตุที่ต้องเป็นเหตุของจำเลยในคดีแพ่งเท่านั้น ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยของผู้อื่นแต่อย่างใด และการได้รับแจ้งของทนายความจำเลยทางโทรศัพท์มือถือ โดยไม่มีหลักฐานใดๆในการจัดงานศพ ทนายความย่อมไม่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้ เพราะการที่ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลต้องมีพยานหลักฐานแนบคำร้องด้วย หากไม่เป็นความจริง ย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลด้วย
ดังนั้น เมื่อไม่มีเหตุสุดวิสัยของจำเลยในคดีแพ่ง และคู่ความฝ่ายโจทก์คัดค้าน ประกอบกับอำนาจในการพิจารณาเลื่อนคดีหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของศาลเท่านั้น เมื่อจำเลยทราบนัดสืบพยานล่วงหน้าแล้วไม่มาศาลในวันนัด ถือว่า จำเลยไม่มีพยานหลักฐานมาสืบพยานหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ จึงเป็นโทษต่อจำเลย และเป็นความบกพร่องของจำเลยในคดีแพ่ง จำเลยในคดีแพ่งจะอ้างเหตุสุดวิสัยได้ตามกฎหมายเท่านั้น จำเลยในคดีแพ่งที่ประสงค์ต่อสู้คดีนั้นต้องมาศาลตามกำหนดนัดด้วย เพราะการสืบพยานใช้เวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น ไม่ได้ทำให้กระทบต่อการจัดงานศพของมารดาหรือบิดาแต่อย่างใด
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
สำหรับบางคนนั้น ยังไม่เคยใช้สิทธิในการฟ้องคดี และต้องการจ้างทนายความครั้งแรก เพื่อฟ้องคดี ต้องทำอย่างไร และอะไรบ้างที่ช่วยลดความกังวลลงได้ เมื่อจำเป็นต้องจ้างทนายความครั้งแรก เพื่อคดี อย่างแรกที่สำคัญที่สุด คือ ต้องตั้งสติ และทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดความเสียหายขึ้น ว่าฝ่ายเรานั้นถูกต้องหรือไม่ตามกฎหมาย เมื่อเห็นว่าฝ่ายเราถูกต้องและเกิดความเสียหายแล้ว ต่อมาคือ การค้นหาทนายความที่เป็นมืออาชีพในการให้คำปรึกษาในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำพยานหลักฐานมาฟ้องคดีต่อไป ผมจะกล่าวรายละเอียดต่อไปนี้
14 ส.ค. 2026
เมื่อมีการรถชนกันนั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน จักต้องไปที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ และนำมาลงบันทึกที่เกิดเหุต รายละเอียดเกี่ยวกับรถที่ชนกัน ใครเป็นผู้ขับขี่รถที่ชนกัน เกิดเหตุที่จุดใด มีใครได้รับบาดเจ็บบ้าง กี่ราย และตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่มองเห็นการชนได้ชัดเจน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป เพื่อสรุปสำนวนว่าฝ่ายใด เป็นฝ่ายที่ผิดกฎหมาย และจักต้องเรียกร้องค่าเสียหายกับใครบ้างต่อไป
6 ม.ค. 2025
การเข้าหุ้นส่วนกันทำธุรกิจ ที่พบเห็นบ่อยๆคือ การเข้าหุ้นกันจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด เพื่อประกอบกิจการอย่างไรอย่างหนึ่ง ตามวัตถุประสงค์เพื่อการค้า ไม่ใช่แค่หาสถานที่ตั้งของบริษัทจำกัดเท่านั้น แล้วสามารถตั้งบริษัทจำกัดได้เลย เพราะถ้าไม่มีข้อตกลงระหว่างกันของหุ้นส่วน มักจะมีปัญหาตามมา เป็นคดี เสมอๆ การวางแผนเข้าหุ้นกันโดยมีที่ปรึกษาด้านกฎหมาย หรือทนายความจึงมีความจำเป็น ด้วยเช่นกัน
5 ก.ย. 2025

