คดีทำร้ายร่างกายกัน มีผลร้ายแรง มากน้อยแค่ไหน มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
อัพเดทล่าสุด: 1 พ.ค. 2026
53 ผู้เข้าชม

เมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย และผู้เสียหายนั้นเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และผู้เสียหายนั้นนำใบแจ้งความไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์นั้ันชันสูตรบาดแผล และออกใบรับรองแพทย์ ในการรักษาอาการบาดเจ็บ หากแพทย์มีความเห็นจากการตรวจบาดแผลแล้ว และมีความเห็นว่า ต้องให้พักรักษาตัว และมีการจ่ายยาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของ ผู้เสียหายแล้ว
ด้วยเหตุข้างต้นนั้น ไม่ใช่กรณีคดีทำร้ายร่างกายที่เป็นความผิดลหุโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถเปรียบเทียบปรับได้ และคดีอาญานั้นสิ้นสุดลง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ประกอบวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้
(1) โดยความตายของผู้กระทำผิด
(2) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความกัน โดยถูกต้องตามกฎหมาย
(3) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา 37
(4) เมื่อคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง
(5) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำความผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น
(6) เมื่อคดีขาดอายุความ
(7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้
(1) ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำความผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานสอบสวนก่อนศาลพิจารณา
(2) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือ คดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือ ความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว
(3) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือ คดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ผู้ทำการในตำแหน่งนั้นๆไปเปรียบเทียบแล้ว
(4) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดในข้อหานี้ ไม่ใช่ความผิดลหุโทษ และต่อให้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพก็ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลต่อไปตามกฎหมาย เพราะคดีอาญานั้นยังไม่เลิกกัน และคดีอาญานั้นยังไม่ระงับไปตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความคดีอาญา
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ต่อมาทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกบางท่าน ประสงค์ให้ดำเนินการเพิกถอนผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลนั้น สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่จะมีผลอย่างไรต่อผู้ร้องขอเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ภายหลังจากที่ศาลไม่อนุญาตตามคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งผู้จัดการมรดก และจะมีผลตามมาอย่างไร ? แล้วมีวิธีการที่ดีกว่ามั้ย ?
14 ส.ค. 2025
เมื่อต้องการปรึกษากฎหมาย หรือ ติดต่อกับทนายความ ควรปฏิบัติอย่างไร ? จึงจะเกิดความรวดเร็ว และเกิดความสบาย เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายของท่าน ก่อนอื่น ต้องทำความรู้จักลักษณะเด่น ของทนายควาามก่อน ว่ามีลักษณะเด่นอย่างไร ? เพื่อจะได้เข้าใจ และสื่อสารได้อย่างมั่นใจและ เป็นประโยชน์ในการติดต่อกับทนายความ ลดปัญหาการเข้าใจ หรือ ไม่รู้ และสร้างบุคลิกภาพที่ดี ในการพบ และติดต่อกับทนายความ
7 พ.ย. 2025
ปัจจุบัน คนดังที่มีการฟ้องคดีกัน เนื่องจากได้รับความเสียหายตามกฎหมาย อาจจะเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีลิขสิทธิ์ คดีปกครอง อื่นๆ เมื่อศาลได้มีคำตัดสิน แล้ว จะนำคำพิพากษา หรือคำตัดสิน มาเผยแพร่ จะผิดกฎหมายหรือไม่?
16 ก.พ. 2025
