แชร์

ข้อยกเว้นที่ไม่เป็นความผิดละเมิดลิขสิทธิ์ มีอย่างไร? และสามารถต่อสู้คดีตามกฎหมายได้ อย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 16 พ.ค. 2026
387 ผู้เข้าชม
                     ปัจจุบัน หากต้องการต่อสู้คดีลิขสิทธิ์ มีข้อกฎหมายอะไรบ้างที่ใช้ในการต่อสู้คดีได้
มาดูกันเลยครับ
                     ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 7  สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
       (1). ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่างๆ  ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันไม่ใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ

       (2). รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย

       (3). ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น

       (4 )คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ

       (5)  คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่างๆตาม( 1 )ถึง (4 )ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือ หน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น

                         การเป็นผู้สร้างสรรค์งานลิขสิทธิ์  กล่าวคือ  เป็นผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์ตามกฎหมายลิขสิทธิ์  มีส่วนร่วมให้เกิดงานลิขสิทธิ์ขึ้น  เช่น     การวางแผนสร้าง     การจัดการต่างๆ      การเลือกวิธีการถ่ายทำต่างๆ   เป็นต้น  และมีพยานหลักฐานประกอบ  เช่น สัญญาร่วมสร้างสรรค์งานลิขสิทธิ์  สำเนาภาพถ่ายในขณะร่วมทำการสร้างงานลิขสิทธิ์  เป็นต้น
                         บุคคลบางประเภท  เช่น  นายจ้าง   ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 9  งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐาะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์  แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น
                         หมายความว่า นายจ้างนั้นมีสิทธิเผยแพร่งานลิขสิทธิ์ได้ตามกฎหมายไม่เป็นความผิด   เนื่องจากเป็นออกคำสั่งให้ลูกจ้างสร้างสรรค์งานลิขสิทธิ์ตามกฎหมายแรงงาน
                         พ้นกำหนดระยะเวลาคุ้มครองงานลิขสิทธิ์ตาม อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ในตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 19  ประกอบกับมาตรา 21
                         มีใจความว่า ลิขสิทธิ์ในโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น   แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีขึ้น นับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก
                         หมายความว่า หากพ้นระยะเวลา  50 ปี  งานแพร่เสียงแพร่ภาพ นั้น  ก็หมดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์แล้ว  สามารถนำมาทำซ้ำ  ดัดแปลง  และเผยแพร่ได้  ไม่มีความผิดลิขสิทธิ์ สามารถนำกระทำการทางค้าได้แล้ว  โดยต้องขอความยินยอมตามกฎหมายแต่อย่างใด
                       การต่อสู้คดีลิขสิทธิ์นั้น หากถูกฟ้องว่าข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ในลักษณะกระทำการเพื่อการค้า  อาจจะต่อสู้ว่าไม่เป็นลักษณะกระทำการเพื่อการค้า   สามารถทำให้โทษลดลงได้ตามกฎหมาย  เป็นต้น

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์  ตันตยาภิรมย์กุล

#ทนายความต่อสู้คดีลิขสิทธิ์


บทความที่เกี่ยวข้อง
คดีแรงงานในสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นอย่างไร
ปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน สภาพการจ้าง สิทธิของลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน การผิดสัญญาจ้างแรงงาน ต่างๆเหล่านี้ นั้น นำมาสู่การฟ้องร้องคดีแรงงาน ต่อศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจ ต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากปัจจุบันนั้น มีผู้ก่อตั้งธุรกิจใหม่ๆ และมีเป้าหมายในการเติบโตทางธุรกิจ แต่หลายรายนั้น ยังไม่มีฝ่ายแรงงาน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานในธุรกิจที่ก่อตั้งใหม่ อาจนำไปสู่ข้อพิพาททางแรงงานได้ โดยคดีแรงงานนั้น มีทั้งคดีแพ่ง และโทษทางคดีอาญาด้วย อนึ่งโทษปรับนั้น อาจมีอัตราสูง ถ้าเปรียบเทียบกับคดีทั่วไป การดำเนินการของธุรกิจ จึงมีความจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน ด้วยนะครับ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
28 ธ.ค. 2024
ให้โดยสเหน่หา  ที่บังคับได้ตามกฎหมาย เป็นอย่างไร
การให้โดยสเหน่หา เป็นนิติกรรมตามกฎหมาย อย่างหนึ่ง การให้สังหาริมทรัพย์ นั้นไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ แต่สามารถส่งมอบทรัพย์ที่มอบให้โดยเสน่หา และผู้ให้นั้น ยินยอมสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ส่งมอบ เท่านี้ ก็เป็นการให้โดยเสน่หาแล้วครับ เช่น การให้เงิน ให้รถยนต์ ให้สิ่งของต่างๆเล็กน้อยๆ การให้ผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง การที่พัก การให้อาหาร มีผลบังคับตามกฎหมายทันที โดยไม่ต้องทำเป็นสัญญาแต่อย่างใด ดังนั้้น ถ้าผู้ใดไม่มีเจตนาให้โดยสเหน่หาต้องทำเป็นนิติสัญญาอย่างใด อย่างหนึ่ง มิฉะนั้น ผู้นั้นต้องถือว่า ไม่มีเจตนาทำนิติกรรมสัญญาอย่างอื่น นอกจากการให้โดยสเหน่หาเท่านั้น
13 พ.ย. 2024
การที่โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร  ไม่ดูแลสถานที่ และไม่แจ้ง หรือกั้นพื้นที่ เพื่อความปลอดภัย หากมีความเสียหาย สามารถดำเนินคดีได้หรือไม่ ?
การที่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นลูกค้าของโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และไปใช้บริการ แล้วเกิดความไม่ปลอดภัย ไม่มีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า ไม่มีการกั้นพื้นที่อันตราย ไม่มีการดูแลบำรุงรักษา และต่อมาเกิดภัยอันตรายกับนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า แน่นอน ผมแนะนำให้ไกล่เกลี่ยกัน เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สบายใจทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อไม่สามารถเจรจากันได้ ย่อมต้องมีการฟ้องร้องคดีกันอย่างแน่นอน และต้องมีภาระเพิ่มขึ้นทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและ ลูกค้า มีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญานะครับ
25 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy