การกระทำใด? ที่อาจเสี่ยงถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้ เป็นอย่างไร?

ซึ่งในกรณีความผิดหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 นั้น หากไม่ได้ดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิดภายใน 5 ปี ความผิดดังกล่าวนั้นเป็น ขาดอายุความ ตามกฎหมายแล้ว ไม่สามารถฟ้องคดีหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 ได้อีกต่อไป และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ( 6) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป เมื่อคดีนั้นขาดอายุความแล้ว อีกด้วย
และกรณีที่ใส่ความต่อบุคคลที่สาม นั้้น ต้องเป็นกล่าวข้อความด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใด เช่น การส่งข้อความเป็นหนังสือร้องเรียน การโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค การกล่าวด้วยวาจาและมีคลิปเสียง ต่างๆเหล่านี้ ถือเป็นการกล่าวความเท็จ ให้ผู้อื่นเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูถูก ถูกเกลียดชัง ได้ตามกฎหมายแล้ว
อย่างเช่น กรณีที่มีกลั่นแกล้งร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาอันเป็นเท็จ ย่อมมีความผิดข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ด้วย เมื่อผู้ถูกร้องเรียนถูกสอบสวนทางวินัย และย่อมเป็นความผิดสำเร็จแล้วในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้ถูกร้องเรียนเสียหายต่อชื่อเสียง และเป็นผลโดยตรงจากความผิดของจำเลยตามกฎหมาย
การร้องเรียนให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวนวินัยผู้เสียหายนั้น หากผู้ถูกร้องเรียนต้องถูกสอบสวนวินัย จึงพบการกระทำความผิดแล้วในวันดังกล่าว และมีการกระทำความผิด ต้องแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่พบการกระทำความผิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 อีกด้วย
ในความรับผิดทางอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทนั้นต้องมีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดี เป็นรายงานประจำวันคดีเท่านั้น จึงจะเป็นการดำเนินคดี ไม่ใช่เป็นการแจ้งความตามรายงานประจำวันเพื่อเป็นพยานหลักฐาน แต่อย่างใด
ดังนั้น การใช้สิทธิฟ้องคดีหมิ่นประมาท ต้องดำเนินการต้องกฎหมายด้วย เพื่อไม่ปล่อยให้กระทำความผิดลอยนวลต่อไป
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

