ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน ในคดีอาญา เป็นอย่างไร?
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
369 ผู้เข้าชม

การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนในคดีอาญา มีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 กล่าวว่า " ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การแจ้งความในคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นที่เกิดเหตุ รายละเอียดวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ นั้น ต้องแจ้งตามความจริงทั้งหมด เพราะพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดีทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ความผิดในคดีอาญานั้นๆ และการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญานั้น ทำให้พนักงานสอบสวนรวบรวมข้อความอันเป็นเท็จไว้ในสำนวนคดีอาญานั้น ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิด และมีโทษตามข้างต้น
การดำเนินคดีอาญานั้น มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ตามกฎหมาย ต้องดำเนินการเท่าที่กฎหมายให้สิทธิทำได้ และแจ้งความในคดีอาญานั้นต้องมีความรัดกุม และมีพยานหลักฐาน การให้การเท็จของพยานในชั้นสอบสวน ก็เป็นความผิดในมาตรานี้ การที่พนักงานสอบสวนเรียกผู้ใดเป็นพยาน พยานต้องให้การด้วยความสัตย์จริงทั้งหมด มิฉะนั้น จะเข้าข่ายความผิดในมาตรานี้ด้วย
ต่อมาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 กล่าวว่า " ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท " ในมาตรานี้ เป็นการเจตนาให้ผู้ใดต้องถูกดำเนินการสอบสวนในคดีอาญา โดยที่ผู้นั้นรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีการกระทำความผิดของผู้ใดตามที่มีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวน เช่นกรณี ที่ผู้เสียหายถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศแล้ว ไปแจ้งผู้เสียหายท่านอื่น เพื่อต้องการเงินคืนที่ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ เป็นต้น การกระทำความผิดดังกล่าว เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 และทำให้ผู้ใดถูกดำเนินคดีอาญา และถูกฟ้องคดีอาญาต่อศาล
การกระทำความผิดในลักษณะนี้ มีความร้ายแรงทำให้ผู้อื่นถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ และถูกดำเนินคดีอาญา
ดังนั้น ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแจ้งความเท็จในคดีอาญา มีสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาลและเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่เจ้าหนี้ มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดกฎหมาย มีการเรียกเก็บดอกเบี้ย เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยตั้งแต่ปีพ.ศ.2564 กฎหมายกำหนดไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี หากมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกำหนด มีการหักดอกเบี้ยจากต้นเงิน เหล่านี้ ลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้รับจำนองย่อมต่อสู้คดีได้ตามกฎหมาย เป็นข้อต่อสู้ที่มีกฎหมาย มีข้อกฎหมายให้นำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ ในการสืบพยานได้
6 เม.ย. 2025
ในปัจจุบัน ในย่านธุรกิจ มีลูกจ้างเป็นจำนวนมาก ลูกจ้างจึงมีความจำเป็นทราบสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบตามกฎหมายแรงงาน
6 ม.ค. 2025
กรณีผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งทำสัญญากับคู่สัญญาซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ ก่อความเสียหายกับประชาชน กรณีที่เห็นบ่อย เช่น ไม่มีการแสดงป้ายวิธีการเพื่อความปลอดภัย ให้เห็นชัดแจ้ง เพื่อเตือนให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น หรือ การทำให้ถนนซึ่งเป็นเส้นทางจราจรเกิดความเสียหาย โดยไม่แสดงป้ายเตือนความปลอดภัย หรือ ปิดเส้นทางถนนโดยไม่มีเครื่องหมายจราจรแจ้งให้ประชาชนทั่วไปทราบในขณะทำการก่อสร้าง เหล่านี้ เมื่อประชาชนผู้ได้รับความเสียหายแล้ว จักต้องดำเนินการอย่างไร? ในขั้นตอนแรก และคดีต่างๆเหล่านี้ ต้องฟ้องที่ศาลไหนซึ่งมีเขตอำนาจ
20 ก.พ. 2025

