แชร์

ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน ในคดีอาญา เป็นอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
222 ผู้เข้าชม
                การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนในคดีอาญา  มีประมวลกฎหมายอาญา         มาตรา 172  กล่าวว่า " ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา  ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                      การแจ้งความในคดีอาญา ไม่ว่าจะเป็นที่เกิดเหตุ  รายละเอียดวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ นั้น ต้องแจ้งตามความจริงทั้งหมด  เพราะพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดีทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ความผิดในคดีอาญานั้นๆ  และการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญานั้น ทำให้พนักงานสอบสวนรวบรวมข้อความอันเป็นเท็จไว้ในสำนวนคดีอาญานั้น  ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิด และมีโทษตามข้างต้น
                       การดำเนินคดีอาญานั้น มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ตามกฎหมาย ต้องดำเนินการเท่าที่กฎหมายให้สิทธิทำได้  และแจ้งความในคดีอาญานั้นต้องมีความรัดกุม และมีพยานหลักฐาน  การให้การเท็จของพยานในชั้นสอบสวน  ก็เป็นความผิดในมาตรานี้ การที่พนักงานสอบสวนเรียกผู้ใดเป็นพยาน พยานต้องให้การด้วยความสัตย์จริงทั้งหมด  มิฉะนั้น จะเข้าข่ายความผิดในมาตรานี้ด้วย
                       ต่อมาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 กล่าวว่า  " ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท "    ในมาตรานี้ เป็นการเจตนาให้ผู้ใดต้องถูกดำเนินการสอบสวนในคดีอาญา  โดยที่ผู้นั้นรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีการกระทำความผิดของผู้ใดตามที่มีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวน        เช่นกรณี     ที่ผู้เสียหายถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศแล้ว  ไปแจ้งผู้เสียหายท่านอื่น        เพื่อต้องการเงินคืนที่ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ  เป็นต้น    การกระทำความผิดดังกล่าว เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173   และทำให้ผู้ใดถูกดำเนินคดีอาญา และถูกฟ้องคดีอาญาต่อศาล
                        การกระทำความผิดในลักษณะนี้ มีความร้ายแรงทำให้ผู้อื่นถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ และถูกดำเนินคดีอาญา  
                            ดังนั้น ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแจ้งความเท็จในคดีอาญา มีสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาลและเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อเกิดเหตุคดี ขับรถชนกัน  จะต้องทำอย่างไร?
เมื่อมีการรถชนกันนั้น เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน จักต้องไปที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ และนำมาลงบันทึกที่เกิดเหุต รายละเอียดเกี่ยวกับรถที่ชนกัน ใครเป็นผู้ขับขี่รถที่ชนกัน เกิดเหตุที่จุดใด มีใครได้รับบาดเจ็บบ้าง กี่ราย และตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่มองเห็นการชนได้ชัดเจน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป เพื่อสรุปสำนวนว่าฝ่ายใด เป็นฝ่ายที่ผิดกฎหมาย และจักต้องเรียกร้องค่าเสียหายกับใครบ้างต่อไป
6 ม.ค. 2025
เช็ค แบบไหนที่ไม่มีความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ?
การสั่งจ่ายเช็คนั้น ไม่ทุกกรณี เมื่อผู้ทรงเช็คนำเช็คเข้าเรียกเก็บตามวิธีการของธนาคารแล้ว ที่จะเป็นความผิดอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 และการที่จะฟ้องคดีเช็คในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 นั้น ต้องมีองค์ประกอบตามกฎหมาย ไม่ใช่กรณีจะเป็นความผิดดังกล่าว และการฟ้องคดีในความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คนั้น ต้องมีพยานเอกสาร และเอกสารที่เกี่ยวข้องชัดแจ้งเท่านั้น
22 ก.ย. 2025
การเข้าพบทนายความ ทำอย่างไร?  เพื่อให้ได้เจอกับทนายความอย่างแน่นอน
ปกติ ทนายความจะมีนัดว่าความที่ศาล และมีนัดประชุมคดี ซึ่งส่วนมากมีการนัดไว้ล่วงหน้าแล้ว หากท่านต้องการพบและปรึกษาคดีกับทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล วิธีที่ดีที่สุด คือ โทรนัดหมายล่วงหน้าครับ และในการโทรนัดหมายล่วงหน้า ผมจะมีคำแนะนำให้เตรียมตัวมาในวันนัด เพื่อจะได้เป็นประโยชน์และรวดเร็วในการติดต่อกับผมครับ เขียนโดยทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล ขอขอบคุณที่ติดตามครับ
28 ธ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy