คดีร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จะต่อสู้คดีอย่างไร?
อัพเดทล่าสุด: 19 พ.ค. 2026
173 ผู้เข้าชม

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 มีใจความกฎหมาย ว่า ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ผู้นั้นต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงสี่ยิบปี
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 มีใจความกฎหมายว่า ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ดังต่อไปนี้
( 4 ) โดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ผู้นั้นต้องระวางโทษประหารชีวิต
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 มีใจความกฎหมายว่า ผู้ใดกระทำความแต่กระทำไปไม่ตลอด หรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด
ผู้ใดพยายามกระทำความผิด ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนด ไว้สำหรับความผิดนั้น
ตามข้อหากฎหมายข้างต้น และมีการฟ้องจำเลยหลายคน ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดต่อพรบ.อาวุธปืน ครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ หมู่บ้าน โดยผิดกฎหมายไม่มีเหตุอันสมควร
หากจำเลยบางคนให้การรรับสารภาพตามข้อหาทั้งหมด ทั้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน แล้ว แต่จำเลยอื่นๆที่เหลือจะให้การปฏิเสธข้อหาทั้งหมด และต่อสู้คดีนั้น จะมีโอกาสรอดคดีมั้ย และจะเป็นผลให้ศาลพิพากษายกฟ้องปล่อยตัวจำเลยที่ต่อสู้นั้น จะเป็นได้มั้ย
ก่อนอื่นผมแนะนำให้มีการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และมุ่งใช้พยานหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฝ่ายจำเลย เท่านั้นครับ
การตั้งข้อสังเกต ว่าจำเลยอื่นๆที่ให้การปฏิเสธต่อสู้คดีนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลยที่ให้การรับสารภาพแล้วหรือไม่ หรือเป็นเพียงจำเลยที่อยู่ในแวดล้อมที่เกิดเหตุเท่าน้ั้น ไม่มีผลต่อความเสียหาย กล่าวคือ จำเลยที่อยู่แวดล้อมในที่เกิดเหตุ ไม่มีอาวุธไปด้วย และอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุยิงกัน ใช่หรือไม่
ข้อสังเกตต่อไป เกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ จำเลยที่ให้การยอมรับสารภาพนั้น มีการวางแผนนัดแนะกับจำเลยอื่นที่ให้ปฏิเสธต่อสู้คดีหรือไม่ อย่างไร สาเหตุที่จำเลยดังกล่าวนั้น อยู่ในบริเวณแวดล้อมที่เกิดเหตุ เป็นเพราะอะไร การตัดสินใจกระทำความผิดต่อผู้เสียหายนั้น จำเลยใดเป็นผู้เริ่มลงมือก่อน และจำเลยอื่นๆนั้นที่อย่ในแวดล้อมที่่เกิดเหตุนั้น เคยสาเหตุกับผู้เสียหายมาก่อนหรือไม่
การตั้งข้อสังเกตุเหล่านี้ ในเบื้องต้นจะเป็นประโยชน์มากกว่าแค่รับฟังจากถ้อยคำของจำเลยเท่านั้น หากจำเลยยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้ว การไปตรวจสอบที่เกิดเหตุก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ไม่ควรมองข้าม
เช่น จุดที่มีการใช้อาวุธปืนนั้น เป็นสถานที่แบบใด มีกล้องวงจรปิดหรือไม่ หรือ เวลาเกิดเหตุนั้น เป็นเวลากลางวัน หรือ เป็นเวลากลางคืน ในช่วงเกิดเหตุนั้น มีไฟฟ้าดับหรือไม่ หรือ มีการหลบหนีของผู้กระทำความผิดจริงๆ นั้นไปทางใด แต่จำเลยอยู่ในแวดล้อมที่เกิดเหตุ มีพฤติการณ์หลบหนีอย่างผู้กระทำความผิดหรือไม่
นี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ในการเก็บข้อมูล เพื่อทำการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และไม่ใช่ว่าการต่อสู้คดีจะเป็นประโยชน์เสมอไป หากเป็นการต่อสู้คดีในลักษณะที่บิดเบือน เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดนั้น หากมีการเบิกความเท็จ ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย การต่อสู้คดีนั้นใช้สำหรับกรณีที่จำเลยไม่ได้กระทำความผิดจริงๆเท่าน้้น สำหรับผม ผมเชื่อมั่นในพยานหลักฐานและความจริง จะต้องไม่ขัดแย้งกันครับ
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความนนทบุรีและกรุงเทพมหานครปริมณฑล
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อต้องการปรึกษากฎหมาย หรือ ติดต่อกับทนายความ ควรปฏิบัติอย่างไร ? จึงจะเกิดความรวดเร็ว และเกิดความสบาย เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายของท่าน ก่อนอื่น ต้องทำความรู้จักลักษณะเด่น ของทนายควาามก่อน ว่ามีลักษณะเด่นอย่างไร ? เพื่อจะได้เข้าใจ และสื่อสารได้อย่างมั่นใจและ เป็นประโยชน์ในการติดต่อกับทนายความ ลดปัญหาการเข้าใจ หรือ ไม่รู้ และสร้างบุคลิกภาพที่ดี ในการพบ และติดต่อกับทนายความ
16 ต.ค. 2025
ผู้จัดการหมู่บ้านที่สร้างอิทธิพล มีการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาเป็นลูกจ้าง คนสวน นำต่างด้าวมาเป็น เจ้าหน้ารักษาความปลอดภัย และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทางเจ้าหน้าที่รัฐ สร้างอิทธิพล วางอำนาจ ก่อความรำคาญกับสมาชิกท่านใด? มีทางออกอย่างไร?
6 ม.ค. 2025
กรณีผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งทำสัญญากับคู่สัญญาซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ ก่อความเสียหายกับประชาชน กรณีที่เห็นบ่อย เช่น ไม่มีการแสดงป้ายวิธีการเพื่อความปลอดภัย ให้เห็นชัดแจ้ง เพื่อเตือนให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น หรือ การทำให้ถนนซึ่งเป็นเส้นทางจราจรเกิดความเสียหาย โดยไม่แสดงป้ายเตือนความปลอดภัย หรือ ปิดเส้นทางถนนโดยไม่มีเครื่องหมายจราจรแจ้งให้ประชาชนทั่วไปทราบในขณะทำการก่อสร้าง เหล่านี้ เมื่อประชาชนผู้ได้รับความเสียหายแล้ว จักต้องดำเนินการอย่างไร? ในขั้นตอนแรก และคดีต่างๆเหล่านี้ ต้องฟ้องที่ศาลไหนซึ่งมีเขตอำนาจ
20 ก.พ. 2025

