คดีร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จะต่อสู้คดีอย่างไร?
อัพเดทล่าสุด: 19 พ.ค. 2026
566 ผู้เข้าชม

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 มีใจความกฎหมาย ว่า ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ผู้นั้นต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงสี่ยิบปี
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 มีใจความกฎหมายว่า ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ดังต่อไปนี้
( 4 ) โดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ผู้นั้นต้องระวางโทษประหารชีวิต
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 มีใจความกฎหมายว่า ผู้ใดกระทำความแต่กระทำไปไม่ตลอด หรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด
ผู้ใดพยายามกระทำความผิด ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนด ไว้สำหรับความผิดนั้น
ตามข้อหากฎหมายข้างต้น และมีการฟ้องจำเลยหลายคน ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดต่อพรบ.อาวุธปืน ครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ หมู่บ้าน โดยผิดกฎหมายไม่มีเหตุอันสมควร
หากจำเลยบางคนให้การรรับสารภาพตามข้อหาทั้งหมด ทั้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน แล้ว แต่จำเลยอื่นๆที่เหลือจะให้การปฏิเสธข้อหาทั้งหมด และต่อสู้คดีนั้น จะมีโอกาสรอดคดีมั้ย และจะเป็นผลให้ศาลพิพากษายกฟ้องปล่อยตัวจำเลยที่ต่อสู้นั้น จะเป็นได้มั้ย
ก่อนอื่นผมแนะนำให้มีการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และมุ่งใช้พยานหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฝ่ายจำเลย เท่านั้นครับ
การตั้งข้อสังเกต ว่าจำเลยอื่นๆที่ให้การปฏิเสธต่อสู้คดีนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลยที่ให้การรับสารภาพแล้วหรือไม่ หรือเป็นเพียงจำเลยที่อยู่ในแวดล้อมที่เกิดเหตุเท่าน้ั้น ไม่มีผลต่อความเสียหาย กล่าวคือ จำเลยที่อยู่แวดล้อมในที่เกิดเหตุ ไม่มีอาวุธไปด้วย และอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุยิงกัน ใช่หรือไม่
ข้อสังเกตต่อไป เกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ จำเลยที่ให้การยอมรับสารภาพนั้น มีการวางแผนนัดแนะกับจำเลยอื่นที่ให้ปฏิเสธต่อสู้คดีหรือไม่ อย่างไร สาเหตุที่จำเลยดังกล่าวนั้น อยู่ในบริเวณแวดล้อมที่เกิดเหตุ เป็นเพราะอะไร การตัดสินใจกระทำความผิดต่อผู้เสียหายนั้น จำเลยใดเป็นผู้เริ่มลงมือก่อน และจำเลยอื่นๆนั้นที่อย่ในแวดล้อมที่่เกิดเหตุนั้น เคยสาเหตุกับผู้เสียหายมาก่อนหรือไม่
การตั้งข้อสังเกตุเหล่านี้ ในเบื้องต้นจะเป็นประโยชน์มากกว่าแค่รับฟังจากถ้อยคำของจำเลยเท่านั้น หากจำเลยยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้ว การไปตรวจสอบที่เกิดเหตุก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ไม่ควรมองข้าม
เช่น จุดที่มีการใช้อาวุธปืนนั้น เป็นสถานที่แบบใด มีกล้องวงจรปิดหรือไม่ หรือ เวลาเกิดเหตุนั้น เป็นเวลากลางวัน หรือ เป็นเวลากลางคืน ในช่วงเกิดเหตุนั้น มีไฟฟ้าดับหรือไม่ หรือ มีการหลบหนีของผู้กระทำความผิดจริงๆ นั้นไปทางใด แต่จำเลยอยู่ในแวดล้อมที่เกิดเหตุ มีพฤติการณ์หลบหนีอย่างผู้กระทำความผิดหรือไม่
นี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ในการเก็บข้อมูล เพื่อทำการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และไม่ใช่ว่าการต่อสู้คดีจะเป็นประโยชน์เสมอไป หากเป็นการต่อสู้คดีในลักษณะที่บิดเบือน เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดนั้น หากมีการเบิกความเท็จ ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย การต่อสู้คดีนั้นใช้สำหรับกรณีที่จำเลยไม่ได้กระทำความผิดจริงๆเท่าน้้น สำหรับผม ผมเชื่อมั่นในพยานหลักฐานและความจริง จะต้องไม่ขัดแย้งกันครับ
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความนนทบุรีและกรุงเทพมหานครปริมณฑล
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบัน คนดังที่มีการฟ้องคดีกัน เนื่องจากได้รับความเสียหายตามกฎหมาย อาจจะเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีลิขสิทธิ์ คดีปกครอง อื่นๆ เมื่อศาลได้มีคำตัดสิน แล้ว จะนำคำพิพากษา หรือคำตัดสิน มาเผยแพร่ จะผิดกฎหมายหรือไม่?
16 ก.พ. 2025
ปกติ ทนายความจะมีนัดว่าความที่ศาล และมีนัดประชุมคดี ซึ่งส่วนมากมีการนัดไว้ล่วงหน้าแล้ว หากท่านต้องการพบและปรึกษาคดีกับทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล วิธีที่ดีที่สุด คือ โทรนัดหมายล่วงหน้าครับ และในการโทรนัดหมายล่วงหน้า ผมจะมีคำแนะนำให้เตรียมตัวมาในวันนัด เพื่อจะได้เป็นประโยชน์และรวดเร็วในการติดต่อกับผมครับ
เขียนโดยทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล ขอขอบคุณที่ติดตามครับ
28 ธ.ค. 2024
เมื่อจำเลยในคดีแพ่งได้รับหมายนัดของศาลตามกฎหมาย และจำเลยยื่นคำให้การประสงค์ต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เมื่อศาลกำหนดวันนัดสืบพยานล่วงหน้าแล้ว ต่อมาในวันนัดสืบพยาน จำเลยไม่ไปศาล และอ้างเหตุว่าอยู่ในงานศพมารดา และไม่มีพยานปากอื่นของฝ่ายจำเลยไปศาลด้วย อย่างนี้ จะขอเลื่อนคดีได้หรือไม่ และการไม่ไปศาลของจำเลยคดีแพ่งที่ต้องการต่อสู้คดี นั้น ทำให้คดีเสียหาย หรือไม่ อย่างไร?
1 ต.ค. 2025
