แชร์

การยื่นอุทธรณ์คดียาเสพติด ต้องดำเนินการอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 16 ส.ค. 2026
244 ผู้เข้าชม
                 บางครั้งในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษนั้น  เมื่อจำเลยถูกดำเนินฟ้องคดีอาญาเสพติดต่อศาลด้วยพนักงานอัยการนั้น  จำเลยนั้นยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความ ในการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น  เนื่องจากจำเลยนั้นประสงค์ให้การรับสารภาพตามข้อหาในคำฟ้องของพนักงานอัยการที่ยื่นฟ้องจำเลยมานั้น
                 ในยื่นที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยนั้น  ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว  เห็นว่าคำฟ้องนั้นถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย  ศาลจะสอบถามคำให้การจำเลย  และหากจำเลยให้การรับสารภาพ   ศาลมีอำนาจพิพากษาคดีได้เลย  โดยไม่ต้องสืบประกอบในข้อหาตาม  พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 24 ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 1  มาตรา 23 มาตรา 30 มาตรา 104 มาตรา 107 มาตรา114 มาตรา 162 มาตรา 164  ประกาศกระทรวงสาธารณสุข และบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข    และกฎกระทรวง  เรื่องกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. 2567  ข้อ 1 , 2(5) (ข)  ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 , มาตรา 33   พระราชบัญญัติ    แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ( ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4   

                     เมื่อจำเลยนั้นถูกศาลพิพากษาลงโทษในข้อหามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพสารติดแล้ว  โดยพิพากษาลงโทษจำคุก  โดยไม่มีการรอการลงโทษ  จำเลยนั้นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลได้ตามกฎหมาย  และมีสิทธิในการขออนุญาตยื่นฎีกาพร้อมกับฎีกาได้ตามกฎหมายเช่นกัน

                        เมื่อจำเลยประสงค์ใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ และจำเลยนั้นได้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยมีความจำเป็นต้องแต่งตั้งทนายความ เพื่อดำเนินการยื่นอุทธรณ์แก่จำเลย    โดยอาจจะมีการขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่จำเป็นและเป็นข้อสำคัญ   ในขั้นตอนแรก    จำเลยจักต้องมีการว่าจ้างทนายความในการดำเนินการขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ในแต่ละครั้ง  และการวิชาชีพในการยื่นอุทธรณ์ด้วย

                        เมื่อจัดทำเอกสารและรวบรวมอุทธรณ์แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว  ทนายความจำเลยจักนัดวันยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์  โดยจัดทำอุทธรณ์เป็นหนังสือ  และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น    ในวันยื่นอุทธรณ์นั้น จำเลยต้องไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศาลด้วย และนำบัตรประจำตัวประชาชนไปยืนยันตัวตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศาล  ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564  มาตรา 8  ให้เพิ่มเติมความต่อไปนี้เป็นมาตรา 15/1 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 

                             มาตรา 15/1  ในกรณีที่ตามคำพิพากษาจำเลยต้องรับโทษจำคุกหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น และจำเลยไม่ได้ถูกคุมขัง  จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะที่ยื่นอุทธรณ์  มิฉะนั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์  ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกาอาจออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงตนของจำเลยก็ได้ 

                              ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีจำเลยได้รับการรอการลงโทษจำคุก หรือรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว "

                             ดังนั้น ในวันยื่นอุทธรณ์ของจำเลยที่ได้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์  จำเลยต้องมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ศาล  มิฉะนั้นศาลมีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้ทันที  และทำให้จำเลยต้องเข้าเรือนจำ  ต่อไป และไม่เป็นผลดีกับจำเลยอย่างแน่นอนตามกฎหมาย

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล


บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อยกเว้นที่ไม่เป็นความผิดละเมิดลิขสิทธิ์  มีอย่างไร?  และสามารถต่อสู้คดีตามกฎหมายได้ อย่างไร?
กฎหมายลิขสิทธิ์นั้น ได้กำหนดข้อยกเว้นที่ไม่เป็นความผิดละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อให้งานบางอย่างนั้น ไม่ใช่งานลิขสิทธิ์ สามารถทำซ้ำ และเผยแพร่ต่อสาธาณชนได้ ไม่มีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และกฎหมายกำหนดบุคคลบางประเภท ให้ไม่มีความผิดในการเผยแพร่งานลิขสิทธิ์ต่อสาธารณชน เช่น นายจ้าง หรือพ้นกำหนดระยะเวลาห้าสิบปี นับแต่ได้มีการโฆษณาเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก กรณีผู้สร้างสรรค์ใช้นามแฝง หรือเป็นผู้สร้างสรรค์ร่วมในงานลิขสิทธิ์ดังกล่าว ต่างๆเหล่านี้ ไม่มีความผิดข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมายครับ
16 พ.ค. 2026
ลิขสิทธิ์ห้ามทำซ้ำเนื้อหาของผู้อื่น  ที่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ มีอะไรบ้าง
ปัจจุบัน มีการเผยแพร่งานแพร่เผย ในโซเชียล เป็นจำนวนมาก การทำซ้ำเนื้อหาของผู้อื่น ที่เป็นการผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ และพรบ คอมพิวเตอร์ มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
16 ก.พ. 2025
การกระทำใด? ที่อาจเสี่ยงถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้  เป็นอย่างไร?
ความผิดข้อหาหมิ่นประมาทนั้น เป็นความรับผิดที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนา หมายถึง รู้ความจริงอยู่แล้ว และประสงค์ใส่ร้ายผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นดูถูก ดูหมิ่น ถูเกลียดชัง โดยที่ข้อความที่ใส่ร้ายนั้นทำให้ผู้อื่น ถูกดูถูก ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ข้อความดังกล่าวนั้น ต้องเป็นการกล่าวใ่ส่ร้ายต่อบุคคลที่สาม และบุคคลที่สามนั้นจะเป็นใครก็ได้ เช่น หน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลก็เป็นบุคคลที่สามได้เช่นกัน รวมทั้งบุคคลธรรมดาทั่วไป จะเป็นใครก็ได้ ย่อมเป็นความผิดข้อหาหมิ่นประมาท
16 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy