การยื่นอุทธรณ์คดียาเสพติด ต้องดำเนินการอย่างไร?

เมื่อจำเลยนั้นถูกศาลพิพากษาลงโทษในข้อหามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพสารติดแล้ว โดยพิพากษาลงโทษจำคุก โดยไม่มีการรอการลงโทษ จำเลยนั้นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลได้ตามกฎหมาย และมีสิทธิในการขออนุญาตยื่นฎีกาพร้อมกับฎีกาได้ตามกฎหมายเช่นกัน
เมื่อจำเลยประสงค์ใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ และจำเลยนั้นได้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยมีความจำเป็นต้องแต่งตั้งทนายความ เพื่อดำเนินการยื่นอุทธรณ์แก่จำเลย โดยอาจจะมีการขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่จำเป็นและเป็นข้อสำคัญ ในขั้นตอนแรก จำเลยจักต้องมีการว่าจ้างทนายความในการดำเนินการขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ในแต่ละครั้ง และการวิชาชีพในการยื่นอุทธรณ์ด้วย
เมื่อจัดทำเอกสารและรวบรวมอุทธรณ์แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว ทนายความจำเลยจักนัดวันยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ โดยจัดทำอุทธรณ์เป็นหนังสือ และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น ในวันยื่นอุทธรณ์นั้น จำเลยต้องไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศาลด้วย และนำบัตรประจำตัวประชาชนไปยืนยันตัวตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศาล ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 มาตรา 8 ให้เพิ่มเติมความต่อไปนี้เป็นมาตรา 15/1 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550
มาตรา 15/1 ในกรณีที่ตามคำพิพากษาจำเลยต้องรับโทษจำคุกหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น และจำเลยไม่ได้ถูกคุมขัง จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะที่ยื่นอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกาอาจออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงตนของจำเลยก็ได้
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีจำเลยได้รับการรอการลงโทษจำคุก หรือรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว "
ดังนั้น ในวันยื่นอุทธรณ์ของจำเลยที่ได้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยต้องมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ศาล มิฉะนั้นศาลมีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้ทันที และทำให้จำเลยต้องเข้าเรือนจำ ต่อไป และไม่เป็นผลดีกับจำเลยอย่างแน่นอนตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

