แชร์

การยื่นอุทธรณ์คดียาเสพติด ต้องดำเนินการอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 16 ส.ค. 2026
29 ผู้เข้าชม
                 บางครั้งในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษนั้น  เมื่อจำเลยถูกดำเนินฟ้องคดีอาญาเสพติดต่อศาลด้วยพนักงานอัยการนั้น  จำเลยนั้นยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความ ในการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น  เนื่องจากจำเลยนั้นประสงค์ให้การรับสารภาพตามข้อหาในคำฟ้องของพนักงานอัยการที่ยื่นฟ้องจำเลยมานั้น
                 ในยื่นที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยนั้น  ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว  เห็นว่าคำฟ้องนั้นถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย  ศาลจะสอบถามคำให้การจำเลย  และหากจำเลยให้การรับสารภาพ   ศาลมีอำนาจพิพากษาคดีได้เลย  โดยไม่ต้องสืบประกอบในข้อหาตาม  พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 24 ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 1  มาตรา 23 มาตรา 30 มาตรา 104 มาตรา 107 มาตรา114 มาตรา 162 มาตรา 164  ประกาศกระทรวงสาธารณสุข และบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข    และกฎกระทรวง  เรื่องกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. 2567  ข้อ 1 , 2(5) (ข)  ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 , มาตรา 33   พระราชบัญญัติ    แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ( ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4   

                     เมื่อจำเลยนั้นถูกศาลพิพากษาลงโทษในข้อหามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพสารติดแล้ว  โดยพิพากษาลงโทษจำคุก  โดยไม่มีการรอการลงโทษ  จำเลยนั้นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลได้ตามกฎหมาย  และมีสิทธิในการขออนุญาตยื่นฎีกาพร้อมกับฎีกาได้ตามกฎหมายเช่นกัน

                        เมื่อจำเลยประสงค์ใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ และจำเลยนั้นได้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยมีความจำเป็นต้องแต่งตั้งทนายความ เพื่อดำเนินการยื่นอุทธรณ์แก่จำเลย    โดยอาจจะมีการขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่จำเป็นและเป็นข้อสำคัญ   ในขั้นตอนแรก    จำเลยจักต้องมีการว่าจ้างทนายความในการดำเนินการขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ในแต่ละครั้ง  และการวิชาชีพในการยื่นอุทธรณ์ด้วย

                        เมื่อจัดทำเอกสารและรวบรวมอุทธรณ์แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว  ทนายความจำเลยจักนัดวันยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์  โดยจัดทำอุทธรณ์เป็นหนังสือ  และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น    ในวันยื่นอุทธรณ์นั้น จำเลยต้องไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศาลด้วย และนำบัตรประจำตัวประชาชนไปยืนยันตัวตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศาล  ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564  มาตรา 8  ให้เพิ่มเติมความต่อไปนี้เป็นมาตรา 15/1 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 

                             มาตรา 15/1  ในกรณีที่ตามคำพิพากษาจำเลยต้องรับโทษจำคุกหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น และจำเลยไม่ได้ถูกคุมขัง  จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะที่ยื่นอุทธรณ์  มิฉะนั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์  ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกาอาจออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงตนของจำเลยก็ได้ 

                              ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีจำเลยได้รับการรอการลงโทษจำคุก หรือรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว "

                             ดังนั้น ในวันยื่นอุทธรณ์ของจำเลยที่ได้ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์  จำเลยต้องมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ศาล  มิฉะนั้นศาลมีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้ทันที  และทำให้จำเลยต้องเข้าเรือนจำ  ต่อไป และไม่เป็นผลดีกับจำเลยอย่างแน่นอนตามกฎหมาย

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล


บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อนิติบุคคลหมุ่บ้านจัดสรร ไม่จัดเก็บขยะ ทำให้เกิดสิ่งสกปรกแก่สมาชิกผู้อยุ่อาศัย จักต้องทำอย่างไร?
กรณีที่สมาชิกซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรร และต่อมามีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน บางหมู่บ้านอาจจะมีการจ้างผู้จัดการหมู่บ้านมาบริหารในหมู่บ้าน เพื่อความสะอาด และปลอดภัยในการพักอาศัยของสมาชิก และผู้จัดการหมู่บ้านมีหน้าจัดเก็บเงินค่าส่วนกลางส่งแก่นิติบุคคลหมู่บ้าน เมื่อผู้จัดการหมู่บ้านไม่ดูแลการจัดเก็บขยะ ทำให้เกิดความสกปรก หากมีการแจ้งเตือนด้วยอีเมลของหมู่บ้านแล้ว และผู้จัดการยังคงเพิกเฉยต้องดำเนินการอย่างไร?
6 ม.ค. 2025
เป็นจำเลยในคดีแพ่ง   ต้องการต่อสู้คดี  ไม่ไปศาลได้หรือไม่ ?
เมื่อจำเลยในคดีแพ่งได้รับหมายนัดของศาลตามกฎหมาย และจำเลยยื่นคำให้การประสงค์ต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เมื่อศาลกำหนดวันนัดสืบพยานล่วงหน้าแล้ว ต่อมาในวันนัดสืบพยาน จำเลยไม่ไปศาล และอ้างเหตุว่าอยู่ในงานศพมารดา และไม่มีพยานปากอื่นของฝ่ายจำเลยไปศาลด้วย อย่างนี้ จะขอเลื่อนคดีได้หรือไม่ และการไม่ไปศาลของจำเลยคดีแพ่งที่ต้องการต่อสู้คดี นั้น ทำให้คดีเสียหาย หรือไม่ อย่างไร?
1 ต.ค. 2025
ความผิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ นั้น เป็นอย่างไร?
การกระทำผิดเกี่ยวกับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์นั้น มีทั้งความผิดที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วไป และไม่ได้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ และไม่ได้นำไปใช้ในการโฆษณาขายสินค้า และบริการ ส่วนความผิดที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ เช่น นำไปขายสินค้า หรือบริการ และแสวงหาผลประโยชน์ในการเรียกเก็บเงิน และผลประโยชน์ในลักษณะอื่นๆ อันเป็นการได้มาซึ่งรายได้ จึงเป็นความผิดละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
16 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy