แชร์

การกระทำใด? ที่อาจเสี่ยงถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้ เป็นอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 16 พ.ค. 2026
412 ผู้เข้าชม
                ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 มีใจความว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้น เสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง  ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท
                ดังนั้น  การที่ไปร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา ของหน่วยงานรัฐ   ให้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยแก่ผู้เสียหาย หากข้อความร้องเรียนดังกล่าวนั้นเป็นข้อความเท็จ        และผู้ไปร้องเรียนดังกล่าวรู้ความจริงอยู่แล้วว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง  ย่อมทำให้ผู้ถูกร้องเรียนดังกล่าวเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง  แล้ว   ความผิดดังกล่าวนั้น เป็นความผิดสำเร็จแล้ว  ทันทีที่กล่าวข้อความเท็จต่อผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกร้องเรียน
               ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333  ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้
                ถ้าผู้เสียหายในความผิดฐานหมิ่นประมาทตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้  และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย
                 ด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333  กรณีที่ผํู้เสียหายถึงแก่ชีวิตเสียก่อนที่จะแจ้งความ  กฎหมายกำหนดให้บิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย มารดา  คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหาย  ถือว่าเป็นผู้เสียหายในข้อหาหมิ่นประมาทด้วย
                 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95  ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิดอันเป็นขาดอายุความ
 ( 4 ) 5 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี

                   ซึ่งในกรณีความผิดหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 นั้น หากไม่ได้ดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิดภายใน 5 ปี  ความผิดดังกล่าวนั้นเป็น  ขาดอายุความ ตามกฎหมายแล้ว   ไม่สามารถฟ้องคดีหมิ่นประมาทตามมาตรา 326  ได้อีกต่อไป  และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ( 6)   สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป เมื่อคดีนั้นขาดอายุความแล้ว  อีกด้วย

                    และกรณีที่ใส่ความต่อบุคคลที่สาม นั้้น ต้องเป็นกล่าวข้อความด้วย  ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใด เช่น การส่งข้อความเป็นหนังสือร้องเรียน  การโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค  การกล่าวด้วยวาจาและมีคลิปเสียง  ต่างๆเหล่านี้ ถือเป็นการกล่าวความเท็จ  ให้ผู้อื่นเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูถูก  ถูกเกลียดชัง ได้ตามกฎหมายแล้ว

                    อย่างเช่น กรณีที่มีกลั่นแกล้งร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาอันเป็นเท็จ   ย่อมมีความผิดข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ด้วย   เมื่อผู้ถูกร้องเรียนถูกสอบสวนทางวินัย  และย่อมเป็นความผิดสำเร็จแล้วในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน  โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้ถูกร้องเรียนเสียหายต่อชื่อเสียง    และเป็นผลโดยตรงจากความผิดของจำเลยตามกฎหมาย

                       การร้องเรียนให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวนวินัยผู้เสียหายนั้น หากผู้ถูกร้องเรียนต้องถูกสอบสวนวินัย    จึงพบการกระทำความผิดแล้วในวันดังกล่าว และมีการกระทำความผิด  ต้องแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่พบการกระทำความผิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96  อีกด้วย

                           ในความรับผิดทางอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทนั้นต้องมีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดี เป็นรายงานประจำวันคดีเท่านั้น จึงจะเป็นการดำเนินคดี  ไม่ใช่เป็นการแจ้งความตามรายงานประจำวันเพื่อเป็นพยานหลักฐาน  แต่อย่างใด   

                            ดังนั้น การใช้สิทธิฟ้องคดีหมิ่นประมาท  ต้องดำเนินการต้องกฎหมายด้วย  เพื่อไม่ปล่อยให้กระทำความผิดลอยนวลต่อไป

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์  ตันตยาภิรมย์กุล

                  


บทความที่เกี่ยวข้อง
การพูดที่ผิดกฎหมายกับทนายความเป็นอย่างไร ?  มีโทษตามกฎหมาย หรือไม่ ?
เมื่อทำสัญญาวิชาชีพว่าจ้างทนายความแล้ว จะพูดจากับทนายความอย่างไร ก็ได้ หรือ จะดูหมิ่นทนายความอย่างไรก็ได้ หรือบังคับให้ทนายความทำผิดกฎหมายอย่างไรก็ได้ นั้น การกระทำต่างๆเหล่านี้ นั้น เป็นความผิดตามกฎหมายทั้งหมด ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ว่าจ้าง และทนายความมีสิทธิในการดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย สิ่งต่างๆเหล่านี้ ทนายความย่อมไม่ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น
30 ก.ย. 2025
คลิปสัมภาษณ์ คนดัง หรือดารา และการตอบคำถามของคนดัง หรือดารา   สามารถเผยแพร่ซ้ำได้ตามกฎหมาย หรือไม่?
คลิปสัมภาษณ์ คนดัง หรือ ดารา และการตอบคำถามของคนดัง หรือดารา ในเนื้อหาและประเด็นเดียวกัน เนื้อหาที่สำคัญ ในสื่อๆต่าง ผู้ที่พิธีกร หรือ ช่องต่างๆ นำเนื้อหาทั้งหมดไปเผยแพร่ซ้ำกัน ได้หรือไม่ และผิดกฎหมายหรือไม่
16 ก.พ. 2025
การเลิกจ้างลูกจ้างไม่เป็นธรรม  และเป็นผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นอย่างไร?
เมื่อนายจ้างตกลงให้ทำงานและลูกจ้างตกลงทำงาน มีสัญญาจ้างแรงงานแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ภายหลังนายจ้างเป็นฝ่ายที่ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถทนทำงานต่อไปได้ มีการลดตำแหน่งงาน มีการลดเงินเดือน ค่าตอบแทนต่างๆ มีการกระทำให้ลูกจ้างเป็นฝ่ายเสียหายต่อชื่อเสียงของลูกจ้าง เพื่อทำให้ลูกจ้างนั้นไม่สามารถทนทำงานต่อได้อีกกับนายจ้าง เหตุการณ์นี้ย่อมทำให้ลูกจ้างได้รับความเสียหายทันที และมีกฎหมายคุ้มครองฝ่ายลูกจ้างทันทีเช่นกัน ทั้งนี้ เป็นการกระทำผิดต่อลูกจ้าง ซึ่งเป็นข้อพิพาทคดีแรงงานทั้งหมด อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงานตามกฎหมาย
4 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy