แชร์

การกระทำใด? ที่อาจเสี่ยงถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้ เป็นอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 16 พ.ค. 2026
242 ผู้เข้าชม
                ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 มีใจความว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้น เสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง  ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท
                ดังนั้น  การที่ไปร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา ของหน่วยงานรัฐ   ให้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยแก่ผู้เสียหาย หากข้อความร้องเรียนดังกล่าวนั้นเป็นข้อความเท็จ        และผู้ไปร้องเรียนดังกล่าวรู้ความจริงอยู่แล้วว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง  ย่อมทำให้ผู้ถูกร้องเรียนดังกล่าวเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง  แล้ว   ความผิดดังกล่าวนั้น เป็นความผิดสำเร็จแล้ว  ทันทีที่กล่าวข้อความเท็จต่อผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกร้องเรียน
               ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333  ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้
                ถ้าผู้เสียหายในความผิดฐานหมิ่นประมาทตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้  และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย
                 ด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333  กรณีที่ผํู้เสียหายถึงแก่ชีวิตเสียก่อนที่จะแจ้งความ  กฎหมายกำหนดให้บิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย มารดา  คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหาย  ถือว่าเป็นผู้เสียหายในข้อหาหมิ่นประมาทด้วย
                 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95  ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิดอันเป็นขาดอายุความ
 ( 4 ) 5 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี

                   ซึ่งในกรณีความผิดหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 นั้น หากไม่ได้ดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิดภายใน 5 ปี  ความผิดดังกล่าวนั้นเป็น  ขาดอายุความ ตามกฎหมายแล้ว   ไม่สามารถฟ้องคดีหมิ่นประมาทตามมาตรา 326  ได้อีกต่อไป  และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ( 6)   สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป เมื่อคดีนั้นขาดอายุความแล้ว  อีกด้วย

                    และกรณีที่ใส่ความต่อบุคคลที่สาม นั้้น ต้องเป็นกล่าวข้อความด้วย  ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใด เช่น การส่งข้อความเป็นหนังสือร้องเรียน  การโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค  การกล่าวด้วยวาจาและมีคลิปเสียง  ต่างๆเหล่านี้ ถือเป็นการกล่าวความเท็จ  ให้ผู้อื่นเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูถูก  ถูกเกลียดชัง ได้ตามกฎหมายแล้ว

                    อย่างเช่น กรณีที่มีกลั่นแกล้งร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาอันเป็นเท็จ   ย่อมมีความผิดข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ด้วย   เมื่อผู้ถูกร้องเรียนถูกสอบสวนทางวินัย  และย่อมเป็นความผิดสำเร็จแล้วในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน  โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้ถูกร้องเรียนเสียหายต่อชื่อเสียง    และเป็นผลโดยตรงจากความผิดของจำเลยตามกฎหมาย

                       การร้องเรียนให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวนวินัยผู้เสียหายนั้น หากผู้ถูกร้องเรียนต้องถูกสอบสวนวินัย    จึงพบการกระทำความผิดแล้วในวันดังกล่าว และมีการกระทำความผิด  ต้องแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่พบการกระทำความผิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96  อีกด้วย

                           ในความรับผิดทางอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทนั้นต้องมีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดี เป็นรายงานประจำวันคดีเท่านั้น จึงจะเป็นการดำเนินคดี  ไม่ใช่เป็นการแจ้งความตามรายงานประจำวันเพื่อเป็นพยานหลักฐาน  แต่อย่างใด   

                            ดังนั้น การใช้สิทธิฟ้องคดีหมิ่นประมาท  ต้องดำเนินการต้องกฎหมายด้วย  เพื่อไม่ปล่อยให้กระทำความผิดลอยนวลต่อไป

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์  ตันตยาภิรมย์กุล

                  


บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อความอย่างไร? เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือไม่ ?
ความผิดหมิ่นประมาท นั้นเป็นความผิดต่อชื่อเสียงของผู้เสียหาย หรือ โจทก์ และข้อความที่มีลักษณะหมิ่นประมาทนั้น เป็นข้อความที่ทำให้ผู้นั้น เสียหายต่อชื่อเสียง ทำให้ผู้นั้นถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้ผู้นั้นได้รับความอับอาย ไม่ใช่แค่ผู้นั้นรู้สึก...เสียหายต่อชื่อเสียง แต่ต้องมีพยานหลักฐาน เป็นข้อความที่ถูกใส่ร้าย ต่อบุคคลที่สามด้วย
25 ก.ย. 2025
การที่โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร  ไม่ดูแลสถานที่ และไม่แจ้ง หรือกั้นพื้นที่ เพื่อความปลอดภัย หากมีความเสียหาย สามารถดำเนินคดีได้หรือไม่ ?
การที่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นลูกค้าของโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และไปใช้บริการ แล้วเกิดความไม่ปลอดภัย ไม่มีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า ไม่มีการกั้นพื้นที่อันตราย ไม่มีการดูแลบำรุงรักษา และต่อมาเกิดภัยอันตรายกับนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า แน่นอน ผมแนะนำให้ไกล่เกลี่ยกัน เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สบายใจทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อไม่สามารถเจรจากันได้ ย่อมต้องมีการฟ้องร้องคดีกันอย่างแน่นอน และต้องมีภาระเพิ่มขึ้นทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและ ลูกค้า มีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญานะครับ
25 พ.ค. 2025
คดีทำร้ายร่างกายกัน   มีผลร้ายแรง มากน้อยแค่ไหน  มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
บางครั้งเมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกัน ต่อมาผู้เสียหายมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีอาญา อาจจะไม่จบในการแค่เสียค่าปรับตามกฎหมาย ที่จะทำให้คดีอาญานั้นระงับสิ้นไปตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ใช่ความผิดลหุโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบปรับได้ตามกฎหมาย ทำให้คดีอาญานั้นระงับไปตามกฎหมาย เนื่องจากเมื่อมีการแจ้งความแล้ว ผู้เสียหายนั้นไปตรวจร่างกายพบอาการบาดเจ็บ และแพทย์ได้ออกใบหนังสือชันสูตรบาดแผลและใบตรวจสอบบาดแผล แม้ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพ ก็ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลตามกฎหมายต่อไป คดีอาญายังไม่จบ คดีนั้นยังไม่ระงับตามกฎหมาย
1 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy