การกดกันบีบลูกจ้าง เพื่อไม่ให้ทนทำงานต่อได้ ควรปฏิบัติอย่างไร

เมื่อเกิดปัญหาในที่ทำงาน และเป็นกดดันลูกจ้างให้ไม่สามารถทนทำงานต่อไปได้ หรือ มีการบีบกดดันลูกจ้าง ให้ลงลายมือชื่อในหนังสือลาออก เพื่อให้ฝ่ายนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เพียงเพราะไม่พอใจลูกจ้างส่วนตัว หรือกรณีที่ลูกจ้างไม่ยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน และฝ่าฝืนสัญญาจ้างแรงงาน แล้วนายจ้างไม่พอใจ นำมาสู่การกดดันลูกจ้างต่างๆ เหล่านี้ ลักษณะเหล่านี้ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 และมาตรา 310 เกี่ยวกับความผิด ต่อเสรีภาพ เป็นต้น
หรือกรณีที่นายจ้างทำให้ลูกจ้างเดือดร้อน สร้างรำคาญ มีลักษณะคุกคาม ทำให้เกิดความเสียหายต่อลูกจ้าง จากกรณีทางคุกคามทางเพศ หรือ มีการใช้คำพูดรุนแรงคุกคาม ด่าทอ เป็นถ้อยคำหยาบคายต่างๆ ซึ่งไม่ปลอดภัยในการทำงาน ต่างๆเหล่านี้ นั้นมีลักษณะความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 หรืออาจจะเป็นการการดูหมิ่นซึ่งหน้า ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 393 มีลักษณะข้อความจากคำพูด เช่น พูดคำว่า ควย สัตว์ ไอ้โง่ ในลักษณะด้อยค่าของลูกจ้าง
หรือ กรณีที่มีการพูดให้เสียหายในที่ทำงาน ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ถึงขั้นผิดหมิ่นประมาท เพื่อไม่ให้ลูกจ้างทนทำงานต่อได้นั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 เช่น การยกนิ้วกลางให้ลูกจ้างในที่ทำงานต่อหน้าพนักงานคนอื่นๆ หรือ การทำให้เสียหายต่อชื่อเสียงในที่ประชุมของบริษัท เช่น กล่าวหาว่า ลูกจ้างนั้นทำผิดกฎข้อบังคับของบริษัท ซึ่งลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิด หรือ การกล่าวหาลูกจ้างว่ากระทำให้บริษัทนายจ้างเสียหายโดยไม่มีพยานหลักฐานต่างๆ ต่อหน้าที่ประชุมของบริษัท
เมื่อเกิดปัญหาขึ้นลูกจ้างจะต้องเริ่มจัดการกับปัญหานั้นอย่างไร และมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานอะไรบ้างที่ นำมาใช้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ ผมแนะนำให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานมาใช้ด้วย
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เกี่ยวกับการกระทำที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 121 ห้ามมิให้นายจ้าง
( 1 ) เลิกจ้าง หรือกระทำการใดๆอันอาจเป็นผลให้ลูกจ้าง ไม่สามารถทำทำงานต่อได้
เป็นต้น
การบีบลงลายมือชื่อในหนังสือลาออกนั้น เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เป็นการบีบให้ลูกจ้างไม่สามารถทนทำงานต่อได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ชัดแจ้ง ควรนำพยานหลักฐานเช่น คลิปเสียง หลักฐานการแชท ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ด้วย เพราะบางครั้ง ลูกจ้างอาจเสียเปรียบนายจ้างในการพิจารณาคดีแรงงานได้ เพราะการถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังไม่ให้มีเสรีภาพ เพื่อให้ลงชื่อในหนังสือลาออก เพื่อให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินค่าชดเชย นั้น เป็นความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญาด้วยอีกเช่นกัน
ผมแนะนำให้รีบแจ้งความก่อน ที่จะยินยอมลงชื่อในเอกสารรับเงินเดือนงวดสุดท้าย เพราะจะมีแนวคำพิพากษาถือว่าเป็นการยินยอมสมัครใจลาออก และลงชื่อรับเงินโดยไม่ติดใจเงินค่าชดเชยอีกต่อไป
นายจ้างมักจะให้ลงชื่อในหนังสือลาออก พร้อมกับลงลายมือชื่อในเอกสารรับเงินเดือน เดือนสุดท้าย เพื่อให้เห็นว่าเป็นการสมัครใจลาออก ไม่ใช่การบีบบังคับให้ลาออก อันเป็นการกระทำที่นายจ้างมักใช้ช่องว่างส่วนนี้ ในการต่อสู้คดี หากลูกจ้างเห็นว่าไม่เป็นธรรม และเป็นการคุกคาม หน่วงเหนี่ยวกักขัง ผมแนะนำให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายของนายจ้างครับ
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

