แชร์

การรอนสิทธิพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ในนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เป็นอย่างไร ?

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
308 ผู้เข้าชม

                   หากท่านได้ซื้อบ้านซึ่งตั้งอยู่ในนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  แล้วมีสมาชิกบ้านหลังอื่น หรือนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร   อ้างสิทธิในกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล  ย่อมเป็นการรอนสิทธิ ต่อกรรมสิทธิ์ของผู้นั้น   เป็นการรบกวนการครอบครองกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ส่วนบุคคล  ย่อมสามารถดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลได้ และเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย

                        ปกติพื้นที่กรรมสิทธิ์ในพื้นที่ส่วนบุคคล  อันไม่ใช่พื้นที่สาธารณูปโภค  ไม่อาจมีผู้ใดซึ่งไม่ใช่เจ้าของบ้านซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครอง  อ้างสิทธิใดๆ ในการเข้ามาจัดการในพื้นที่ส่วนบุคคล  ย่อมไม่อ้างทำได้ตามกฎหมาย และเจ้าของกรรมสิทธิ์พื้นที่ส่วนบุคคลย่อมมีอำนาจขัดขวางไม่ให้ผู้ใด  เช่น นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือสมาชิกอื่นๆ  เข้ามาเกี่ยวกับในพื้นที่ของเจ้าบ้านตามโฉนดที่ดิน เป็นผู้ครอบครองและถือกรรมสิทธิ์   ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา  1336  กล่าวว่า  " ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตน และได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้  และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย "

                      การที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร  หรือ สมาชิกบ้านอื่นๆ  จะมีสอด หรือ โดยพลการ เข้ามาจัดการในบ้านพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล  ย่อมเป็นการก่อการรบกวนการสิทธิการครอบครองและรบกวนกรรมสิทธิ์ของผู้มีกรรมสิทธิ์แล้ว    

                    การที่เจ้าของบ้าน จะให้ผู้ใดเข้าพบเจ้าของบ้าน ที่บ้านของเจ้าบ้าน อันเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล  นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ไม่มีรบกวน  ไม่มีสิทธิขัดขวาง  นอกเหนือคำสั่งของเจ้าของบ้าน  และนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรไม่มีสิทธิใดๆ ในพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล  อันก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ  แก่เจ้าของบ้านอันเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลแต่อย่างใด 

                      นิติบุคคลไม่มีสิทธิไล่บริวารภายในพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล   โดยไม่มีคำสั่งของศาล หรือไม่มีคำพิพากษา  หรือไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ   หากนิติบุคคลฝ่าฝืน  สามารถดำเนินคดีได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล


บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อลูกจ้างต้องคดีอาญา ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง  มีทางออกหรือไม่ ?
บางครั้ง เมื่อสัญญาจ้างต้องสิ้นสุดลง กรณีร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (1) มีความผิดอาญาเกิดขึ้นแก่นายจ้าง นอกจากลูกจ้างจะไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแล้ว และสิ้นสุดสัญญาจ้างแรงงานทันที เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ กับทั้งฝ่ายของนายจ้าง และลูกจ้าง เพราะจะมีปัญหาที่ต้องมาพิจารณากันด้วยกฎหมายหลายฉบับ ฝ่ายนายจ้าง ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ เกิดความผิด และลูกจ้างก็ต้องรับผลร้าย ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง เป็นเหตุให้ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก
29 เม.ย. 2025
จดทะเบียนหย่าแล้ว  เอาไปซึ่งรถยนต์ซึ่งเป็นชื่อของอดีตคู่สมรสไปเป็นของตนเอง มีความผิดหรือไม่?
บางท่านที่จดทะเบียนหย่ากันตามกฎหมายแล้ว แต่ยังมีปัญหาว่า " รถยนต์ที่ตนเองเคยผ่อนต่อสถาบันการเงิน หรือไฟแนนท์ นั้นตนเองยังมีสิทธิเพียงใดหรือ สามารถอ้างกรรมสิทธิ์ต่ออดีตคู่สมรสได้หรือไม่ และตนเองจะครอบครองเป็นของตนเองได้เพียงใด อดีตคู่สมรสจะดำเนินการฟ้องแจ้งความได้หรือไม่ บางครั้ง ความเสี่ยงเพียงใด ในการผ่อนค่างวดรถยนต์ต่อภายหลัง ที่มีการจดทะเบียนหย่า ต่อกันแล้ว
14 ส.ค. 2026
คดีร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น  จะต่อสู้คดีอย่างไร?
บางครั้งมีฟ้องจำเลยหลายคน ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ครอบครองอาวุธปืน โดยผิดกฎหมาย และนำพา พกพาอาวุธปืน ไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยผิดกฎหมาย มีจำเลยบางคนให้การรับสารภาพทั้งคดี ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และข้อหาพรบ.อาวุธปืน ครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย แต่จำเลยอื่นที่เหลือจะให้การปฏิเสธต่อสู้คดีได้หรือไม่ ตามข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย พกพาอาวุธปืน ไปในทางสาธารณ โดยผิดกฎหมายไม่มีเหตุอันสมควร ศาลจะรับฟังพิพากษายกฟ้องจำเลยอื่นที่ให้การปฏิเสธหรือไม่? มีแนวจะประสบความสำเร็จในการต่อสู้คดีหรือไม่?
19 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy