กรณีได้รับความเสียหายจากทนายขอแรง ต้องดำเนินการอย่างไร ?
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
684 ผู้เข้าชม

ทนายขอแรง นั้นมีในคดีอาญา และศาลได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นทนายแก่จำเลยในคดีอาญา เพื่อให้ไปตามวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 กล่าวว่า " ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือในคดีที่จำเลยมีอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันที่ถูกฟ้องต่อศาล ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ให้ศาลตั้งทนายความให้
ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการทนายความ ก็ให้ศาลตั้งทนายความให้
ให้ศาลจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งตามมาตรานี้ โดยคำนึงถึงสภาพแห่งคดีและสภาวาะเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนด โดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง "
และวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 กล่าวว่า " ในชั้นพิจารณา ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีที่มีข้อหาในความผิดซึ่งจำเลยรับสารภาพนั้น กฎหมายอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป หรือ โทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลต้องฟังพยานหลักฐานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง "
ในการพิจารณาคดีอาญาของศาล บางครั้ง บางคดีจำเลยนั้นไม่สามารถจ้างทนายความเองได้ และจำเลยนั้นประสงค์ให้การปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์ตลอดทุกข้อกล่าวหา ทั้งสิ้นทุกประการ ศาลตามวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 จะแต่งตั้งทนายความให้ และศาลจะจ่ายเงินรางวัล แก่ทนายความขอแรง ตามที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดไว้ นั้นหมายความว่า แม้จำเลยจะไม่มีเงินต่อสู้คดี ก็ยังมีกฎหมายคุ้มครองให้เท่าที่จำเป็น และเมื่อมีทนายความขอแรงแล้ว ต่อมาภายหลัง จำเลยนั้นได้รับความเสียหายจากการกระทำของทนายขอแรง ย่อมแจ้งกับศาลที่แต่งตั้งทนายความขอแรงให้ได้ตามกฎหมาย เช่น การที่ทนายความขอแรงประมาทเลิ่นเล่อ ไม่นำพยานหลักฐาน ไม่นำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องมาต่อสู้คดี ไม่นำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาต่อสู้คดี อันเป็นพยานหลักฐานสำคัญและทำให้รูปคดีเสียหาย ส่งผลต่อประโยชน์ในการพิจารณาคดีให้เกิดความเสียหาย จำเลยนั้นสามารถใช้สิทธิร้องเรียนทนายขอแรงได้
ดังนั้น ในคดีอาญานั้น เป็นการเคร่งครัดในการพิจาณาคดี เพราะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย และการดำเนินการต้องเป็นไปโดยความรัดกุม และเป็นไปด้วยพยานหลักฐานที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
การกระทำผิดเกี่ยวกับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์นั้น มีทั้งความผิดที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วไป และไม่ได้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ และไม่ได้นำไปใช้ในการโฆษณาขายสินค้า และบริการ ส่วนความผิดที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ เช่น นำไปขายสินค้า หรือบริการ และแสวงหาผลประโยชน์ในการเรียกเก็บเงิน และผลประโยชน์ในลักษณะอื่นๆ อันเป็นการได้มาซึ่งรายได้ จึงเป็นความผิดละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
16 พ.ค. 2026
สำหรับยูทูปเปอร์บางช่อง หรือ อินฟูลเอนเซอร์หลายๆท่าน ซึ่งมีชื่อเสียง และมีทีมงานเป็นจำนวนมาก ต้องมีการทำสัญญากันหรือไม่ ระหว่างทีมงาน กับ ยูทูปเปอร์ คนดัง เหล่านี้ มีความจำเป็นมากครับ ในการรักษาสิทธิเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล พรบ. คอมพิวเตอร์
16 ก.พ. 2025
ความผิดข้อหาหมิ่นประมาทนั้น เป็นความรับผิดที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนา หมายถึง รู้ความจริงอยู่แล้ว และประสงค์ใส่ร้ายผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นดูถูก ดูหมิ่น ถูเกลียดชัง โดยที่ข้อความที่ใส่ร้ายนั้นทำให้ผู้อื่น ถูกดูถูก ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ข้อความดังกล่าวนั้น ต้องเป็นการกล่าวใ่ส่ร้ายต่อบุคคลที่สาม และบุคคลที่สามนั้นจะเป็นใครก็ได้ เช่น หน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลก็เป็นบุคคลที่สามได้เช่นกัน รวมทั้งบุคคลธรรมดาทั่วไป จะเป็นใครก็ได้ ย่อมเป็นความผิดข้อหาหมิ่นประมาท
16 พ.ค. 2026


