สามารถดำเนินคดีกับนิติบุคคลที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และตัวแทนของนิติบุคคล พร้อมกันได้หรือไม่?
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
212 ผู้เข้าชม

ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 กล่าวว่า " ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดง ตามมาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 หรือ มาตรา 52 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือ ปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ "
และ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 74 กล่าวว่า " ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ หรือ การกระทำของกรรมการ หรือ ผู้จัดการ หรือ บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการ หรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการ หรือ ไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นๆด้วย "
เมื่อนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายประเภทต่างๆ เป็นผู้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ย่อมมีผลให้ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันกับนิติบุคคล ในฐานะที่เป็นบุคคลซึ่งต้องรับผิดในการดำเนินการของนิติบุคคล ต้องรับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ในมาตรา 69 นั่นเอง หมายความว่า กฎหมายกำหนดไว้ให้ร่วมกันรับผิดกับนิติบุคคล แต่ในทางปฏิบัติ การฟ้องคดีต่อกรรมการ และนิติบุคคลนั้น ต้องมีหลักฐานซึ่งต้องเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง ตามข้อกฎหมายด้วย จึงต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งเอกสาร และหลักฐานเชื่อมโยง เข้าไปในการฟ้องคดีด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้กรรมการนิติบุคลตามกฎหมาย อาศัยช่องว่างของพยานหลักฐาน ในการต่อสู้คดี เมื่อกฎหมายให้ฟ้องและดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ของกรรมการบริษัทได้ ผมเน้นการรวบรวมพยานหลักฐานในการฟ้องคดีด้วยครับ เพื่อให้มีการเชื่อมโยงกันตามกฎหมายและพยานหลักฐาน
ดังนั้น มีข้อกฎหมายนั้นเปิดช่องให้ฟ้องกรรมการบริษัท หรือ ผู้แทนนิติบุคคลตามกฎหมาย ในการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ และผมยังเน้นการรวบรวมพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกันด้วย เพื่อให้การดำเนินการนั้นมีความหนักแน่น และเป็นประโยชน์ต่อลักษณะของคดีละเมิดลิขสิทธิ์ครับ
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
สำนักงานทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ความผิดข้อหาหมิ่นประมาทนั้น เป็นความรับผิดที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนา หมายถึง รู้ความจริงอยู่แล้ว และประสงค์ใส่ร้ายผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นดูถูก ดูหมิ่น ถูเกลียดชัง โดยที่ข้อความที่ใส่ร้ายนั้นทำให้ผู้อื่น ถูกดูถูก ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ข้อความดังกล่าวนั้น ต้องเป็นการกล่าวใ่ส่ร้ายต่อบุคคลที่สาม และบุคคลที่สามนั้นจะเป็นใครก็ได้ เช่น หน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลก็เป็นบุคคลที่สามได้เช่นกัน รวมทั้งบุคคลธรรมดาทั่วไป จะเป็นใครก็ได้ ย่อมเป็นความผิดข้อหาหมิ่นประมาท
16 พ.ค. 2026
ในปัจจุบัน มีการสร้างงานอันเป็นงานสร้างสรรค์มากกว่า ในหลายปีที่ผ่านมา เพราะทุกวันนี้ มีแอปพลิเคชั่น ที่เผยแพร่งานลิขสิทธิ์ ได้มากกว่าหลายปีที่ผ่านมา เช่น การสร้างสรรค์ผลงานด้านการตลาด การสร้างสรรค์ผลในความตลก การสร้างสรรค์ผลงานเพลง การสร้างสรรค์ผลงานละครหรือเรื่องสั้นต่างๆ การสร้างสรรค์การลำดับภาพต่างๆ มีกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์คุ้มครองผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้ และมีข้อยกเว้น การเผยแพร่ข่าวสารทั่วไป ซึ่งไม่ใช่ลิขสิทธิ์ เพราะเปิดโอกาสให้สังคมรับทราบข่าวสารทั่วไป การเผยแพร่กฎหมายต่างๆ ไม่ใช่การลิขสิทธิ์แต่อย่างใด เพราะต้องการให้สังคมรับทราบกฎหมายต่างๆ ข้อยกเว้นที่ไม่เป็นความผิดในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ จึงมีความสำคัญเช่นกัน ในการฟ้องคดีพรบ ลิขสิทธิ์ และการต่อสู้คดีลิขสิทธิ์
5 เม.ย. 2025
ปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน สภาพการจ้าง สิทธิของลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน การผิดสัญญาจ้างแรงงาน ต่างๆเหล่านี้ นั้น นำมาสู่การฟ้องร้องคดีแรงงาน ต่อศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจ ต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากปัจจุบันนั้น มีผู้ก่อตั้งธุรกิจใหม่ๆ และมีเป้าหมายในการเติบโตทางธุรกิจ แต่หลายรายนั้น ยังไม่มีฝ่ายแรงงาน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานในธุรกิจที่ก่อตั้งใหม่ อาจนำไปสู่ข้อพิพาททางแรงงานได้ โดยคดีแรงงานนั้น มีทั้งคดีแพ่ง และโทษทางคดีอาญาด้วย อนึ่งโทษปรับนั้น อาจมีอัตราสูง ถ้าเปรียบเทียบกับคดีทั่วไป การดำเนินการของธุรกิจ จึงมีความจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน ด้วยนะครับ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
28 ธ.ค. 2024


