สามารถดำเนินคดีกับนิติบุคคลที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และตัวแทนของนิติบุคคล พร้อมกันได้หรือไม่?
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
333 ผู้เข้าชม

ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 กล่าวว่า " ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดง ตามมาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 หรือ มาตรา 52 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือ ปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ "
และ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 74 กล่าวว่า " ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ หรือ การกระทำของกรรมการ หรือ ผู้จัดการ หรือ บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการ หรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการ หรือ ไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นๆด้วย "
เมื่อนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายประเภทต่างๆ เป็นผู้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ย่อมมีผลให้ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันกับนิติบุคคล ในฐานะที่เป็นบุคคลซึ่งต้องรับผิดในการดำเนินการของนิติบุคคล ต้องรับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ในมาตรา 69 นั่นเอง หมายความว่า กฎหมายกำหนดไว้ให้ร่วมกันรับผิดกับนิติบุคคล แต่ในทางปฏิบัติ การฟ้องคดีต่อกรรมการ และนิติบุคคลนั้น ต้องมีหลักฐานซึ่งต้องเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง ตามข้อกฎหมายด้วย จึงต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งเอกสาร และหลักฐานเชื่อมโยง เข้าไปในการฟ้องคดีด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้กรรมการนิติบุคลตามกฎหมาย อาศัยช่องว่างของพยานหลักฐาน ในการต่อสู้คดี เมื่อกฎหมายให้ฟ้องและดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ของกรรมการบริษัทได้ ผมเน้นการรวบรวมพยานหลักฐานในการฟ้องคดีด้วยครับ เพื่อให้มีการเชื่อมโยงกันตามกฎหมายและพยานหลักฐาน
ดังนั้น มีข้อกฎหมายนั้นเปิดช่องให้ฟ้องกรรมการบริษัท หรือ ผู้แทนนิติบุคคลตามกฎหมาย ในการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ และผมยังเน้นการรวบรวมพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกันด้วย เพื่อให้การดำเนินการนั้นมีความหนักแน่น และเป็นประโยชน์ต่อลักษณะของคดีละเมิดลิขสิทธิ์ครับ
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
สำนักงานทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความ
บทความที่เกี่ยวข้อง
บางครั้งเมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายกัน ต่อมาผู้เสียหายมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีอาญา อาจจะไม่จบในการแค่เสียค่าปรับตามกฎหมาย ที่จะทำให้คดีอาญานั้นระงับสิ้นไปตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ใช่ความผิดลหุโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบปรับได้ตามกฎหมาย ทำให้คดีอาญานั้นระงับไปตามกฎหมาย เนื่องจากเมื่อมีการแจ้งความแล้ว ผู้เสียหายนั้นไปตรวจร่างกายพบอาการบาดเจ็บ และแพทย์ได้ออกใบหนังสือชันสูตรบาดแผลและใบตรวจสอบบาดแผล แม้ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพ ก็ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลตามกฎหมายต่อไป คดีอาญายังไม่จบ คดีนั้นยังไม่ระงับตามกฎหมาย
1 พ.ค. 2026
การที่ต่างชาตินั้นเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ไม่มีว่าจะเข้าประกอบกิจการ หรือเข้ามาสมรสกับคนไทย ซึ่งอยู่อาศัยด้วยกันในประเทศไทย เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องวางแผนการจัดการทรัพย์สินของต่างชาติ ภายหลังชีวิตแล้ว จะมีการดำเนินการอย่างไร และต่างชาติสามารถทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินอย่างไร ได้บ้างตามกฎหมายของประเทศไทย
6 ก.ย. 2025
ในการว่าจ้างทนายความ ตั้งแต่เริ่มแรก ผมแนะนำให้มีการทำสัญญาว่าจ้าง กันตามกฎหมาย และส่งพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร รายชื่อพยานที่เกี่ยวข้อง คลิปวงจรปิด หรือ ภาพถ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดี รวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับคดีทั้งหมด และสรุปการดำเนินการเบื้องต้น ว่าจะดำเนินการอย่างไร รวมไปถึงการลงชื่อในใบแต่งทนายความ และมีการรับรองพยานหลักฐานตามกฎหมายด้วย เพื่อรับรองความถูกต้องของพยานหลักฐานที่มอบแก่ทนายความ
30 ก.ย. 2025


