สามารถดำเนินคดีกับนิติบุคคลที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และตัวแทนของนิติบุคคล พร้อมกันได้หรือไม่?
อัพเดทล่าสุด: 7 พ.ย. 2025
125 ผู้เข้าชม

ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 กล่าวว่า " ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดง ตามมาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 หรือ มาตรา 52 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือ ปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ "
และ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 74 กล่าวว่า " ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ หรือ การกระทำของกรรมการ หรือ ผู้จัดการ หรือ บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการ หรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการ หรือ ไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นๆด้วย "
เมื่อนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายประเภทต่างๆ เป็นผู้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ย่อมมีผลให้ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันกับนิติบุคคล ในฐานะที่เป็นบุคคลซึ่งต้องรับผิดในการดำเนินการของนิติบุคคล ต้องรับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ในมาตรา 69 นั่นเอง หมายความว่า กฎหมายกำหนดไว้ให้ร่วมกันรับผิดกับนิติบุคคล แต่ในทางปฏิบัติ การฟ้องคดีต่อกรรมการ และนิติบุคคลนั้น ต้องมีหลักฐานซึ่งต้องเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง ตามข้อกฎหมายด้วย จึงต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งเอกสาร และหลักฐานเชื่อมโยง เข้าไปในการฟ้องคดีด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้กรรมการนิติบุคลตามกฎหมาย อาศัยช่องว่างของพยานหลักฐาน ในการต่อสู้คดี เมื่อกฎหมายให้ฟ้องและดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ของกรรมการบริษัทได้ ผมเน้นการรวบรวมพยานหลักฐานในการฟ้องคดีด้วยครับ เพื่อให้มีการเชื่อมโยงกันตามกฎหมายและพยานหลักฐาน
ดังนั้น มีข้อกฎหมายนั้นเปิดช่องให้ฟ้องกรรมการบริษัท หรือ ผู้แทนนิติบุคคลตามกฎหมาย ในการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ และผมยังเน้นการรวบรวมพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกันด้วย เพื่อให้การดำเนินการนั้นมีความหนักแน่น และเป็นประโยชน์ต่อลักษณะของคดีละเมิดลิขสิทธิ์ครับ
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
สำนักงานทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความ
บทความที่เกี่ยวข้อง
การที่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นลูกค้าของโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และไปใช้บริการ แล้วเกิดความไม่ปลอดภัย ไม่มีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า ไม่มีการกั้นพื้นที่อันตราย ไม่มีการดูแลบำรุงรักษา และต่อมาเกิดภัยอันตรายกับนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า แน่นอน ผมแนะนำให้ไกล่เกลี่ยกัน เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สบายใจทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อไม่สามารถเจรจากันได้ ย่อมต้องมีการฟ้องร้องคดีกันอย่างแน่นอน และต้องมีภาระเพิ่มขึ้นทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและ ลูกค้า มีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญานะครับ
25 พ.ค. 2025
ก่อนอื่น โครงการจัดสรรอาคารพาณิชย์ ตามกฎหมายสรรที่ดิน นั้น มีโครงการจัดสรรขนาดจิ๋ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการจัดเก็บค่าส่วนกลาง นั้นมีจริง และมีการขายและโอนโฉนดที่ดิน ได้ตามกฎหมาย และมีข้อดี กล่าวคือ ไม่ต้องเสียค่าส่วนกลาง และไม่ต้องจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพราะเป็นโครงการขนาดเล็กๆ ส่งผลดีในการประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำออฟฟิศ และในการทำธุรกิจ และไม่มีข้อเสียแต่อย่างใด
16 ก.พ. 2025
ผู้จัดการหมู่บ้านที่สร้างอิทธิพล มีการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาเป็นลูกจ้าง คนสวน นำต่างด้าวมาเป็น เจ้าหน้ารักษาความปลอดภัย และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทางเจ้าหน้าที่รัฐ สร้างอิทธิพล วางอำนาจ ก่อความรำคาญกับสมาชิกท่านใด? มีทางออกอย่างไร?
6 ม.ค. 2025

