คดีทำร้ายร่างกายกัน มีผลร้ายแรง มากน้อยแค่ไหน มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
อัพเดทล่าสุด: 1 พ.ค. 2026
162 ผู้เข้าชม

เมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย และผู้เสียหายนั้นเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และผู้เสียหายนั้นนำใบแจ้งความไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์นั้ันชันสูตรบาดแผล และออกใบรับรองแพทย์ ในการรักษาอาการบาดเจ็บ หากแพทย์มีความเห็นจากการตรวจบาดแผลแล้ว และมีความเห็นว่า ต้องให้พักรักษาตัว และมีการจ่ายยาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของ ผู้เสียหายแล้ว
ด้วยเหตุข้างต้นนั้น ไม่ใช่กรณีคดีทำร้ายร่างกายที่เป็นความผิดลหุโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถเปรียบเทียบปรับได้ และคดีอาญานั้นสิ้นสุดลง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ประกอบวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้
(1) โดยความตายของผู้กระทำผิด
(2) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความกัน โดยถูกต้องตามกฎหมาย
(3) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา 37
(4) เมื่อคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง
(5) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำความผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น
(6) เมื่อคดีขาดอายุความ
(7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้
(1) ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำความผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานสอบสวนก่อนศาลพิจารณา
(2) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือ คดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือ ความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว
(3) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือ คดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ผู้ทำการในตำแหน่งนั้นๆไปเปรียบเทียบแล้ว
(4) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดในข้อหานี้ ไม่ใช่ความผิดลหุโทษ และต่อให้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพก็ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลต่อไปตามกฎหมาย เพราะคดีอาญานั้นยังไม่เลิกกัน และคดีอาญานั้นยังไม่ระงับไปตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความคดีอาญา
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตั้งแต่ที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประกาศใช้บังคับมาตั้งแต่พ.ศ.2562 ได้มีการวางกฎเกณฑ์ ในทางปฏิบัติ และมีการนำมาปรับใช้กับสำนักงานทนายความ อย่างไรบ้าง การขอเอกสารและขอให้รับรองเอกสาร การส่งมอบเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ต้องมีการปฏิบัติอย่างไร? เพื่อเป็นมาตรฐานที่ดีของสำนักงานทนายความ และเป็นการคุ้มครองสิทธิและการรักษาความลับ อันเป็นจรรยาบรรณของทนายความ เหล่านี้มีความละเอียดและมีความซับซ้อน จะจัดทำบทความนี้ ขึ้นมาโดยเล็งเห็นความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมาย
17 พ.ค. 2026
บางครั้ง ไม่บ่อยนะ ที่บางท่านยังไม่เคยไปศาล และจำเป็นต้องขึ้นศาลเพื่อสืบพยาน และต้องพิสูจน์ความถูกต้องต่อศาล ผมแนะนำให้ลดความกังวล และนึกลำดับของพยานหลักฐานต่างๆ และจดจำพยานหลักฐานต่างๆทั้งหมดให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นพยานเอกสาร พยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง คลิปเสียง หรือ ภาพถ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดี เพราะพยานหลักฐานทั้งหมด จะช่วยให้คุณดำเนินการได้อย่างถูกต้อง และก่อนฟ้องคดี ผมแนะนำให้รับรองพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อความถูกต้องตั้งแต่แรกก่อนยื่นฟ้องคดีครับ
30 ก.ย. 2025
ปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน สภาพการจ้าง สิทธิของลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน การผิดสัญญาจ้างแรงงาน ต่างๆเหล่านี้ นั้น นำมาสู่การฟ้องร้องคดีแรงงาน ต่อศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจ ต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากปัจจุบันนั้น มีผู้ก่อตั้งธุรกิจใหม่ๆ และมีเป้าหมายในการเติบโตทางธุรกิจ แต่หลายรายนั้น ยังไม่มีฝ่ายแรงงาน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานในธุรกิจที่ก่อตั้งใหม่ อาจนำไปสู่ข้อพิพาททางแรงงานได้ โดยคดีแรงงานนั้น มีทั้งคดีแพ่ง และโทษทางคดีอาญาด้วย อนึ่งโทษปรับนั้น อาจมีอัตราสูง ถ้าเปรียบเทียบกับคดีทั่วไป การดำเนินการของธุรกิจ จึงมีความจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน ด้วยนะครับ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
28 ธ.ค. 2024


