คดีทำร้ายร่างกายกัน มีผลร้ายแรง มากน้อยแค่ไหน มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
อัพเดทล่าสุด: 1 พ.ค. 2026
163 ผู้เข้าชม

เมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย และผู้เสียหายนั้นเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และผู้เสียหายนั้นนำใบแจ้งความไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์นั้ันชันสูตรบาดแผล และออกใบรับรองแพทย์ ในการรักษาอาการบาดเจ็บ หากแพทย์มีความเห็นจากการตรวจบาดแผลแล้ว และมีความเห็นว่า ต้องให้พักรักษาตัว และมีการจ่ายยาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของ ผู้เสียหายแล้ว
ด้วยเหตุข้างต้นนั้น ไม่ใช่กรณีคดีทำร้ายร่างกายที่เป็นความผิดลหุโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถเปรียบเทียบปรับได้ และคดีอาญานั้นสิ้นสุดลง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ประกอบวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้
(1) โดยความตายของผู้กระทำผิด
(2) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความกัน โดยถูกต้องตามกฎหมาย
(3) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา 37
(4) เมื่อคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง
(5) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำความผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น
(6) เมื่อคดีขาดอายุความ
(7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้
(1) ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำความผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานสอบสวนก่อนศาลพิจารณา
(2) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือ คดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือ ความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว
(3) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือ คดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ผู้ทำการในตำแหน่งนั้นๆไปเปรียบเทียบแล้ว
(4) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดในข้อหานี้ ไม่ใช่ความผิดลหุโทษ และต่อให้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพก็ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลต่อไปตามกฎหมาย เพราะคดีอาญานั้นยังไม่เลิกกัน และคดีอาญานั้นยังไม่ระงับไปตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความคดีอาญา
บทความที่เกี่ยวข้อง
การละเมิดลิขสิทธิ์ของนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นต้น แล้วสามารถดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ของกรรมการ หรือ หุ้นส่วนผู้จัดการ ได้หรือไม่ มีกฎหมายอะไรบ้างที่จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดี มีข้อกฎหมายอะไรบ้างที่ปิดปาก กรรมการ หรือ หุ้นส่วน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ หลายๆคนยังมีสงสัย และหลายๆคน ยังไม่ทราบ ข้อกฎหมายที่เปิดช่องให้ดำเนินการได้ เพราะปัจจุบันนั้น การละเมิดลิขสิทธิ์ นั้นเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต และมีการหาผลประโยชน์จากการกระทำความผิด ในรูปแบบต่างๆ
7 พ.ย. 2025
การดำเนินคดีอาญา ด้วยการแจ้งความกับพนักงานสอบสวนนั้น ต้องแจ้งด้วยข้อความอันเป็นความจริงเท่านั้น การที่ผู้แจ้ง มีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวนนั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 และ ในกรณีที่ผู้แจ้งรู้ความจริงอยู่แล้ว ว่าผู้ใดไม่ได้กระทำความผิดอาญาแล้ว และผู้นั้นแจ้งว่าผู้ใดกระทำความผิดอาญา มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 เพราะการดำเนินคดีอาญานั้นต้องเป็นไปด้วยความจริงทั้งหมด และการยืนยันข้อความเท็จทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และถูกจำกัดเสรีภาพ เป็นกรณีที่เป็นความผิดร้ายแรงครับ
21 ก.ย. 2025
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกคดีเมาแล้วขับขี่ยานพาหนะ โดยไม่รอการลงโทษ จำเลยสามารถจักประกันตัวและอุทธรณ์ได้ หรือไม่ ?
6 ม.ค. 2025

