แชร์

คดีทำร้ายร่างกายกัน มีผลร้ายแรง มากน้อยแค่ไหน มีผลทางกฎหมายอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 1 พ.ค. 2026
241 ผู้เข้าชม
                   เมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย  และผู้เสียหายนั้นเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน  และผู้เสียหายนั้นนำใบแจ้งความไปพบแพทย์   เพื่อให้แพทย์นั้ันชันสูตรบาดแผล และออกใบรับรองแพทย์ ในการรักษาอาการบาดเจ็บ  หากแพทย์มีความเห็นจากการตรวจบาดแผลแล้ว และมีความเห็นว่า     ต้องให้พักรักษาตัว      และมีการจ่ายยาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของ    ผู้เสียหายแล้ว
                  ด้วยเหตุข้างต้นนั้น  ไม่ใช่กรณีคดีทำร้ายร่างกายที่เป็นความผิดลหุโทษ  ซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถเปรียบเทียบปรับได้  และคดีอาญานั้นสิ้นสุดลง  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ประกอบวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37  
                  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39  สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้
(1) โดยความตายของผู้กระทำผิด
(2) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์  ถอนฟ้อง หรือยอมความกัน โดยถูกต้องตามกฎหมาย

(3) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา 37
(4) เมื่อคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง
(5) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำความผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น
(6) เมื่อคดีขาดอายุความ
(7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ
                     ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37  คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้
(1)  ในคดีมีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำความผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานสอบสวนก่อนศาลพิจารณา
(2) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือ คดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือ ความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบแล้ว
(3) ในคดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ หรือ คดีที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องชำระค่าปรับตามที่นายตำรวจประจำท้องที่ตั้งแต่ตำแหน่งสารวัตรขึ้นไป หรือ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร    ผู้ทำการในตำแหน่งนั้นๆไปเปรียบเทียบแล้ว
(4) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
                 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา  295 ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
                  ความผิดในข้อหานี้ ไม่ใช่ความผิดลหุโทษ  และต่อให้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพก็ต้องมีการฟ้องคดีต่อศาลต่อไปตามกฎหมาย  เพราะคดีอาญานั้นยังไม่เลิกกัน  และคดีอาญานั้นยังไม่ระงับไปตามกฎหมาย
จัดทำโดย
ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล
#ทนายความคดีอาญา

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อลูกจ้างถูกละเมิดสิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานและกฎหมายแรงงาน ต้องทำอย่างไร?
ในปัจจุบัน ในย่านธุรกิจ มีลูกจ้างเป็นจำนวนมาก ลูกจ้างจึงมีความจำเป็นทราบสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบตามกฎหมายแรงงาน
6 ม.ค. 2025
คลิปสัมภาษณ์ คนดัง หรือดารา และการตอบคำถามของคนดัง หรือดารา   สามารถเผยแพร่ซ้ำได้ตามกฎหมาย หรือไม่?
คลิปสัมภาษณ์ คนดัง หรือ ดารา และการตอบคำถามของคนดัง หรือดารา ในเนื้อหาและประเด็นเดียวกัน เนื้อหาที่สำคัญ ในสื่อๆต่าง ผู้ที่พิธีกร หรือ ช่องต่างๆ นำเนื้อหาทั้งหมดไปเผยแพร่ซ้ำกัน ได้หรือไม่ และผิดกฎหมายหรือไม่
16 ก.พ. 2025
ลิขสิทธิ์ ในงานเขียน เป็นของฝ่ายผู้รับจ้าง หรือไม่  อย่างไร
ในยุคปัจจุบันนี้ มีการจ้างการเขียน ผลงานการเขียน เพื่อนำไปเผยแพร่ ในสื่อโชเซียล เช่น google facebook และอื่นๆมากมาย ผู้รับจ้างเขียน ในผลงานเขียนนั้น ยังเป็นลิขสิทธิ์ของผู้รับจ้างหรือไม่ และผู้รับจ้างยังอาจสิทธิในงานเขียนต่อผู้ว่าจ้าง ได้มากน้อยแค่ไหน ข้อมูลในการเขียนนั้น รายละเอียดการเรียบเรียง วิธีการเรียบเรียง ผู้รับจ้างยังอ้างสิทธิได้ตามกฎหมายหรือไม่ ?
29 เม.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy