แชร์

การยื่นอุทธรณ์ คดีแรงงาน เป็นอย่างไร

อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ย. 2026
1 ผู้เข้าชม
                     การยื่นอุทธรณ์คดีแรงงาน  ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธิพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522  เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ  การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแรงงานในชั้นอุทธรณ์  นั้นเอง
                     ปัจจุบัน การยื่นอุทธรณ์คดีแรงงาน  เป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522     มาตรา 3
                     ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ   หมายความว่า  ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
                     ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ  หมายความว่า  ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
                     พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 มีใจความกฎหมายว่า 
                    การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงาน  ให้อุทธรณ์ได้เฉพาะในข้อกฎหมายไปยังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ  ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้  แต่ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ  ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
                   การอุทธรณ์นั้นให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลแรงงานซึ่งมีคำพิพากษาหรือคำสั่งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น และให้ศาลแรงงานส่งสำเนาอุทธรณ์แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ฝ่ายนั้นได้รับสำเนาอุทธรณ์
                  เมื่อได้มีการแก้อุทธรณ์แล้ว หรือไม่แก้อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสองให้ศาลแรงงานรีบส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
                     พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 มีใจความกฎหมายว่า "  ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา  ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่ ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลชั้นต้นได้ทำความเห็นแย้งไว้ หรือ ได้รับรองว่ามีเหตุสมควรอุทธรณ์ได้ หรือถ้ามไม่ความเห็นแย้งหรือคำรับรองเช่นว่านี้ ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอำนาจ แล้วแต่กรณี
                    การขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันสมควรอุทธรณ์ได้ ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องถึงผู้พิพากษานั้น พร้อมกับคำฟ้องอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น เมื่อศาลได้รับคำร้องเช่นว่านั้นให้ศาลส่งคำร้องพร้อมด้วยสำนวนความไปยังผู้พิพากษาดังกล่าวเพื่อพิจารณารับรอง
                  ดังนั้น  การอุทธรณ์คดีแรงงาน ในส่วนของปัญหาข้อเท็จจริง  จึงต้องทำคำร้องขอรับรองอุทธรณ์ต่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดี  หรือ อธิบดีศาลแรงงาน  รับรองว่าเป็นเหตุในการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง    เพื่อให้สามารถใช้สิทธิในการอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงในคดีแรงงานได้ตามกฎหมายต่อไป

จัดทำโดย

ทนายความตรีสุพจน์  ตันตยาภิรมย์กุล


บทความที่เกี่ยวข้อง
จดทะเบียนหย่าแล้ว  เอาไปซึ่งรถยนต์ซึ่งเป็นชื่อของอดีตคู่สมรสไปเป็นของตนเอง มีความผิดหรือไม่?
บางท่านที่จดทะเบียนหย่ากันตามกฎหมายแล้ว แต่ยังมีปัญหาว่า " รถยนต์ที่ตนเองเคยผ่อนต่อสถาบันการเงิน หรือไฟแนนท์ นั้นตนเองยังมีสิทธิเพียงใดหรือ สามารถอ้างกรรมสิทธิ์ต่ออดีตคู่สมรสได้หรือไม่ และตนเองจะครอบครองเป็นของตนเองได้เพียงใด อดีตคู่สมรสจะดำเนินการฟ้องแจ้งความได้หรือไม่ บางครั้ง ความเสี่ยงเพียงใด ในการผ่อนค่างวดรถยนต์ต่อภายหลัง ที่มีการจดทะเบียนหย่า ต่อกันแล้ว
14 ส.ค. 2026
เมื่อลูกจ้างต้องคดีอาญา ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง  มีทางออกหรือไม่ ?
บางครั้ง เมื่อสัญญาจ้างต้องสิ้นสุดลง กรณีร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (1) มีความผิดอาญาเกิดขึ้นแก่นายจ้าง นอกจากลูกจ้างจะไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแล้ว และสิ้นสุดสัญญาจ้างแรงงานทันที เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ กับทั้งฝ่ายของนายจ้าง และลูกจ้าง เพราะจะมีปัญหาที่ต้องมาพิจารณากันด้วยกฎหมายหลายฉบับ ฝ่ายนายจ้าง ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ เกิดความผิด และลูกจ้างก็ต้องรับผลร้าย ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง เป็นเหตุให้ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก
29 เม.ย. 2025
การที่โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร  ไม่ดูแลสถานที่ และไม่แจ้ง หรือกั้นพื้นที่ เพื่อความปลอดภัย หากมีความเสียหาย สามารถดำเนินคดีได้หรือไม่ ?
การที่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นลูกค้าของโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และไปใช้บริการ แล้วเกิดความไม่ปลอดภัย ไม่มีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า ไม่มีการกั้นพื้นที่อันตราย ไม่มีการดูแลบำรุงรักษา และต่อมาเกิดภัยอันตรายกับนักท่องเที่ยว หรือลูกค้า แน่นอน ผมแนะนำให้ไกล่เกลี่ยกัน เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สบายใจทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อไม่สามารถเจรจากันได้ ย่อมต้องมีการฟ้องร้องคดีกันอย่างแน่นอน และต้องมีภาระเพิ่มขึ้นทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและ ลูกค้า มีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญานะครับ
25 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy