แชร์

การยื่นเป็นผู้จัดการมรดกต้องดำเนินการอย่างไร มีการเริ่มเตรียมตัวอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 28 ธ.ค. 2024
546 ผู้เข้าชม

            เมื่อผู้ถึงแก่กรรม น้้นมีทรัพย์สินและมีทายาทตามกฎหมาย หรือทายาทผู้รับผลประโยชน์ตามพินัยกรรม    ก่อนจักยื่นเป็นผู้จัดการมรดก    ผู้มีความประสงค์จักเป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมาย    ควรจักปรึกษาทายาทคนอื่นๆ เพื่อขอความยินยอมในการยื่นเป็นผู้จัดการมรดก เป็นหลักฐานเป็นหนังสือ  หรือเป็นลายลักษณ์อักษรลงลายมือชื่อทายาทผู้ให้ความยินยอม พร้อมกับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน  เพื่อแจ้งและส่งหนังสือในการประชุมทายาท หรือ เพื่อเป็นหลักฐานการติดต่อตามกฎหมาย

          ต่อมาเมื่อได้รับความยินยอม แล้ว ก็จักต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน เช่น 

1.บัญชีทรัพย์สินมรดก   

2.ทะเบียนบ้านผู้ถึงแก่กรรม 

3.สำเนาบัตรประชาชนผู้ถึงแก่กรรม

4. สำเนาบัตรประชาชนผู้จักเป็นผู้จัดการมรดก

5. สำเนาทะเบียนบ้านผู้จักเป็นผู้จัดการมรดก

6. หลักฐานความยินยอมของทายาท 

7. ใบมรณบัตรผู้ถึงแก่กรรม

8.  ทะเบียนสมรส ( ถ้ามี )

9.  พินัยกรรม  ( ถ้ามี )

10.  หนังสือแจ้งสาเหตุจำเป็นในการยื่นเป็นผู้จัดการมรดก (  แจ้งกับทนายความด้วยวาจาได้ )

เขียนโดย

ทนายความตรีสุพจน์ ตันตยาภิรมย์กุล

#ทนายความ

คดีมรดก  #ยื่นผู้จัดการมรดก #ยื่นผู้จัดการมรดกในย่านสุขุมวิท สาทร กรุงเทพมหานคร

#ทนายความสาทร

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
การถอนเพิกถอนอำนาจปกครองบุตร  เป็นอย่างไร?
การฟ้องขอให้เพิกถอนอำนาจปกครอง เป็นการฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนความเป็นผู้ปกครอง กรณีหลักๆ คือ กรณีที่ฝ่ายผู้ปกครองละเลยต่อหน้าที่ ไม่อุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งเป็นผู้เยาว์ และละเลยไม่ให้การศึกษากับบุตรผู้เยาว์ กฎหมายให้สิทธิในการเพิกถอนอำนาจปกครองบุตรได้
4 ก.ย. 2025
การยื่นอุทธรณ์ คดีแรงงาน   เป็นอย่างไร
การยื่นอุทธรณ์คดีแรงงานต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงาน นั้น มีระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ เพียง 15 วัน เท่านั้น นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษา ซึ่งแตกต่างกับคดีแพ่ง และคดีอาญาทั่วไป เป็นข้อสำคัญ และคดีแรงงานยื่นอุทธรณ์โดยการทำหนังสือ ยื่นต่อศาลแรงงานชั้นต้น ที่ได้มีคำพิพากษานั้นเอง และอุทธรณ์ได้เฉพราะข้อกฎหมาย เว้นแต่มีการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก และการแก้อุทธรณ์ต้องดำเนินการภายใน 7 วัน นับวันที่ปิดหมายอุทธรณ์อุทธรณ์ ซึ่งแตกต่างกับคดีแพ่งและคดีอาญาทั่วไป
28 ก.ย. 2026
ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน ในคดีอาญา เป็นอย่างไร?
การดำเนินคดีอาญา ด้วยการแจ้งความกับพนักงานสอบสวนนั้น ต้องแจ้งด้วยข้อความอันเป็นความจริงเท่านั้น การที่ผู้แจ้ง มีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวนนั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 และ ในกรณีที่ผู้แจ้งรู้ความจริงอยู่แล้ว ว่าผู้ใดไม่ได้กระทำความผิดอาญาแล้ว และผู้นั้นแจ้งว่าผู้ใดกระทำความผิดอาญา มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 เพราะการดำเนินคดีอาญานั้นต้องเป็นไปด้วยความจริงทั้งหมด และการยืนยันข้อความเท็จทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และถูกจำกัดเสรีภาพ เป็นกรณีที่เป็นความผิดร้ายแรงครับ
21 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy